โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"โรม" แถลงผลประชุม กมธ.มั่นคงแห่งรัฐฯ ห่วง ปัญหาผู้ลี้ภัย 9 ค่ายชายแดน หลังสหรัฐฯตัดงบช่วยเหลือ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 08.42 น.

"โรม" แถลงผลประชุม กมธ.มั่นคงแห่งรัฐฯ ห่วง ปัญหาผู้ลี้ภัย 9 ค่ายชายแดน หลังสหรัฐฯตัดงบช่วยเหลือ เสี่ยงเป็นภัยความมั่นคง ย้ำ พร้อมลุยสอบปมไทย-กัมพูชา เร่งปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จ่อเรียก "แพทองธาร" แจงปมคลิปเสียงสนทนา ยัน หากไม่มาต้องชี้แจงต่อสภา

วันที่ 17 ก.ค.2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ ฯ และคณะ แถลงผลประชุมกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ ฯ ว่า วันนี้มีการประชุมเรื่องของพิจารณาศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากคำสั่งของการบริหาร โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ต่อการระงับการช่วยเหลือต่อผู้อพยพหรือผู้ที่หนีภัยการสู้รบและผู้ลี้ภัยในเมือง โดยประเด็นหลักในการพิจารณาในครั้งนี้ อยู่ที่กรณีของผู้ที่หนีการสู้รบ ที่อยู่ในค่าย 9 แห่ง ตามแนวชายแดน ฝั่งภาคตะวันตกของประเทศไทย

ซึ่งมีประชาชนที่อยู่ในค่าย ที่ตัวเลขยังไม่เป็นทางการคือ 100,000 กว่าคน โดยตัวเลขทางการประมาณราวๆ 80,000 คน ซึ่งก็ต้องดูว่าตัวเลขไหนตรงที่สุด แต่เชื่อว่ามีประชาชนนับ 100,000 คน ที่อยู่ในค่ายนั้น และทันทีที่มีการตัดในเรื่องของงบประมาณ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือการช่วยเหลือต่างๆเช่นทางสาธารณสุข อาหาร ที่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ประมาณ50 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งงบประมาณตรงนี้จะถูกตัดในทันทีหมายความว่าหากผู้ลี้ภัยเจ็บป่วยไม่สบายก็จะมีปัญหาในเรื่องของข้อจำกัดในเรื่องของการเข้าสู่ระบบสาธารณสุข ซึ่งหมายความว่าเรากำลังจะพูดถึงความเสี่ยงและความเป็นไปได้ อาจจะทำให้ผู้ที่หนีภัยการสู้รบ ที่แต่เดิมอยู่แต่ในค่ายอาจจะมีความจำเป็นที่อาจจะต้องหนีออกจากค่าย การที่เราจะหนีออกจากค่ายแสดงว่ากำลังเจออยู่กับภัยความมั่นคง ที่จะเกิดขึ้นในรูปแบบเดิม
การที่จะส่งผู้อพยพให้กับประเทศเมียนมา เพราะผู้อพยพกลุ่มนี้อยู่ในประเทศประเทศไทยมากกว่า 30 ถึง 40 ปี

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งมีกรณีที่เด็กเกิดขึ้นในค่ายและเขาไม่เคยรู้ว่าภูมิลำเนาเป็นอย่างไร ปัจจัยทั้งหลายที่เกิดขึ้น การหวังพึ่งว่าเราจะส่ง ไปประเทศที่สามต้องยอมรับว่าเป็นไปได้ยาก เชิงปัญหาทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศไทยต้องหาแนวทางที่จะต้องแก้ไขโดยเบื้องต้น ที่มีข้อเรียกร้องจากภาคประกันสังคมที่มีการมายื่นหนังสือที่ผ่านมา ตนคิดว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากหน่วยงานราชการโดยเฉพาะหน่วยงานจาก สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช. ) กระทรวงมหาดไทย ซึ่งทั้งสองหน่วยงานนี้มีแนวทางที่ชัดเจน เพราะมีหลักการที่จะให้ผู้ลี้ภัยสามารถที่จะยืนด้วยตนเองได้ เพราะการที่เขายืนได้ด้วยตัวเองจะเป็นการประหยัดงบประมาณภาษีประชาชนได้

