โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หมีไม้แกะสลักคาบปลาแซลมอน” ของฝากขึ้นชื่อจากฮอกไกโดได้รับแรงบันดาลใจจากสวิตเซอร์แลนด์?

conomi

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • conomi.co

“ของฝาก” คงเป็นสิ่งที่มักจะขาดไปไม่ได้สำหรับทริปของใครต่อใคร ไม่ว่าจะไปเที่ยวประเทศในแถบเอเชียหรือประเทศในแถบยุโรป แต่ทราบกันไหมว่าแท้จริงแล้วของฝากในต่างประเทศเหล่านี้บางอันมีรากฐานดัดแปรงมาจากญี่ปุ่นค่ะ เช่น ตุ๊กตาแม่ลูกดก หรือ มาตริออชกา (Matryoshka) ของฝากขึ้นชื่อจากประเทศรัสเซีย ของฝากที่เชื่อได้เลยว่าถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่รัสเซียต้องมีได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับมาแน่นอน

matryoshka ตุ๊กตาแม่ลูกดก

แต่แท้จริงแล้วเจ้าตุ๊กตาแม่ลูกดกนี้เป็นของฝากที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตุ๊กตาไม้แยกชั้นของญี่ปุ่น โดยตุ๊กตาไม้แยกชั้นของญี่ปุ่นนี้เชื่อว่าเป็นตุ๊กตาฟุคุโระคุจู (Fukurokuju = 福禄寿) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (Shichifukujin = 七福神) ของญี่ปุ่น โดยฟุคุโระคุจูเป็นเทพเจ้าแห่งความสุข ความมั่นคั่ง และการอายุยืน มีลักษณะเป็นชายชราผู้มีนวดเครายาวสีขาว หน้าผากสูง แต่งกายใส่ชุดออกไปทางจีน ๆ มือข้างหนึ่งมักจะถือไม้เท้าและในมืออีกข้างจะถือม้วนคัมภีร์ที่บันทึกอายุขัยของผู้คนเอาไว้ และมักจะปรากฏกายพร้อมกับสัตว์มงคล เช่น นกกระเรียน เต่า และกวางดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืน โดยตุ๊กตานี้เชื่อกันว่าได้ถูกนำเข้ามาโชว์ในนิทรรศการหัตถกรรมหรืองานแสดงสินค้าในรัสเซีย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รัสเซียและญี่ปุ่นเริ่มมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมซึ่งกันและกันหลังจากที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศ (Kaikoku = 開国) เมื่อปีเมจิที่ 1 (ปี ค.ศ. 1868)

fukurokuji ตุ๊กตาฟุคุโระคุจู

*เกล็ดความรู้*

อาจจะมีบางคนสงสัยว่า ญี่ปุ่นเริ่มมีการเปิดท่าเรือบางแห่งในประเทศตั้งแต่ปี ค.ศ. 1853 หลังการมาของเรือดำสหรัฐอเมริกา (Kurofune Raikou = 黒船来航) โดยพลเรือจัตวา แมทธิว เพอร์รี (Matthew C. Perry) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “การเดินทางของเพอร์รี” (Perry Expedition) หลังจากที่ญี่ปุ่นปิดประเทศ (Sakoku = 鎖国) ไปกว่า 200 ปีไม่ใช่หรือ? ใช่ค่ะ ญี่ปุ่นได้เปิดประเทศจากการเข้ามาของเรือดำแต่ยังไม่ถือว่าเปิดเต็มรูปแบบ ถ้าจะให้พูดว่าเปิดประเทศเต็มสมบูรณ์แบบก็อีก 15 ปีถัดมาค่ะ โดยจุดประสงค์ของท่าเรือที่ถูกเปิดในช่วงแรกก็เพื่อให้เรือจากต่างประเทศสามารถเข้ามาเทียบท่าเพื่อซ่อมเรือ เติมเสบียง หรือนำสินค้าเข้ามาค้าขายนั้นเองค่ะ เช่น ท่าเรือชิโมดะ ในจังหวัดชิซูโอกะ ที่เปิดในปี ค.ศ. 1854 เพื่อให้เรือดำเข้าเทียบท่าครั้งแรกที่นี้ หรือท่าเรือฮะโกดาเตะ จังหวัดฮอกไกโด ที่เปิดในปี ค.ศ. 1854 เช่นกัน โดยเปิดเพื่อเป็นท่าเรือเพื่อซ่อมเรือและเติมเสบียงให้กับเรือ เป็นต้น

