ณเดชน์ คูกิมิยะ เปิดบทบาทใหม่สุดท้าทายใน ใจขังเจ้า และชีวิตจริงที่ใกล้ถึงวันวิวาห์
‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ เปิดบทบาทใหม่สุดท้าทายใน ใจขังเจ้า และชีวิตจริงที่ใกล้ถึงวันวิวาห์
แม้ว่าจะอยู่ในวงการมานับ 10 ปี แต่กระนั้น พระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ก็เผยว่าละครเรื่อง ใจขังเจ้า ที่ได้ประคู่กับนางเอกสาว พาย รินรดา แก้วบัวสาย และกำลังออกอากาศอยู่ทางช่อง 3 ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. นั้นเป็นละครแนวใหม่ที่เพิ่งเคยได้มีโอกาสเล่น ด้วยนอกเหนือจากความเป็นพีเรียดแล้วก็ยังมีความแฟนตาซี มีคาถาอาคมร่ายมนต์ และเล่นกับซีจีด้วย
“ผมเล่นเป็น พันแสง เขาเลือกเรียนวิชาอาคม ที่มันจะมีคำสาปตามมา เพื่อเป็นข้อบัญญัติว่าถ้ามีความรักก็คือจะตาย กระดูกจะเผาไหม้ ร่างกายจะทรุดโทรม แล้วก็จะเสียชีวิตภายในที่สุด”
แต่เมื่อต้องพบกับ ชวาลา นางเอก ด้วยระยะเวลาที่ได้รู้จัก ทำให้รู้สึกผูกพันและก็รักกัน แต่สุดท้ายด้วยเงื่อนไขนี้ทำให้ พันแสงและชวาลา รักกันไม่ได้
“คือใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันใกล้กันมากก็ไม่ได้ พันแสงยิ่งจะป่วยลงๆ ในระหว่างนั้นพันแสงก็ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบต่อบ้านเมืองด้วย”
ในส่วนซีจีในเรื่องนี้ ณเดชน์เล่าว่า ไม่ได้มีแค่อาคม แต่ยังมีทั้งระเบิด ทั้งไฟ และอีกหลายๆ อย่าง
“ตอนแรกที่เราอ่านบทเราก็คิดว่าซีจีมันจะเป็นยังไง เราจะมีความไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นยังไง แต่พอเราเห็นผลลัพธ์ออกมาแค่ทีเซอร์ที่ผมเห็น รู้สึกว่ามันเกินคาดมากๆ คือมันเป็นซีจีที่สวยมากๆ แล้วคนดูก็น่าจะรู้สึกว้าวมากๆ”
“มันเหมือนปรับมาตรฐานของซีจีในละครไทยขึ้นไปอีกในระดับหนึ่งเลย”
กับการได้มาร่วมงานกับพาย รินรดา พระเอกหนุ่มกล่าวว่า “ต้องบอกว่าพอได้เล่นกับเขาก็รู้สึกว่าเขาเป็นชวาลาจริงๆ ด้วยความที่เขาเป็นคนสมาธิดีกว่าผม พูดตรงๆ เลย มันเลยทำให้เขาดึงเราไปในบางซีนที่มันรู้สึกว่าเราเห็นว่าเขาเป็นชวาลาจริงๆ แล้วเราก็เป็นพันแสงจริงๆ”
“คือผมว่าการแสดงใน 1 ซีน ใน 1 ฉาก ตัวละครที่อยู่ด้วยกัน มันต้องอาศัยกันและกันไป เพราะฉะนั้นแค่คนคนนึงที่จะเก่งจะดีมันไม่พอ มันต้องไปด้วยกัน แล้วมันจะเกิดความสนุกเกิดขึ้น มันจะมีอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งอยู่ในสายตานั้น หรืออานุภาพที่อยู่ตรงหน้าเซต มันจะสนุกไปอีกแบบหนึ่ง”
ดังนั้นจึงอยากฝากให้แฟนๆ ได้ติดตามละครเรื่องนี้ “พวกเรามีความมั่นใจแล้วก็อยากให้ทุกคนได้ดูใจขังเจ้ามากๆ รับรองว่าละครเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งละครแนวใหม่ที่มีความเป็นแฟนตาซี โรแมนติก แล้วก็มีกลิ่นอายของแอ๊กชั่น หนำซ้ำยังเป็นพีเรียดอีกด้วย”
“เพราะฉะนั้นผมเองก็รู้สึกว่าเราอยากจะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ แล้วก็เรื่องราวสนุกๆ ละครแบบนี้ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นในโทรทัศน์ไทยมานานมากๆ เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทุกคนติดตามดูกันครับ รับรองสนุกแน่นอน”
ทั้งนี้เมื่อถามถึงทริปพักผ่อนที่ต่างประเทศกับคู่หมั้นสาวคนสวย ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ซึ่งทั้งคู่ก็มีภาพหวานๆ มาฝากแฟนๆ ให้ชมกันทางอินสตาแกรมกันรัวๆ
“น่าจะเป็นทริปฮอลิเดย์ที่ยาวนานที่สุดในชีวิตแล้ว ก็ 1 เดือนเลย มันหลายกิจกรรมติดต่อกัน ก็เลยเสียค่าตั๋วไปแล้วก็ทีเดียวเลยยาวๆ”
“ผมเป็นคนแพลนครับ คือน้องมีงานที่สเปนอยู่แล้ว แล้วก็บินมาเจอกันที่นอร์เวย์ ประมาณปลายเดือนพฤษภาคม และหลังจากนั้นก็ค่อยบินไปที่กรีซ แล้วก็ไปอิตาลีต่อ”