อีกทั้งสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ หากมีการจัดการที่ดีและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องของการแย่งงานคนไทย ซึ่งยอมรับว่าในวันนี้เรามีแรงงานที่จำกัดอาจจะทำให้นักลงทุนมีการทบทวนเรื่องของการลงทุนในประเทศไทย หากเราเปลี่ยนจุดอ่อนกลายเป็นจุดแข็งได้จะส่งผลบวกในเรื่องของเศรษฐกิจ รวมถึงหากบริหารจัดการให้ดีได้ จะสามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมได้

โดยทางสอบอชอจะมีการนัดประชุมที่สำคัญในวันที่ 24 ก.ค. 68 ซึ่งทางคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ได้มีการว่าเสนอจะส่งตัวแทน ไปให้ข้อมูลและร่วมประชุมกับ สมช. เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ทันที

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ทันทีเมื่อเดดไลน์ วันที่ 31 ก.ค. 68 จบลง ซึ่งจะไม่มีเงินจากหน่วยงานในด้านสาธารณสุข อาหาร ของผู้ลี้ภัย เราจะสามารถมีมาตรการที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้อย่างราบรื่นได้หรือไม่ และย้ำว่าการประชุมครั้งนี้จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ในสัปดาห์หน้าการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นฯ จะมีการติดตามอย่างต่อเนื่องในเรื่องของความขัดแย้งปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งทางกรรมาธิการเรามีมติเรียกบุคคลต่าง ๆ มาร่วมประชุม อาทิ รักษาการนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเลขาธิการ สมช.และ รมช.กลาโหม ในฐานะเป็นหัวหน้าทีมไทยแลนด์ และเรียกพลตำรวจตรี ชัชชัย สุรเชษฐพงษ์ รองจเรตำรวจ ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ประธาน กสทช. ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและผู้แทนจากมูลนิธิอิมมานูเอล

รวมถึง กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ยังมีมติเรียก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม เข้าชี้แจงในกรณีคิดเสียงสนทนาระกับ สมเด็จ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เนื่องจากเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา ซึ่งเราพิจารณาแล้วเห็นว่าคลิปเสียงดังกล่าวไม่มีใครสามารถตอบคำถามแทนได้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศที่มาชี้แจงก็พูดในทำนองว่าการกระทำของ น.ส.แพทองธาร ผิดโพรโทคอลของการพูดคุยที่ปกติ แล้วกระทรวงการต่างประเทศจะต้องเป็นคนดูแล และการเรียกเข้ามาประชุมในครั้งนี้หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากจาก น.ส.แพทองธาร ซึ่งเป็นการใช้อำนาจอาศัยตามมาตราที่ 6 คือกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ มีอำนาจเรียกเอกสารจากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทำ หรือในเรื่องพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงที่ศึกษาอยู่นั้นได้ ซึ่งเป็น พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกมธ.ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2568

ด้านนางนางปทิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์บริเวณปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควายจ.สุรินทร์ ที่มีการอัพเดทใหม่อยู่ตลอดเวลาซึ่ง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 68 มีผู้หญิงฝั่งกัมพูชา ได้มาต่อว่าทหารฝั่งประเทศไทยของเราทำให้เกิดความตื่นตระหนก และต้องมีการขอให้นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวปราสาทต้องย้ายออกไปทั้งหมด ซึ่งเป็นความตื่นตระหนกของพี่น้องในพื้นที่และการสื่อสารออกไปคนที่รับข้อมูลก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จตนเองค่อนข้างที่จะเป็นห่วง

