โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบงก์ไทยพาณิชย์แนะนำ จัดพอร์ตการลงทุนสู้ความไม่แน่นอนทางการเมือง-ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่คาดการณ์ได้ยาก

THE STANDARD

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 12.12 น. • thestandard.co
แบงก์ไทยพาณิชย์แนะนำ จัดพอร์ตการลงทุนสู้ความไม่แน่นอนทางการเมือง-ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่คาดการณ์ได้ยาก

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดที่เกิดจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนเป็นเรื่องที่ท้าทาย นักลงทุนควรมีกลยุทธ์อย่างไรเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้

รุ่งโรจน์ เสกสรรค์วิริยะ ผู้อำนวยการ Investment Product Selection ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth ว่า ย้ำถึงปรัชญาการลงทุนที่ SCB CIO ยึดมั่นมาโดยตลอด คือ “Stay Invested” หรือการลงทุนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตลาด

“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วและพลิกผันไปมา เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดูเหมือนจะประนีประนอมกันอย่างน่าประหลาดใจ แสดงให้เห็นว่าการพยายามจับจังหวะตลาด (Market Timing) มักนำไปสู่การพลาดโอกาส” รุ่งโรจน์อธิบาย พร้อมเสริมว่าหากนักลงทุนตัดสินใจขายสินทรัพย์ออกไปในยามที่ตลาดตกใจจากข่าวร้าย ก็มีโอกาสพลาดผลตอบแทนเมื่อตลาดรีบาวด์กลับมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์

รุ่งโรจน์ยังกล่าวถึงปราชญ์การลงทุนระดับโลกอย่าง BlackRock, Goldman Sachs และ JP Morgan ซึ่งล้วนให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า ความมั่งคั่งในระยะยาวเกิดจากการ Stay Invested การคาดเดาอนาคตเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือการลงทุนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

ทำความเข้าใจประเภทการลงทุน: Directional vs. Non-Directional Product โดยการลงทุนแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก

  • Directional Investment: คือการลงทุนที่ ผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามทิศทางของตลาด (เช่น หากตลาดหุ้นบวก ผลตอบแทนก็บวกตาม และในทางกลับกัน) การลงทุนประเภทนี้มักจะ ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงขาลง (Downside Protection) ทำให้มีความผันผวนสูงและได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเมื่อตลาดปรับฐาน
  • Non-Directional Product: คือผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ ผลตอบแทนไม่ได้ขึ้นอยู่กับทิศทางของตลาดโดยตรง แม้จะมีความผันผวนบ้างแต่จะน้อยกว่า “สามารถสร้างผลตอบแทนได้ในยามที่ตลาดมีความผันผวน โดยมีการป้องกันความเสี่ยงผ่านการใช้อนุพันธ์ (Derivatives) ที่มีความซับซ้อน” รุ่งโรจน์ระบุ

รุ่งโรจน์ชี้ว่า กองทุนประเภท Non-Directional อาจให้ผลตอบแทนไม่สูงเท่ากองทุน Directional ในช่วงตลาดขาขึ้นที่รุนแรง แต่จะมีความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าในยามที่ตลาดผันผวน การลงทุนในลักษณะนี้จึงช่วยให้นักลงทุนสามารถ Stay Invested ในระยะยาวได้อย่างสบายใจ และบรรลุเป้าหมายการลงทุนที่วางไว้

กระจายการลงทุนเพิ่มสินทรัพย์ทางเลือกในพอร์ต

นอกเหนือจากการ Stay Invested แล้ว “Diversify” หรือการกระจายการลงทุนก็เป็นอีกหนึ่งคาถาสำคัญ รุ่งโรจน์เสนอแนวคิดการเพิ่ม “สินทรัพย์ทางเลือก” (Alternative Assets) หรือ Non-Directional Product เข้ามาในพอร์ตการลงทุนแบบดั้งเดิม (Traditional Asset) ซึ่งมักจะประกอบด้วยหุ้นและตราสารหนี้

จากการศึกษาข้อมูลย้อนหลังกว่า 10 ปี แสดงให้เห็นว่า การเพิ่มสินทรัพย์ทางเลือกเข้ามาในพอร์ตช่วย “สร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในขณะที่ความผันผวนลดลง” ทำให้การ Stay Invested ในระยะยาวมีความมั่นคงและมั่นใจมากขึ้น

รุ่งโรจน์ยังได้ยกตัวอย่าง Endowment Fund ขนาดใหญ่ระดับโลก เช่น Harvard หรือ CalPERS ซึ่งมีการจัดสรรสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกไว้ในระดับที่สูงถึง 30-50% ของพอร์ต สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีควบคู่ไปกับการลดความผันผวน

แนะกองทุน SCBABSAP รับมือความผันผวน

สำหรับนักลงทุนที่สนใจผลิตภัณฑ์การลงทุนประเภท Non-Directional ทางไทยพาณิชย์เสนอ SCBABSAP (Absolute Return Asia Pacific) ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนใน BlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return Fund

“กองทุนนี้มุ่งเป้าสร้างผลตอบแทนเชิงบวกโดยไม่ผันผวนตามตลาด” รุ่งโรจน์กล่าว

โดยจากการศึกษาผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนหลัก BlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return พบว่าสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 9% ต่อปี ด้วยความผันผวนเพียง 6% ซึ่งเมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นอย่าง MSCI Asia Pacific แล้ว กองทุนนี้มีความสามารถในการสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่รับได้

รุ่งโรจน์ยังชี้ว่า กองทุนหลักนี้สามารถสร้างผลตอบแทนรายเดือนเป็นบวกได้ถึง 68 เดือน จาก 99 เดือนที่ทำการศึกษา (ประมาณ 60-70%) และมีผลตอบแทนรายปีที่สม่ำเสมอและเหนือกว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 3 เดือนในแต่ละปี ยกเว้นปี 2019 ที่เป็นช่วงวิกฤตโควิด-19

ความเสี่ยงและการบริหารจัดการ

แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่รุ่งโรจน์ย้ำว่ากองทุน SCBABSAP ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยหลักๆ คือ ความเสี่ยงของแบบจำลอง (Model Risk) ซึ่งแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการลงทุนอาจคำนวณผิดพลาดได้

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนมีแบบจำลองควบคุมความเสี่ยง (Risk Control Model) เพื่อเข้ามาจับตาและประเมินสถานการณ์ หากเกิดข้อผิดพลาดในการลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยไม่ได้ปล่อยให้แบบจำลองเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับกองทุน SCBABSAP กำลังเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 24-30 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มสินทรัพย์ประเภท Non-Directional เข้ามาในพอร์ต เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...