โดย ณเดชน์ได้เล่าต่อว่า “เอาจริงๆ ผมไม่ได้กลับนอร์เวย์มา 2 ปีกว่าๆ แล้ว พอดีมีโอกาสได้กลับไปครั้งนี้ หลังจากที่ผมได้ขอหมั้นเขาแล้ว ก็รู้สึกว่าเขาอยากให้มีดินเนอร์สักครั้งหนึ่งกับครอบครัว ก็เลยมีวันนั้น”
“แล้วเราก็ได้มีโอกาสไปดูโลเกชั่นหรืออเวนิวในการแต่งงานที่นอร์เวย์ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญด้วย”
ในส่วนของสถานที่จัดงานก็มีที่มองๆ ไว้ในใจแล้ว เหลือเพียงแค่เวลาว่างของสถานที่กับวันจัดงานจะตรงกันหรือไม่และในส่วนของเอกสารต่างๆ
“ผมรู้สึกว่านอร์เวย์ มีสถานที่ที่เรารู้สึกว่าอบอุ่น และมันเหมาะกับการเป็นสถานที่จัดงานเราสองคน ที่จริงมันมีมาเยอะมากเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศหรือที่ไหน แต่ว่าเราอยากจัดที่นอร์เวย์แหละ เพราะว่ามันเป็นบ้านเกิดน้อง และสถานที่พอเราไปแล้วก็รู้สึกประทับใจ ด้วยสิ่งแวดล้อมสภาพแวดล้อม ตัวอาคาร มันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าใช่แหละ ตรงนี้แหละแน่ๆ แล้ว”
นอกจากนี้ทั้งคู่ยังได้ถือโอกาสไปถ่ายพรีเวดดิ้งเก็บไว้อีกด้วย “จริงๆ แล้วเราตั้งใจที่จะเที่ยวบวกกับถ่ายพรีเวดดิ้ง เราค่อนข้างมีสไตล์เป็นของตัวเอง แล้วก็ขอหมาก-คิม (ปริญ สุภารัตน์-คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส) ว่าว่างเปล่า พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันไหม มาเป็นตากล้องให้หน่อย”
ซึ่งการบรีฟงานกับตากล้องจำเป็นนั้นก็คือ การหารูปตัวอย่าง มู้ดแอนด์โทน ที่ชอบในพินเทอเรสต์ ก่อนที่ตากล้องหมากนั้นจะถ่ายให้ไปเรื่อยๆ แบบง่ายๆ ไม่มีจัดไฟใดๆ แล้วค่อยนำไปเลือกทีหลัง
“เรื่องราวคือแค่ความเป็นตัวตน หรือการอยากแสดงออกของความรักของเรา 2 คน บางทีรูปเบลอๆ ก็รู้สึกว่ามีอารมณ์ทางภาพเยอะมากๆ ก็รู้สึกว่าชอบกัน บางรูปมันสวยมากๆ เป๊ะมากๆ ก็ชอบมากๆ”
“มันแล้วแต่ว่าสถานที่ที่เราไปถ่ายด้วย ทุกเมืองที่เราไปจะมี 1 วันที่เราถ่ายกัน ครึ่งวันหลังจากนั้นก็คือไม่รบกวนเพื่อนละ เที่ยวกันให้เต็มที่ สนุกกันให้เต็มที่”
นอกจากงานแต่งที่นอร์เวย์ และณเดชน์ก็บอกว่ายังมีอีก 2 สถานที่ คือจังหวัดขอนแก่น และที่กรุงเทพฯ ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเตรียมสิ่งต่างๆ ไว้แล้ว
“ตอนนี้จะค่อยๆ ไล่ไปก็คือ ที่นอร์เวย์ มีฤกษ์แล้ว มีการคุยกันละ แล้วที่ขอนแก่นก็คือได้สถานที่และโรงแรมแล้วและได้ฤกษ์แล้ว แต่วันได้แน่ๆ ล่าสุดเราคุยเรื่องชุด เรื่องเสื้อผ้า ก็ได้คนมาทำให้แล้ว”
โดยเฉพาะที่ขอนแก่นนั้น พระเอกหนุ่มบอกว่า “ก็คงเป็นสไตล์ขอนแก่น แต่อาจจะมีความสวยงามขึ้นมาหน่อย จะไม่ได้แบบม่อฮ่อม หรือเป็นโสล่ง ผ้าถุงอย่างเดียว จะมีแค่ ชุดพิธีบายศรีตามสไตล์คนอีสาน และก็อาจจะเป็นชุดดินเนอร์ตอนเย็นแค่นั้นเอง”
“ส่วนในกรุงเทพฯก็จะเป็นอีกชุดนึง จะเหมือนงานเลี้ยงมากกว่า เลี้ยงขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชน ขอบคุณผู้หลัก ผู้ใหญ่ที่เมตตากรุณาเรามาตลอด ที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ในวันนี้ได้”
และเมื่อถามว่าเริ่มตื่นเต้นบ้างไหมเพราะว่าใกล้แล้ว ว่าที่เจ้าบ่าวบอกว่า “มันตื่นเต้นบวกเครียด”
“จริงๆ แล้วมันอีกไม่กี่เดือนเอง มันจะเกิดขึ้นแล้ว และก็บางคนจองงานแต่งงานเป็นปี 2 ปี แต่เราก็แอบชะล่าใจเหมือนกัน ตอนนี้รู้สึกเหมือนไฟลนก้นแล้ว ต้องรีบแล้ว”
เรียกว่าเป็นอีกงานที่หลายคนเฝ้ารอคอยและตื่นเต้นไปด้วยเช่นกัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ณเดชน์ คูกิมิยะ เปิดบทบาทใหม่สุดท้าทายใน ใจขังเจ้า และชีวิตจริงที่ใกล้ถึงวันวิวาห์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th