โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

โรม ถามหา มาริษ กลางวงประชุมกมธ.มั่นคง อัดเป็นแบบนี้ประจำ ไม่ให้ความร่วมมือ

Khaosod

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.53 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 04.19 น.
โรม ถามหา มาริษ กลางที่ประชุมกมธ.มั่นคง อัดเป็นแบบนี้ประจำ ไม่ให้ความร่วมมือ

กมธ.มั่นคงฯ ถก กต.-ฝ่ายมั่นคง หาทางออกไทย-กัมพูชา ‘โรม’ ถามหา ‘มาริษ’ กลางที่ประชุม อัดเป็นแบบนี้ประจำ ไม่ให้ความร่วมมือกมธ.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มิ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวันนี้ที่จะมีการพิจารณาติดตามกรณีความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ เศรษฐกิจ และเส้นเขตแดน

โดยเชิญนายมาริษ เสงี่ยมพงศ์ รมว.ต่างประเทศ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุม

โดยนายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้จะพูดคุยกัน 2 ประเด็น ประเด็นแรกเป็นเรื่องการเตรียมความพร้อม และดูว่ากัมพูชามีความก้าวหน้าในการพาไทยไปสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) อย่างไรบ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องของกฎหมายอย่างเดียว แต่มีเรื่องเกมทางการเมืองด้วย รวมถึงความพร้อมของกระทรวงการต่างประเทศ

ส่วนประเด็นที่ 2 วันนี้ตนเชิญนักวิชาการมาด้วย เช่น นายภัทรพงษ์ แสงไกร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงนักวิชาการคนอื่นที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และประวัติศาสตร์ เราก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับกระทรวงการต่างประเทศ

สิ่งที่กมธ.มั่นคงฯ พยายามทำ คือต้องการบรรลุเป้าหมายแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาด้วยวิธีการทวิภาคี หากไปขึ้นศาลโลกจริงไม่มีใครชนะแท้จริง และไม่มีใครแพ้แท้จริง ทั้ง 2 ประเทศต้องตั้งอยู่ตรงนี้ร่วมกัน เราไม่อยากให้เป็นบาดแผล ไม่อยากให้คนไทยและคนกัมพูชาขัดแย้งกัน เราจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้กลไกทวิภาคีเป็นไปได้ ซึ่งต้องยอมรับว่า ณ จุดนี้ยังไม่ง่าย

เมื่อถามว่าสิ่งที่ยั่วยุปลุกปั่นอยู่ในขณะนี้เป็นกระบวนการที่กัมพูชาพยายามไม่ให้จบที่ทวิภาคีแล้วลากไทยไปศาลโลกใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กัมพูชาอาจจะไม่อยากเข้าสู่กลไกทวิภาคี เขาอยากจะใช้กลไกศาลโลก แต่ความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ที่ไทยและกัมพูชาไปถึงจุดที่ไม่สามารถคุยกันได้ เรายังสามารถหาแนวทางในการสร้างกลไกทวิภาคีได้

“ทุกฝ่ายรวมถึงรัฐบาลกัมพูชา ต้องพึงตระหนักว่าประเทศทั้ง 2 ประเทศต้องตั้งอยู่ตรงนี้ พวกเราผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เราไม่ควรที่จะทิ้งบาดแผลระหว่าง 2 ประเทศ ควรหาแนวทางอยู่ร่วมกันและแก้ปัญหา วันนี้เราจึงต้องคุยกับกระทรวงการต่างประเทศ อยากคุยกับท่านมาริษ แต่ท่านมาริษก็เป็นแบบนี้ประจำ ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับกมธ. และคิดว่าตัวเองสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ แต่ในความเป็นจริงอย่างที่เห็น กระทรวงการต่างประเทศไม่ประสบความสำเร็จในการทูตเลย” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากกัมพูชาไม่อยากเจรจาทวิภาคี คำแนะนำเบื้องต้นคือเราต้องทำงานทางการทูตกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศฝรั่งเศสที่กัมพูชาพยายามทำทุกวิถีทางให้ได้เจรจากับฝรั่งเศสและทั่วโลก เราต้องทำเพื่อให้เห็นว่ากัมพูชาไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งประเทศไทยต้องทำงานหนักทางการทูตมากกว่านี้

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาระบุว่าประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายใน 3 เดือน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราต้องรู้เท่าทันความพยายามของสมเด็จฮุน เซน มันคือสงครามจิตวิทยา เพราะคนไทยก็จะอ่านและติดตาม ตนคิดว่าอย่าไปสนใจเยอะ

