ตลาดหุ้นฮ่องกงผงาดเหนือจีน! เขย่ากลยุทธ์ลงทุนวอลล์สตรีท – รับ IPO คึกคัก เพิ่มทางเลือกนักลงทุน
ตลาดหุ้นฮ่องกงผงาดเหนือจีน! เขย่ากลยุทธ์ลงทุนวอลล์สตรีท รับ IPO คึกคัก เพิ่มทางเลือกนักลงทุน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 มิ.ย. 68 12:40 น.
มุมมองของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทเมื่อช่วงต้นปี 2025 เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นจีนว่าจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป 6 เดือน พบว่าการคาดการณ์ดังกล่าวกลับผิดถนัด เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อของจีน ทำให้ดัชนี Hang Seng China Enterprises Index ในฮ่องกงทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี CSI 300 ถึงเกือบ 20% ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการทำผลงานดีกว่าในรอบ 2 ทศวรรษ
นักกลยุทธ์จาก Julius Baer Group Ltd. และ Morgan Stanley คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นฮ่องกงจะยังคงเป็นผู้นำต่อไป หลังการเสนอขายหุ้น IPO ใหม่ที่น่าสนใจหลายราย เช่น Mixue Group ผู้ผลิตชานมไข่มุก และบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านแบตเตอรี่ Contemporary Amperex Technology Co. Ltd. ได้จุดประกายความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกในตลาดหุ้นฮ่องกง และเพิ่มทางเลือกในการลงทุน ซึ่งนักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ได้ทุ่มเงินเกือบ 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่ตลาดหุ้นฮ่องกงในปีนี้ คิดเป็นเกือบ 90% ของยอดรวมทั้งปี 2024 ที่ผ่านมา
ริชาร์ด ถัง นักยุทธศาสตร์ตลาดหุ้นจีนจาก Julius Baer กล่าวว่า โครงสร้างการลงทุนของตลาดหุ้นฮ่องกงกำลังขยายออกไปกว้างขึ้น จากการจดทะเบียนล่าสุดและการเสนอขายหุ้น IPO ที่กำลังจะมาถึง” พร้อมเสริมว่า “หุ้น H-share น่าจะยังคงทำผลงานได้ดีกว่าหุ้น A-share โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับสมดุลการไหลเวียนของเงินทุนทั่วโลกและการไหลเข้าของเงินทุนจากฝั่งตลาดหุ้นฮ่องกง (Southbound) ที่แข็งแกร่ง”
ในขณะที่ดัชนี Hang Seng China บวกขึ้นไป 17% ในปีนี้ ทว่าดัชนี CSI 300 Index กลับลดลงมากกว่า 2% โดยนักวิเคราะห์ให้เหตุผลว่าความอ่อนแอเกิดจากองค์ประกอบของตลาดในประเทศ ซึ่งเน้นไปที่หุ้นอสังหาริมทรัพย์ การเงิน และการบริโภคแบบดั้งเดิม ซึ่งพึ่งพาอุปสงค์ในประเทศมากกว่า ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Alibaba Group และ Tencent Holdings จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง
แม้ว่ายอดค้าปลีกของจีนในเดือนพ.ค.จะแข็งแกร่งเกินคาด แต่ภาวะเงินฝืดและวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ยังคงยืดเยื้ออย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงความตึงเครียดทางการค้าที่ยังคงคุกรุ่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่จากรัฐบาลจีน ที่นักลงทุนคาดหวังไว้ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ แหล่งสนับสนุนสำคัญของตลาดหุ้น A-share ก็ลดลงเช่นกัน หลังจากที่กองทุนของรัฐได้เข้ามาพยุงหุ้นอย่างหนักเมื่อเกิดผลกระทบจากภาษีทรัมป์
ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตลาดหุ้นฮ่องกงกลับดีขึ้น โดย HSBC Holdings Plc คาดการณ์ว่ายอดซื้อของนักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ผ่านโครงการ Southbound Stock Connect จะสูงถึง 180,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้งการประเมินศักยภาพเทคโนโลยีของจีนใหม่ ได้ผลักดันให้มีการปรับอันดับหุ้นในฮ่องกง โดยดัชนี Hang Seng China ซื้อขายอยู่ที่ 9.3 เท่าของประมาณการกำไรล่วงหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 8.5 และสูงขึ้นอย่างมากจากจุดต่ำสุดในปี 2024 ที่ใกล้ระดับ 6
ทั้งนี้ ลอรา หวัง นักยุทธศาสตร์ของ Morgan Stanley ระบุว่า “โอกาสในการลงทุนในหุ้นเดี่ยวที่เกี่ยวข้องกับ AI และการบริโภคใหม่ ๆ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ มีการจดทะเบียนในฮ่องกงมากกว่า ขณะที่บริษัทบางแห่งที่อยู่ในหุ้นกลุ่ม A-share มานาน ก็กำลังเลือกที่จะมาจดทะเบียนควบในฮ่องกง”
ที่มา Bloomberg
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