รูปปั้นพลเรือจัตวา แมทธิว เพอร์รี ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการมาของเรือดำ ตั้งอยู่บริเวณท่าชิโมดะ จังหวัดชิซูโอกะในปัจจุบัน

ในทางกลับกันของฝากที่เป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นบางอย่างก็ได้รับแรงบันดาลใจหรือไอเดียมาจากของฝากจากต่างประเทศ โดยของฝากหนึ่งในนั้นได้แก่ “หมีไม้แกะสลักคาบปลาแซลมอน” ซึ่งเชื่อได้เลยว่าเวลาใครไปเที่ยวที่ฮอกไกโดจะต้องเคยได้เห็นผ่านตากันแน่นอน ซึ่งเจ้าของฝากนี้จริง ๆ แล้วถูกสร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากหมีไม้แกะสลักที่เป็นของฝากขึ้นชื่อของเมืองเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นเอง

เมืองเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เกษตรกรจากหมู่บ้านยะคุโมะในฮอกไกโดได้รับแรงบันดาลใจจากการแกะสลักหมีไม้แกะสลักของสวิตเซอร์แลนด์

เมืองยะคุโมะ จังหวัดฮอกไกโดในปัจจุบัน

แต่เดิมพื้นที่บริเวณหมู่บ้านยะคุโมะของฮอกไกโด (ปัจจุบันเปลี่ยนสถานะเป็นเมืองยะคุโมะ) นี้เป็นบริเวณที่ดินที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดแบ่งสรรเพื่อแจกจ่ายให้แก่เหล่าข้ารับใช้ของตระกูลโทกูงาวะเพื่อการย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากเพื่อทำการเกษตรหาเลี้ยงชีพหลังจากที่ต้องตกงาน อันเป็นผลมาจากการปฎิรูปเมจิ (Meiji Ishin = 明治維新) ซึ่งทำให้ระบบโชกุนภายใต้การปกครองของโชกุนตระกูลโทกูงาวะที่ดำรงมาถึง 265 ปีสิ้นสุดลง เกิดการคืนอำนาจกลับไปสู่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ

โทกูงาวะ โยชิจิกะ (ค.ศ. 1886 – ค.ศ. 1976)

อย่างไรก็ตาม ที่ดินบริเวณดังกล่าวนี้กลับประสบปัญหาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพราะปลูกที่ได้ผลผลิตไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เนื่องจากประสบปัญหาสภาพอากาศหนาวเย็นจัดในฤดูหนาว ทำให้เหล่าเกษตรกรต้องเผชิญกับชีวิตที่ยากลำบาก ในช่วงเวลานั้น นายโทกูงาวะ โยชิจิกะ (Tokugawa Yoshichika = 徳川義親) ทายาทของตระกูลโอวาริโทกูงาวะ (Owari Tokugawa Ke = 尾張徳川家) 1 ใน 3 ตระกูลรอง (Gosanke = 御三家) ของตระกูลโชกุนโทกูงาวะ (Tokugawa Shogun Ke = 徳川将軍家) ซึ่งเป็นผู้บริหารฟาร์มในพื้นที่นี้ ได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวยุโรป และในขณะที่ได้เดินทางไปเที่ยวอยู่ที่เมืองเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เขาได้พบกับหมีไม้แกะสลัก (Black Forest Bear Carving) ที่วางอยู่ในร้านขายของฝาก แล้วปิ๊งไอเดียขึ้นว่า สิ่งนี่แหละที่จะสามารถนำมาทำเป็นของฝากของฟาร์มเราได้!” หลังจากคิดเช่นนั้นเขาก็ได้ตัดสินใจซื้อหมีไม้แกะสลักหลายตัวกลับมาเป็นตัวอย่างนำกลับญี่ปุ่น

หมีไม้แกะสลักคุณภาพสูงประสบความสำเร็จอย่างมากจนกลายเป็นของฝากประจำฮอกไกโด!

