โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หญ้าหวาน:หวานไม่ง้อน้ำตาล ทางเลือกสุขภาพจากธรรมชาติ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 03.43 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 03.43 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น “หญ้าหวาน” ได้กลายเป็นชื่อที่คุ้นหูในฐานะสารให้ความหวานจากธรรมชาติ ที่ถูกนำมาใช้ทดแทนน้ำตาลทรายขาว ด้วยรสชาติหวานที่โดดเด่นและคุณสมบัติที่น่าสนใจ

หญ้าหวาน (Stevia) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย คล้ายต้นโหระพา มีดอกเป็นช่อสีขาว ความสูงประมาณ 30-90 เซนติเมตร มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะประเทศปารากวัยและบราซิล สำหรับประเทศไทยมีการนำพืชชนิดนี้มาปลูกในภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเย็น เหมาะแก่การเจริญเติบโตของหญ้าหวาน

ใบของหญ้าหวานมีสารให้ความหวานตามธรรมชาติที่เรียกว่า สตีวิโอไซด์ (Stevioside) และ รีบาวดิโอไซด์ เอ (Rebaudioside A) ซึ่งมีความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายขาวหลายเท่า โดยถ้าเป็นหญ้าหวานจะมีความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายขาว 10-15 เท่า แต่ถ้าเป็นสารสกัดสตีวิโอไซด์ จะให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายมากถึง 200-300 เท่า แต่ให้พลังงานต่ำหรือแทบไม่มีเลย

นอกจากนี้หญ้าหวานและสารสกัดจากหญ้าหวานยังไม่ทำให้อาหารเกิดสีน้ำตาลเมื่อผ่านความร้อนสูงๆ ไม่ถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ เมื่อใช้กับอาหารจึงไม่ทำให้เกิดบูดเน่าและไม่ทำให้เกิดฟันผุ สำคัญที่สุดคือ ไม่ถูกดูดซึมในระบบการย่อย ให้พลังงานต่ำแค่ 0-3 แคลอรี่ จึงเหมาะที่จะใช้เป็นสารให้ความหวานกับอาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคหัวใจ

ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์จากหญ้าหวานหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน ทั้ง

  • ใบหญ้าหวานอบแห้ง: สามารถนำไปต้มเพื่อทำน้ำหวาน หรือใช้ปรุงอาหารได้
  • สารสกัดจากหญ้าหวานชนิดผง: มีความเข้มข้นสูง ใช้ในปริมาณน้อย
  • สารสกัดจากหญ้าหวานชนิดเหลว: สะดวกในการผสมในเครื่องดื่ม
  • ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของหญ้าหวาน: เช่น เครื่องดื่ม น้ำหวาน ขนมหวาน

โดยทั่วไป หญ้าหวานถือว่าปลอดภัยสำหรับการบริโภค อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีอาการแพ้หญ้าหวานได้ แม้จะพบได้น้อยมาก นอกจากนี้ การใช้หญ้าหวานในปริมาณมากเกินไปในบางราย อาจทำให้เกิดอาการท้องอืดหรือคลื่นไส้ได้ รวมถึงอาจทำให้อาหารเกิดรสขมเฝื่อนได้ด้วย ดังนั้น ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...