โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช่วย 2 กัมพูชาป่วยมะเร็งกลับประเทศ หลังติดหน้าด่านคลองลึก

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.36 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(25มิ.ย.68) เวลา 15.00 น. ที่ บริเวณด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนกัมพูชาประมาณ 400 คน มารอที่บริเวณหน้าด่านเพื่อรอข้ามกลับไปยังกัมพูชา

ทีมข่าวคุณพรทิพย์ โม่งใหญ่ บรรณาธิการข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ ได้พูดคุยกับคนกัมพูชาที่มายืนรอหน้าด่าน โดยทราบว่า ชาวกัมพูชาที่มารอมีทั้งเป็นแม่ค้าพ่อค้าที่ตลาดโรงเกลือ และแรงงานที่เดินทางมาจากจังหวัดต่าง ๆ โดยพวกเขาทราบว่าด่านปิด แต่มารอเพื่อหวังว่าด่านจะอนุโลมเปิดให้ข้ามกลับไปเหมือนเมื่อวานนี้ ล่าสุดชาวกัมพูชาได้ปูเสื่อนั่งรอ

ในช่วงระหว่างการพูดคุย คุณพรทิพย์ ได้คุยกับนางวัน อายุ 45 ปี ทำงานแม่บ้านที่ย่านลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เดินทางมาถึงหน้าด่านอรัญประเทศวันนี้เวลาประมาณ 12.00 น. เนื่องจากต้องการกลับไปดูลูก 2 คนที่บ้าน จากเดิมมีญาติช่วยดูแลให้แต่ตอนนี้ญาติได้แจ้งกลับมาให้ไปดูแลลูกเอง ซึ่งนางวัน มีความประสงค์จะกลับมาทำงานที่ไทยอีกครั้งถ้าด่านเปิด

นอกจากนี้ คุณพรทิพย์ โม่งใหญ่ ได้พบผู้ป่วยเป็นหญิงชาวกัมพูชา 2 ราย รายแรกชื่อ นางเฮียง ไคร อายุประมาณ 70 ปี ป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่งผ่านการผ่าตัดและออกจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อวานนี้ (24มิ.ย.68) ซึ่งได้เดินทางมาถึงด่าน เวลา 12.00 น. โดยยืนรอกับญาติและลูกสาวเพื่อกลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน

ส่วนเหตุผลที่มารักษาตัวในประเทศไทยเพราะได้รับคำแนะนำมาจากเพื่อน อีกทั้งมีลูกทำงานที่กรุงเทพ มีคนคอยดูแลมากกว่าฝั่งกัมพูชา ซึ่งตอนที่เราได้พูดคุยกับนางเฮียง ไคร อยู่ในสภาพยืนไม่ไหวและกำลังหมดแรง ญาตได้ให้นั่งบนสัมภาระ

ส่วนผู้ป่วยอีกคน ชื่อ นางซก ซู กัง เป็นผู้ป่วยมะเร็งลำไส้เช่นกัน ได้เปิดโชว์แผลผ่าตัดให้ทีมข่าวได้ดู และเล่าว่า ได้ข้ามมารักษาตัวที่โรงพยาบาลรัฐใน กทม. ซึ่งผ่าตัดไปแล้วเมื่อต้นปี ส่วนครั้งนี้มาตามนัดแพทย์เพื่อดูอาการและรับยาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยเหตุผลที่มารักษาคล้ายกัน ลูกหลายแนะนำมา

ซึ่งคุณพรทิพย์ ถามกลับว่าถ้าด่านไม่เปิดจะทำอย่างไร ซึ่งผู้ป่วยบอกว่าอาจจะต้องไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลกัมพูชา แต่กังวลใจว่าการรักษาจะไม่ต่อเนื่อง

เมื่อทีมข่าวคุณพรทิพย์ ได้รับทราบว่า มีผู้ป่วยรอการข้ามกลับไปกัมพูชา ซึ่งตามที่รัฐบาลไทยได้แถลงไว้ว่า จะเป็นการเปิดด่านตามหลักการมนุษยธรรม ให้ผู้ป่วยและเด็กนักเรียนและผู้เสียชีวิต จะได้รับการอนุโลม ข้ามพรมแดนได้ตลอดเวลา แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์มนุษยธรรม

คุณพรทิพย์จึงนำข้อมูลไปแจ้งชุดควบคุมทหารพรานที่ 12 หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเอกสาร และพูดคุยกับผู้ป่วย จนเป็นที่แน่ชัดในเอกสารใบรับรองทางการแพทย์และพาสปอร์ต ซึ่งได้รวบรวมเอกสารของผู้ป่วยให้สำนักงานประสานงานชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อประสานงานทั้ง 2 ฝ่าย

หลังจากตรวจเอกสารผ่านเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 ฝ่าย จากนั้นก็ประสานเจ้าหน้าที่เปิดประตูทั้ง 2 ฝ่าย ให้กลุ่มผู้ป่วยเดินทางข้ามกลับไปกัมพูชา ซึ่งในช่วงที่คุณพรทิพย์ ลงพื้นที่ มีผู้ป่วย 5 คน และ ผู้เสียชีวิต 1 ราย มาพร้อมผู้ติดตาม

หลังจากที่ทีมข่าวคุณพรทิพย์ได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วยชาวกัมพูชาทั้งสองคนได้ยกมือไหว้กล่าวขอบคุณ และอวยพรให้ทีมข่าว ถือว่าเป็นการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม

ส่วนการประสานงานการอนุโลมเปิดด่านพรมแดนคลองลึกเป็นการชั่วคราว ทางกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่า ในวันนี้ 25 มิ.ย.68 ไม่สามารถอนุโลมเปิดด่านได้เนื่องจากประสานกับฝั่งกัมพูชายังไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งจะมีการประสานงานอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

ส่วนชาวกัมพูชาที่มารอหน้าด่าน ทีมข่าวสอบถามพบว่าทุกคนเชื่อตามโซเชียลมีเดียของกัมพูชา ปล่อยข่าวลือ ว่าด่านคลองลึกเปิด 24 - 25 มิ.ย. นี้ ทำให้ชาวกัมพูชาแห่ขนสัมภาระ กระเป๋าเดินทาง และสัตว์เลี้ยงมายืนรอจนล้นหน้าด่าน

เช่นเดียวกับนายปัญญา แรงงานกัมพูชา วัย 22ปี หอบแมว 10 ตัว ใส่ตะกร้าจะข้ามกลับกัมพูชา เพราะงานที่ตลาดโรงเกลือไม่มีจึงอยากกลับบ้าน และเชื่อตามโซเชียลมีเดียว่าด่านเปิดจึงได้รีบมาต่อแถว พร้อมแมวยืนกลางสายฝนโปรยปราย

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะประสานกับเจ้าหน้าที่สถานทูตกัมพูชามาทำความเข้าใจกับชาวกัมพูชา ซึ่งบรรยากาศชาวกัมพูชาหลายคนยืนยันจะค้างคืนที่หน้าด่าน จนตอนนี้ชาวกัมพูชายืนรอล้นออกมาที่ถนนด้านนอกจำนวนมาก

ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...