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย ตนคิดว่าประเทศไทยมีกลไกในการตรวจสอบรัฐบาลมากมาย และยืนยันว่าสิ่งที่ปรากฏในคลิปเสียงสมเด็จฮุน เซน สนทนากับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เป็นสิ่งที่แย่มาก ตนเล็งว่าจะบรรจุเรื่องนี้ในกมธ.ด้วย รอกำหนดวันพิจารณา รวมถึงคลิปเสียงที่มีการสั่งให้ฆาตกรรมนักการเมืองกัมพูชาด้วย ยืนยันว่าไม่ล่าช้าแน่นอน

“การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย วันนี้เราต้องยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้น รัฐบาลไทยก็จะต้องไม่ปล่อยให้เกิดขึ้น กลไกการตรวจสอบของเรา เมื่อมีคลิปเสียงปรากฏ ดูราวกับว่านายกฯ ถือเอาประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม เราก็ปล่อยไว้ไม่ได้เช่นกัน กลไกการตรวจสอบภายในต้องทำงาน” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่ามองเรื่องการควบคุมด่านในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาเป็นอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคิดว่ายังขาดรายละเอียดในการจัดการผลกระทบ เช่น มีบริษัทไทยและสัญชาติอื่นๆ ไปลงทุนในกัมพูชาเพราะค่าแรงถูกกว่า มีจำนวนแรงงานมาก ซึ่งต้องส่งวัตถุดิบต่างๆ มายังประเทศไทย

ถ้าเราไม่มีการรองรับผลกระทบที่ตามมา โรงงานเหล่านี้อาจจะย้ายไปประเทศอื่น สุดท้ายจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทย จึงอยากเรียกร้องไปถึงนายกฯ ว่าคิดให้รอบคอบหากมีมาตรการใดก็แล้วแต่ตามชายแดน ส่วนที่จะมีการประท้วงของฝั่งกัมพูชา เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่เราต้องมีมาตรการในการรับมือ

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ตนยังสงสัยเรื่องการตัดน้ำตัดไฟว่ามีการตัดทุกจุดหรือไม่ รวมถึงเรื่องอินเตอร์เน็ตและน้ำมันด้วย เราต้องสอบถามว่าเกิดอะไรและแนวทางของรัฐบาลเป็นอย่างไร สัมพันธ์กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างไร

สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการ แบ่งออกเป็น 3 เรื่อง คือ 1.อาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์เป็นภารกิจที่ต้องทำ ไม่ใช่เกมต่อรองกับกัมพูชา เพราะหากประเทศของเขาไม่ต้องพึ่งพาธุรกิจเทา-ดำ การเจรจาก็จะง่ายขึ้น ดังนั้น นายมาริษต้องรีบไปพูดคุยกับสหรัฐอเมริกาที่พร้อมให้ความร่วมมือกับไทย

2.เรื่องการทูต ที่ไทยต้องทำงานหนักกว่านี้ เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจว่ากัมพูชาพยายามจุดไฟเพื่อสร้างความขัดแย้ง และ 3.การรับมือกับการขึ้นศาลโลก ต้องเตรียมทีมไทยแลนด์ด้านกฎหมายไว้รับมือกับสถานการณ์ เพราะตอนนี้กัมพูชาได้นำหน้าเราไปเป็นเวลานาน หากไทยไม่เตรียมการเรื่องนี้อาจเสียทีได้ อย่าคิดว่าเขาจะไม่สามารถเอาเราขึ้นศาลโลกได้ อย่าประมาทเด็ดขาด

จากนั้น นายรังสิมันต์ ได้เข้าประชุม โดยช่วงต้นได้สอบถามไปยังนายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญา ซึ่งเป็นตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศว่า ทำไมนายมาริษถึงไม่มา ซึ่งนายเบญจมินทร์ ชี้แจงว่า นายมาริษติดสัมภาษณ์

นายรังสิมันต์ จึงกล่าวว่า ตนอยากให้มาประชุมมาก ถ้าส่งข้อความไปหาได้ก็ขอให้บอกให้มา ตนคิดว่ามีความสำคัญที่เราต้องเตรียมความพร้อม และอยากให้นายมาริษพิจารณามาเข้าร่วม สักครั้งหนึ่งก็ยังดี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรม ถามหา มาริษ กลางวงประชุมกมธ.มั่นคง อัดเป็นแบบนี้ประจำ ไม่ให้ความร่วมมือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...