โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

iOS 26! Apple ซุ่มพัฒนา 2 ฟีเจอร์ Wi-Fi ใหม่สุดล้ำ ล็อกอินเน็ต และ แอปอื่นส่งไฟล์เร็วแบบ AirDrop

sanook.com

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 02.30 น. • Sanook
iOS 26 ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันถัดไปของ Apple หลุดออกมาให้เราได้เห็นทิศทางใหม่ๆ กันแล้ว โดยล่าสุดมีการค้นพบ 2 ฟีเจอร์ Wi-Fi ที่จะเข้ามาปฏิวัติประสบการณ์การใช้งานของเราให้สะดวกสบายและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น

นอกจากจะมีข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับ iOS 26 ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันถัดไปของ Apple หลุดออกมาให้เราได้เห็นทิศทางใหม่ๆ กันแล้ว โดยล่าสุดมีการค้นพบ 2 ฟีเจอร์ Wi-Fi ที่จะเข้ามาปฏิวัติประสบการณ์การใช้งานของเราให้สะดวกสบายและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น โดยรอบนี้เรามาดูกันว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

1. Captive Assist ล็อกอิน Wi-Fi โรงแรม-สนามบิน ครั้งเดียวพอ!

เคยเบื่อไหมครับ เวลาไปโรงแรม สนามบิน หรือร้านกาแฟ แล้วต้องคอยกรอกข้อมูลในหน้าเว็บเพื่อล็อกอินเข้าใช้งาน Wi-Fi บนทุกอุปกรณ์ ทั้ง iPhone, iPad, และ Mac? ปัญหานี้กำลังจะหมดไปครับ

Aaron Perris จาก MacRumors ได้ค้นพบโค้ดที่อ้างอิงถึงฟีเจอร์ "Captive Assist" ใน iOS 26 Developer Beta ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก Mark Gurman แห่ง Bloomberg ที่เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้

วิธีการทำงาน: เมื่อคุณกรอกข้อมูลเพื่อเชื่อมต่อกับ "Captive Wi-Fi" (Wi-Fi ที่ต้องล็อกอินผ่านหน้าเว็บ) บนอุปกรณ์ Apple เครื่องใดเครื่องหนึ่ง ระบบจะทำการซิงค์ข้อมูลการล็อกอินนั้นไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ของคุณที่ใช้ Apple ID เดียวกันโดยอัตโนมัติ ผลก็คือ ล็อกอินบน iPhone เพียงเครื่องเดียว iPad และ Mac ของคุณก็จะเชื่อมต่อเน็ตให้ทันที เพิ่มความสะดวกสบายขั้นสุดเมื่อใช้งานในที่สาธารณะ

ฟีเจอร์นี้คาดว่าจะพร้อมใช้งานบน iOS 26, iPadOS 26 และ macOS Tahoe (ชื่อคาดการณ์) ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี

ios-26-wi-fi-aware

2. Wi-Fi Aware เปิดประตูสู่ "AirDrop" สำหรับแอป 3rd Party

นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่นักพัฒนาและผู้ใช้ทั่วโลกต้องจับตา! iOS 26 และ iPadOS 26 จะรองรับ "Wi-Fi Aware" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ทำงานแบบเดียวกับเทคโนโลยีเบื้องหลัง AirDrop และ AirPlay

มันคืออะไร?: Wi-Fi Aware อนุญาตให้อุปกรณ์ Wi-Fi สองเครื่องเชื่อมต่อกันได้โดยตรง (Peer-to-peer) โดย ไม่ต้องพึ่งพา Router หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ประโยชน์คืออะไร?: Apple ได้เปิด Framework ของ Wi-Fi Aware ให้นักพัฒนาแอปทั่วไปสามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งหมายความว่าแอปจาก App Store จะสามารถสร้างฟีเจอร์ของตัวเองเพื่อ:

  • ส่งไฟล์ความเร็วสูง ระหว่างอุปกรณ์
  • สตรีมมิ่งสื่อ (Media Streaming)
  • แชร์หน้าจอ (Screen Sharing)
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

พูดง่ายๆ ก็คือ แอปอื่นๆ กำลังจะมีฟังก์ชันที่ทำงานได้รวดเร็วและสะดวกสบายเหมือน AirDrop นั่นเอง

ที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากข้อบังคับของกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ในสหภาพยุยุโรป (EU) ที่กำหนดให้ Apple ต้องเปิดทางให้มีบริการอื่นที่ทำงานคล้าย AirDrop ได้ แต่ Apple ก็ใจกว้างกว่านั้น โดยตัดสินใจเปิดให้ Framework นี้ใช้งานได้ทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะใน EU

iPhone รุ่นที่รองรับ Wi-Fi Aware

Apple ระบุว่าอุปกรณ์ต่อไปนี้จะรองรับ Framework ของ Wi-Fi Aware:

  • iPhone 12 และใหม่กว่า
  • iPad (รุ่นที่ 10) และใหม่กว่า
  • iPad mini (รุ่นที่ 6) และใหม่กว่า
  • iPad Air (รุ่นที่ 4) และใหม่กว่า
  • iPad Pro 11 นิ้ว (รุ่นที่ 3) และใหม่กว่า
  • iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 5) และใหม่กว่า

แม้จะเป็นฟีเจอร์สำหรับระบบปฏิบัติการในอนาคต แต่การมาถึงของ Captive Assist และ Wi-Fi Aware ก็แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Apple ที่มุ่งเน้นทั้งการสร้างความสะดวกสบายไร้รอยต่อใน Ecosystem ของตนเอง และการเปิดกว้างแพลตฟอร์มเพื่อตอบสนองต่อกฎระเบียบและมอบความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้นักพัฒนาทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...