bear1 หมีไม้แกะสลัก

เมื่อนายโยชิจิกะเดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านยะคุโมะเขาก็ได้แนะนำให้เกษตรกรในหมู่บ้านลองทำการแกะสลักหมีขึ้นมาดู และเริ่มโครงการที่ว่า จะซื้อหมีที่แกะสลักเสร็จในราคา 1 เยน ต่อ 1 ตัวซึ่งในสมัยนั้น 1 เยนมีมูลค่าเทียบเท่ากับ 4,000 – 5,000 เยนในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นข้อเสนอที่ดีมากในตอนนั้น จนต่อมาในปีไทโชที่ 13 (ปี ค.ศ. 1924) ได้มีการจัดงานประกวดงานฝีมือจากเครื่องไม้เครื่องมือและงานศิลปะในชุมชนขึ้น และได้มีการจัดแสดงเปิดตัวหมีไม้แกะสลักหมายเลข 1 ขึ้น ซึ่งหมีไม้แกะสลักนี้ถือว่าแกะสลักออกมาได้อย่างประณีตงดงาม มีคุณภาพสูงมากจนแทบจะไม่แตกต่างจากหมีที่ซื้อมาจากสวิตเซอร์แลนด์เลย และ 1 – 2 ปี ต่อมาหมีไม้แกะสลักก็เริ่มถูกนำไปวางจำหน่ายขายตามเมืองต่าง ๆ เช่น ที่เมืองฮาโกดาเตะหรือเมืองซัปโปโร ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขายหมดอย่างรวดเร็วจนเป็นที่น่าตกใจ จนต่อมาจึงได้มีการก่อตั้ง สมาคมวิจัยและค้นคว้าศิลปะแห่งเกษตรกร ขึ้นที่ฟาร์มโทกูงาวะขึ้น รวมไปถึงมีการคิดค้นวิจัยเทคนิคต่าง ๆ เช่น การแกะสลักขน และ การแกะสลักใบหน้าซึ่งทำหมีไม้แกะสลักจึงออกมีรูปร่างสมจริงยิ่งขึ้นไปอีก

money

ในส่วนของเหตุผลสำคัญที่นายโยชิจิกะได้ตัดสินใจนำหมีไม้แกะสลักจากสวิตเซอร์แลนด์กลับมาที่หมู่บ้านยะคุโมะและพยายามเผยแพร่ก็เพื่อที่จะ “สร้างงานเสริมที่สามารถทำเป็นรายได้ในช่วงฤดูหนาวของฮอกไกโดซึ่งเป็นฤดูที่ไม่เหมาะแก่การทำการเกษตร และเพื่อทำให้เกษตรกรได้สัมผัสกับงานแกะสลักไม้ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยทำให้ชีวิตและวัฒนธรรมในชุมชนนี้ร่ำรวยและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นได้” นั้นเองค่ะ โดยมีเกษตรกรบางคนสามารถทำรายได้จากการแกะสลักหมีไม้เป็นรายได้เทียบเท่ากับเงินเดือนแรกของอาชีพครูเลยทีเดียว ซึ่งถือว่ารายได้จากอาชีพเสริมนี้สามารถทำให้เกษตรกรผู้นั้นอยู่รอด และประสบความสำเร็จในการหาเลี้ยงชีพได้ค่ะ ต่อมานายโยชิจิกะได้ถูกยอมรับและยกย่องจากหมู่บ้านยะคุโมะว่าเป็น “บิดาของศิลปะหมีไม้แห่งฮอกไกโด” ทั้งนี้ หมีไม้แกะสลักในตอนแรกจะแกะสลักแค่เฉพาะตัวหมีเฉย ๆ ในส่วนของรูปร่างของหมีไม้แกะสลักแบบที่คาบปลาแซลมอนที่เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ในปัจจุบันนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาภายหลังในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เมืองอาซาฮิกาว่า จังหวัดฮอกไกโด

bear with salmon หมีไม้แกะสลัก

หมีไม้แกะสลักคาบปลาแซลมอนถือเป็นสัญลักษณ์ของฮอกไกโดที่คนญี่ปุ่นต่างเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ และยังแฝงไปด้วยฝีมือเทคนิคชั้นสูงของช่างแกะสลักไม้ท้องถิ่น ซึ่งถือว่านอกจากเป็นสินค้าที่สร้างเม็ดเงินขึ้นได้แล้ว ยังเป็นงานศิลปะที่ทั้งความสวยงามและสอดแทรกไปด้วยความหมายเชิงวัฒนธรรมอีกด้วยค่ะ ในคราวหน้าถ้าใครมีโอกาสได้เดินทางไปเยือนฮอกไกโดก็ลองมองหาเจ้าหมีไม้แกะสลักนี้เป็นของฝากดูกันนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...