โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดับฝัน 3 รายใหม่นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ หลังบริษัทฉีกสัญญารับจ้างเลี้ยง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 22.02 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น.

นายชัยพร สีถัน กรรมการผู้จัดการ บริษัทเดลี่เอ้กส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ทางบริษัทได้มีหนังสือถึงกรมปศุสัตว์ แจ้งขอนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) จำนวน 7,200 ตัว โดยว่าจ้างให้บริษัทอาร์.พี.เอ็ม.ฟาร์ม แอนด์ฟีด จำกัด เป็นผู้ดำเนินการเลี้ยงลูกไก่ไข่พ่อแม่พันธุ์อย่างต่อเนื่อง ตลอดกระบวนการผลิตเป็นลูกไก่ไข่ จนกระทั่งส่งมอบลูกไกไข่ตามกำลังการผลิต ซึ่งมีความต้องการลูกไก่ประมาณ 50,000 - 70,000 ตัว/เดือน เพื่อนำมาผลิตลูกไก่ใช้เองปีละ 720,000 ตัว ให้กับ บริษัทชัยพรฟาร์มแอนด์ฟืด (2007) จำกัด

“ล่าสุดบริษัทดังกล่าวได้ทำหนังสือแจ้งไปที่กรมปศุสัตว์ถึงการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดจ้าง รับจ้างเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) ได้แจ้งยกเลิกบันทึกข้อตกลงเรียบร้อยแล้วและมีผลตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2568 ส่วนอีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท รากแก้ว ฟาร์มอโกร จำกัด และ บริษัท สุวคนธ์ฟาร์ม จำกัด ยังไม่ได้มีการลงนาม MOU ซึ่งก็ไม่เป็นไรเรื่องดังกล่าวทางอธิบดีกรมปศุสัตว์ก็แนะนำให้ทำด้วยตัวเอง หากมีความพร้อม ให้ขอนำเข้าเอง เลี้ยงเอง ใช้เอง ดีกว่า อย่างไรก็ดีปัญหาพันธุ์สัตว์ที่มีปัญหาเพราะบริษัทขายพันธุ์สัตว์พ่วงอาหารสัตว์ ซึ่งมองว่าเอาเปรียบ แต่ถ้าขายพันธุ์สัตว์อย่างเดียวเกษตรกรรับได้”

แหล่งข่าวกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เบื้องต้นกรมปศุสัตว์จะประสานงานผู้ประกอบการทั้ง 3 รายว่าจะซื้อพันธุ์สัตว์จากไหน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องพันธุ์สัตว์ให้ก่อน โดยให้ทุกองค์กรยึดหลักการเดียวกัน กรมปศุสัตว์จะจัดสรรกับโควตา 440,000 ตัวให้ผู้ประกอบการรายใหม่อย่างไรหรือจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

แหล่งข่าวเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวถึง ประเด็นเรื่องการทำ MOU ร่วมกัน ระหว่างรายใหม่ที่อยากเลี้ยงเข้ามาแต่ไม่ได้เลี้ยงเองกับอีกรายที่อยากมี PS จากที่ศึกษาปัญหาและความเห็นที่แสดงเข้ามา เรื่องของการทำ MOU น่าจะตัดออก เพราะแสดงถึงความไม่มีศักยภาพ ไม่มีความพร้อมทางด้านการผลิต และในอนาคตอาจจะมีปัญหาในด้านการตลาด เนื่องจากผู้ที่ไปว่าจ้างอาจจะไม่พร้อมแต่ผู้ที่รับจ้างผลิตไก่ออกมาแล้วไม่มีที่ไปจะต้องเอาออกมาขายข้างนอก เพราะคงจะไม่ได้ทำลายทิ้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตจะกระทบต่อส่วนรวม

"ที่ผ่านมาเคยมีผู้ประกอบการ 23 รายซึ่งทุกรายมีความพร้อมและดำเนินการเลี้ยงเองยังมีปัญหาจนกระทั่งลดลงมาเหลือผู้ที่ทำได้จริงเพียง 16 ราย ดังนั้น การทำ MOU ควรจะระบุว่าจะต้องมีความพร้อมที่จะนำเข้าและเลี้ยงเองทุกขั้นตอนในระบบ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะต้องมีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านการผลิตและด้านการตลาด"

เปิดรายงานผลการดำเนินการสัมมนาระดมความคิดเห็นเรื่อง แนวทางการบริหารจัดการพันธุ์ไก่ไข่ พ.ศ. 2568

แหล่งข่าวจากบริษัทผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ กล่าวว่า เรื่องความพร้อมของผู้ประกอบการรายใหม่ เห็นว่ายังไม่มีความพร้อม เสนอให้กรมปศุสัตว์มีกฎระเบียบที่ชัดเจนเพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาข้างหน้า เพราะถ้ามีกรณีการขอ MOU ในอนาคตอาจจะมีปัญหาและต้องมาแก้ไขอีก ส่วนประเด็นเรื่องการจัดสรรโควตาไม่เพียงพอ ที่ผ่านมามีปัญหามาโดยตลอดผู้ประกอบการมีการลดปริมาณการผลิตทั้งหมดการย้อนกลับโควตาควรคืนให้ 16 ราย

ส่วนใหญ่ผู้มีปัญหาคือไม่มีการจองลูกไก่แต่อยากได้ทันทีและอีกกรณีหนึ่งคือได้รับลูกไก่แล้วไม่ดูแล ปัญหาเรื่องการเงินเป็นสิ่งที่สำคัญในการค้าขายเจรจาการค้า ถ้ารายใดมีปัญหาการเงินจะกระทบกับคู่ค้าทันที ในส่วนของเสนอเรื่องการนำเข้า GP เข้ามาเลี้ยงเพื่อจะได้ไม่ต้องนำเข้าพันธุ์สัตว์ทุกเดือน เนื่องจากปัจจุบันมีอุปสรรคเรื่องการระบาดของไข้หวัดนก ก็มองว่าเป็นแนวทางที่น่าสนใจ แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาผลกระทบต่างๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...