โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทย-กัมพูชา ประกาศหยุดยิง จับตาโต๊ะเจรจา “ภาษีทรัมป์” หุ้นไทยไปทางไหนต่อ?

Thairath Money

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 04.15 น.
ภาพไฮไลต์

ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ ต้องพบกับปัจจัยกดดันรอบด้าน แม้สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จะเริ่มคลี่คลายลง หลังทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงตอบโต้กัน แต่ความแน่นอนยังไม่เกิดขึ้น เมื่อต้องกลับมาพิจารณาการเจรจาต่อรองทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา ที่ใกล้ถึงเส้นตายเข้ามาทุกที

อย่างไรก็ตาม การหยุดยิงครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังเป็นการปลดล็อกเงื่อนไขสำคัญที่สหรัฐฯ ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ที่ว่าจะ “ไม่เจรจาการค้า” หากสถานการณ์ยังไม่สงบ ทำให้ประตูสู่การหารือเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ เปิดขึ้นอีกครั้ง

ท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่ยังคงต้องเกาะติดอย่างใกล้ชิด นักลงทุนยังติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/68 ที่กำลังทยอยประกาศออกมาด้วย

โดยเฉพาะเมื่อพี่ใหญ่อย่าง DELTA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/68 ออกมาต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ อาจเป็นปัจจัยที่กดดันดัชนีได้ เนื่องจากมี Market Cap สูง และมีผลกับ SET Index ถึง 11.8%

จากแนวรบชายแดน สู่โต๊ะเจรจา “ภาษีทรัมป์”

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้รับข่าวดีที่ช่วยให้ผ่อนคลายความกังวลลงได้เปราะหนึ่ง เมื่อสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาได้คลี่คลายลงอย่างมีนัยสำคัญ

หลังจากการเจรจาที่ประเทศมาเลเซียประสบผลสำเร็จ นำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงตอบโต้กันซึ่งมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา

การหยุดยิงครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น แต่ยังเป็นการปลดล็อกเงื่อนไขสำคัญที่สหรัฐฯ ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะ “ไม่เจรจาการค้า” หากสถานการณ์ยังไม่สงบ ทำให้ประตูสู่การหารือเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ เปิดขึ้นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยังคงเตือนให้นักลงทุนเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต หากการปะทะกลับมาอีกครั้ง จะกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศ และอาจส่งผลลบต่อหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดนและประเทศกัมพูชาได้

อาทิ หุ้นโรงพยาบาล หุ้นนิคมอุตสาหกรรม และ หุ้นธุรกิจผลิตน้ำมัน (PTTEP) ที่อาจเสียโอกาสในการผลิตน้ำมันในเขตทับซ้อน

ทั้งนี้ ผลการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ จะได้เห็นเงื่อนไขและตัว Tariffs ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนเส้นตายบังคับใช้ 1 สิงหาคม โดยทีมไทยแลนด์เข้าหารือกับ USTR อีกครั้งเมื่อคืนศุกร์ที่ผ่านมา ถ้าผลการเจรจาออกมาดูดี คาดไทยจะได้ข้อตกลงอัตราภาษีที่พอๆ กับฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ที่ 19-20%

นอกจากนี้ แนะนำให้นักลงทุนติดตามความคืบหน้าคดีการบังคับใช้ภาษีนำเข้าทั่วโลกของทรัมป์ จะมีความผิดหรือไม่ ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ เตรียมนัดไต่สวนคดี 31 กรกฎาคมนี้

โดยคาดศาลฯ จะมีคำตัดสินช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป การบังคับใช้ภาษี 1 สิงหาคมนี้จะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าคำตัดสินของศาลฯ จะออกมาว่ามีความผิด จึงจะมีการยกเลิกภาษีดังกล่าวได้

ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่าการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-ไทย ความคืบหน้าล่าสุด มีความเกี่ยวโยงไปถึงสถานการณ์สู้รบระหว่างไทย - กัมพูชา โดยสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจากับทั้ง 2 ประเทศ หากไม่หยุดยิง ทำให้ระยะสั้นตลาดอาจจะให้น้ำหนักทางลบต่อความเสี่ยงการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ เพื่อลดอัตราที่จะถูกเรียกเก็บที่ 36% ไม่ทันก่อน 1 สิงหาคม ที่ระดับภาษีจะเริ่มมีผล

อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปที่ไทย-กัมพูชาตกลงร่วมกัน ในการประชุมที่ประเทศมาเลเซียทำให้ เราคาดการเจรจาสหรัฐฯ-ไทย น่าจะเดินหน้าไปตามขั้นตอนเดิม โดยหลังจากสหรัฐฯ ทยอยตกลงกับหลายประเทศหลักๆ ที่เกินดุลสหรัฐฯได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ข้อมูลผ่าน X ว่าจะพิจารณาภาษีที่ดีที่สุดให้กับไทย ทำให้เริ่มมีโอกาสเห็น Upside มากขึ้นต่อกรณี Base Case ที่เราวาง ไทยจะได้ภาษีการค้าระดับ 25% และ Effective Tariff Rate จะอยู่ระดับที่แข่งขันกับชาติคู่แข่งในอาเซียนได้

ความเสี่ยงภายใน จากพี่ใหญ่ DELTA

ท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่ยังต้องลุ้นระทึก ตลาดหุ้นไทยกลับต้องเผชิญกับแรงกดดันสำคัญจากภายใน เมื่อหุ้นที่มีมูลค่าตลาด (Market Cap) สูงสุดเป็นอันดับต้นๆ อย่าง DELTA ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ทำให้นักลงทุนหลายคนอาจผิดหวัง

โดยมีกำไรสุทธิ 4.7 พันล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 12% โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบของเงินบาทที่แข็งค่า และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น

ด้วยน้ำหนักที่มีต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย SET Index สูงถึง 11.8% การสะดุดของพี่ใหญ่ DELTA จึงมีแนวโน้มที่จะสร้างแรงกดดัน และฉุดรั้งภาพรวมของตลาดในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) จึงได้แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้น DELTA ชั่วคราว และมองหาโอกาสในการโยกย้ายเม็ดเงินไปยังหุ้นขนาดใหญ่อื่นๆ ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งแทน

เช่น กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC) และกลุ่มธนาคาร (SCB, KTB) ซึ่งอาจกลายเป็นเป้าหมายของเงินทุนที่ไหลออกจาก DELTA ได้

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทย-กัมพูชา ประกาศหยุดยิง จับตาโต๊ะเจรจา “ภาษีทรัมป์” หุ้นไทยไปทางไหนต่อ?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...