ต่อมาเป็นเรื่องของความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน ไม่ว่าจะเป็น จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ ตนเองมองเห็นตั้งแต่วันที่นางสาวแพทองธาร ได้ไปจังหวัดสุรินทร์เพื่อดูหลุมหลบภัยและได้มีการระบุว่า ให้จัดการและให้มีความปลอดภัยมากขึ้น สำหรับงบประมาณกลางที่สามารถใช้ได้ง่ายและได้สะดวกอนุมัติไปทำหลุม หลบภัยให้กับโรงเรียน เพราะโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนถือว่าถือว่า 80% ไม่มีหลุมหลบภัย แต่เราก็รอจนถึงวันนี้ซึ่งก็ไม่มีการอนุมัติงบประมาณลงไปในพื้นที่ตามแนวชายแดนเลยซึ่งทุกวันนี้ที่ออกข่าวทุกอย่างเป็นการบริจาคการขอรับการสนับสนุน

วันนี้ในฐานะที่ตนเองเป็น สส.พื้นที่ชายแดนของ จ.สุรินทร์จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความใส่ใจกับเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนให้มากกว่านี้เพราะทุกวันนี้ประชาชนฟังข่าวแทนที่ท่านมีแนวความคิดอยากจะย้ายข้าราชการหรืออะไรหลายหลายอย่างแต่เรามองว่าปัญหาที่พวกเราเจอมันน่าจะเป็นปัญหาใหญ่พอกับปัญหายาเสพติด ที่นางสาวแพทองธาร เรียกประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในวันพรุ่งนี้(17 ก.ค. 68) จึงอยากให้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดนวันนี้เราอยู่บนความเสี่ยงการกระทบกระทั่งเล็กๆน้อยๆ อาจจะเจรจากันได้ แต่เราไม่ทราบว่าวันนี้การกระทบกระทั่งเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่มากกว่านี้หรือไม่

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า เราอยากได้ความคืบหน้า และอยากได้การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพราะก่อนหน้านี้เขาพูดถึงเรื่องเซลบรอดคลาสต์ การแจ้งเตือนอย่างทันท่วงที ซึ่งการได้รับการเตือนอย่างเป็นทางการที่ไม่ใช่เป็นข่าวลือหรือเป็นลักษณะในการพูดกันปากต่อปาก ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญซึ่งเราอยู่ในยุคสมัยที่มีเทคโนโลยีมากมายและสามารถใช้ประโยชน์ได้ จึงอยากให้รัฐบาลสื่อสารเรื่องนี้อย่างมีประสิทธิภาพ การจะให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไปสื่อสารอย่างเดียว คงไม่ครบถ้วนทุกมิติ

เมื่อถามว่าการใช้อำนาจเรียก น.ส.แพทองธาร หากไม่มาจะมีผลอย่างไร นายรังสิมันต์ ย้ำว่า ถ้าไม่มาจะต้องมีการชี้แจงเหตุผลในที่ประชุมสภา ในห้องใหญ่ ว่าเหตุและผลอะไรที่ไม่มาซึ่งในกรณีที่ไม่ให้ความร่วมมือกับ กมธ.จะต้องชี้แจงต่อสภา เราคงได้มีการถามต่อไป ประชาชนเขาจะได้รู้

“สัปดาห์ที่แล้ว เราเชิญท่านไปแล้วครั้งหนึ่ง ที่ผ่านมาก็พยายามพูดเรื่องนี้ แต่ไม่เคยได้สัญญาณ ไม่ได้อะไรเลย ถ้าเกิดว่าท่านไม่มา แล้วท่านบอกว่าท่านจะมาในวันนี้ ถ้าจะมาวันนี้ เรายินดี แต่วันนี้เราติดต่อไปแล้วขอความร่วมมือแล้ว ท่านไม่ให้ความร่วมมือ เราต้องใช้อำนาจเรียกตามกฎหมายใหม่” นายรังสิมันต์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...