โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ภัยความเหงา! WHO ยกเป็นภัยคุกคามระดับโลก คร่าชีวิต100 คน/ชั่วโมง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 09.37 น.

องค์การอนามัยโลก (WHO)เปิดเผยผลการศึกษาฉบับใหม่ที่เน้นย้ำถึงวิกฤติความเหงาที่กำลังส่งผลกระทบทั่วโลก โดยระบุว่าความเหงาเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อประชากรในสัดส่วนที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ

รายงานฉบับล่าสุดของ WHO ชี้ว่า ความเหงาสามารถคร่าชีวิตผู้คนได้ประมาณ 100 คนต่อชั่วโมง หรือมากกว่า 871,000 คนต่อปีทั่วโลก และมีประชากรถึง 1 ใน 6 ที่กำลังเผชิญกับภาวะความรู้สึกโดดเดี่ยวนี้

ทั้งนี้ แม้ว่า "ความเหงา" จะส่งผลกระทบต่อทุกเพศทุกวัย แต่กลุ่มเยาวชนและประชากรในประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางกลับเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางเป็นพิเศษ

ในทางตรงกันข้าม คือ พบว่า การมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่เข้มแข็งนั้นสัมพันธ์กับสุขภาพที่ดีขึ้นและอายุที่ยืนยาวขึ้น

ความเหงาและสภาพสังคม

องค์กรอนามัยโลกได้ให้คำจำกัด "ความของการเชื่อมโยงทางสังคม" ว่าคือ วิธีการที่ผู้คนสัมพันธ์และมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ส่วน ความเหงาคือความรู้สึกทุกข์ใจที่เกิดขึ้นเมื่อมีความแตกต่างระหว่างความสัมพันธ์ทางสังคมที่ปรารถนากับความสัมพันธ์ทางสังคมที่เป็นอยู่จริง ในขณะที่ การแยกตัวทางสังคมหมายถึงการขาดการติดต่อทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

จากรายงานขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ความเหงาส่งผลกระทบต่อผู้คนทุกช่วงวัย แต่ กลุ่มคนหนุ่มสาวและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลางมีความเปราะบางเป็นพิเศษ โดย 1 ใน 6 ของประชากรโลกได้รับผลกระทบจากความเหงา

มีข้อมูลระบุว่า 17-21% ของคนหนุ่มสาวอายุ 13-29 ปี รายงานว่ารู้สึกเหงา และอัตราสูงสุดอยู่ในหมู่วัยรุ่น นอกจากนี้ ประมาณ 24% ของผู้คนในประเทศรายได้ต่ำรายงานว่ารู้สึกเหงา ซึ่งเป็นสองเท่าของอัตราในประเทศรายได้สูง (ประมาณ 11%)

สำหรับปัจจัยอื่นๆ ที่มีส่วนทำให้เกิดความเหงาและการแยกตัวทางสังคม ได้แก่:

  • ปัญหาสุขภาพ
  • รายได้และการศึกษาต่ำ
  • การอาศัยอยู่คนเดียว
  • การขาดโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนและนโยบายสาธารณะที่เพียงพอ
  • ภาวะที่เกี่ยวพันกับเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเกินไปและปฏิสัมพันธ์ออนไลน์ที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะในหมู่คนหนุ่มสาว ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพจิต

แม้ในโลกที่เชื่อมต่อกันด้วยระบบดิจิทัล ผู้คนหนุ่มสาวจำนวนมากยังคงรู้สึกโดดเดี่ยว ดร. เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า "ในยุคที่ความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อมีไม่สิ้นสุด ผู้คนจำนวนมากขึ้นกลับพบว่าตนเองโดดเดี่ยวและเหงา"

ความเหงา กับผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่

ความเหงาและการแยกตัวทางสังคมเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน, ภาวะสมองเสื่อม, และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ผู้ที่รู้สึกเหงาจะมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นโรคซึมเศร้าสูงเป็นสองเท่า และยังอาจเผชิญกับความวิตกกังวลและความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้น

ในทางกลับกัน การเชื่อมโยงทางสังคมกลับมีประโยชน์ในการป้องกันตลอดช่วงชีวิต อาทิ

  • ลดการอักเสบ
  • ลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยร้ายแรง
  • ส่งเสริมสุขภาพจิต
  • ยืดอายุขัย

ผลกระทบของความเหงายังขยายไปถึงการเรียนรู้และการจ้างงาน วัยรุ่นที่รู้สึกเหงาจะมีแนวโน้มที่จะได้เกรดหรือวุฒิการศึกษาที่ต่ำกว่าถึง 22% และผู้ใหญ่ที่เหงาอาจพบว่าการหางานหรือรักษางานทำได้ยากขึ้น และอาจมีรายได้น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป ในระดับชุมชน ความเหงาบ่อนทำลายความสามัคคีทางสังคม และทำให้เกิดค่าใช้จ่ายหลายพันล้านดอลลาร์ในการสูญเสียผลิตภาพและค่ารักษาพยาบาล

รายงานของคณะกรรมาธิการการเชื่อมโยงทางสังคมของ WHO ได้วางแผนที่การดำเนินงานระดับโลกในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ระดับนโยบาย, งานวิชากร จนถึงการมีส่วนร่วมของสังคม เพื่อปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานทางสังคมและสร้างการเคลื่อนไหวเพื่อการเชื่อมโยงทางสังคม

อ้างอิง : องค์การอนามัยโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...