โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์สั่งรื้อฟื้นการเจรจาการค้ากับไทยและกัมพูชาหลังหยุดยิง

PostToday

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 23.36 น.

โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า เขาได้สั่งการให้ทีมงานด้านการค้าของสหรัฐฯ เริ่มต้นการเจรจาการค้ากับราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชาอีกครั้ง ภายหลังจากที่ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข

“ผมได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีรักษาการของประเทศไทย และนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อย” นายทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social พร้อมระบุว่า “ผมได้สั่งการให้ทีมการค้าของผมเริ่มต้นการเจรจาการค้าอีกครั้ง”

ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ติดต่อผู้นำของทั้งสองประเทศ พร้อมประกาศระงับการเจรจาการค้าชั่วคราวในความพยายามที่จะยุติความขัดแย้งทางทหารซึ่งปะทุขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ต่อมา ทั้งประเทศไทยและกัมพูชาได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า หลังจากการเข้ามามีบทบาทของผม ทั้งสองประเทศสามารถบรรลุข้อตกลงในการหยุดยิงและสร้างสันติภาพได้สำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับทุกฝ่าย!” นายทรัมป์ประกาศผ่าน Truth Social

“ด้วยการยุติสงครามครั้งนี้ เราได้ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้หลายพันคน ผมจึงสั่งให้ทีมการค้าของผมกลับมาเริ่มการเจรจาการค้าอีกครั้ง ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา ผมยุติสงครามไปแล้วหลายกรณี ผมภูมิใจที่ได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ”

ในบทสัมภาษณ์พิเศษกับพอดแคสต์ “Pod Force One” ที่จัดโดยมีรานดา ดีไวน์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “ผมใช้การค้าเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพ เรากำลังจะลงนามข้อตกลง และผมบอกพวกเขาว่า เราจะไม่ลงนามเว้นเสียแต่ว่าคุณจะทำข้อตกลงสันติภาพกับประเทศเพื่อนบ้านของคุณเสียก่อน”

ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงกัมพูชาว่า “พวกเขาเป็นเพื่อนบ้านกันมานานมาก แต่ก็มีการกระทบกระทั่งกันอยู่เป็นระยะ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...