JASลั่นศึกพรีเมียร์ดันQ3แรง คาดรายได้ทั้งปีทะลุหมื่นล้าน
#JAS # #ทันหุ้น - JAS เปิดแพ็กเกจพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ต่ำสุด 199 บาท หวังปีแรกโกย 1 หมื่นล้านบาท บนฐานสมาชิก 3 ล้านราย คาดรายได้ไตรมาส 3/2568 โดดเด่น เล็งแห่สมัครช่วงเปิดฤดูกาล หวังเป็น S-Curve ใหม่ระยะยาว สร้างรายได้ 5,500-6,500 ล้านบาทต่อปี และเฉพาะปี 2568 รายได้รวมโอกาสโตแรง พร้อมเล็งหาซื้อกิจการเข้ากลุ่มเพิ่ม
ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า บริษัทและกลุ่มพันธมิตรพร้อมเสนอบริการคอนเทนต์กีฬาที่จะเป็นระบบสมาชิกสร้างรายได้ให้บริษัทที่จะมีส่วนสำคัญให้ผลประกอบการปี 2568 ขยายมากกว่าปีก่อนที่ทำได้ 3,369.35 ล้านบาท
ทั้งนี้ JAS เป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์จาก The Football Association Premier League Limited (Premier League) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว (Exclusivity right) ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ ตลอด 6 ฤดูกาล ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา อย่างเต็มรูปแบบ โดยเริ่มถ่ายทอดสดฤดูกาล 2025/26 ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ครั้งแรก ร่วมกับ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO
พร้อมกันนี้บริษัทยังมีความร่วมมือกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่จะร่วมทำโปรโมชั่นราคาแยกต่างหากออกไปในระยะแรกเพื่อต่อยอดฐานคนดูให้เกิดกระแสนิยมได้รวมเร็ว
@แพ็กเกจจูงใจ
โดยการรับชมมีตัวกลางคือ แอปพลิเคชั่น Monomax เป็นช่องทางหลักในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก-เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพทั้งสดและย้อนหลัง และดิจิทัลแพลตฟอร์ม AIS PLAY บนโครงข่ายอัจฉริยะ ทั้งมือถือและเน็ตบ้านคุณภาพที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีราคาแพ็กเกจดังนี้ แพ็กเกจ “MONOMAX Standard” แบบรายเดือน 299 บาทต่อเดือน ,แพ็กเกจ “MONOMAX Standard” แบบรายปี 2,999 บาทต่อปี สามารถซื้อผ่านช่องทาง Google Play Store และ Apple Store
และสำหรับลูกค้า AIS เปิดราคาแพ็กเกจ “MONOMAX Standard” แพ็กเกจรายเดือน ราคา 199 บาท (จากปกติ 299 บาท) ,แพ็กเกจรายปี ราคา 1,999 บาท (จากปกติ 2,999 บาท)รออก โดยราคาข้างต้นทั้งหมดนี้มีผลตั้งแต่ที่ 18 มิถุนายน ถึง 9 สิงหาคม 2568
@ไตรมาส 3 โดดเด่น
ทั้งนี้จำนวนลูกค้าหรือที่เรียกว่าสมาชิกในบริการนี้คาดหวังทั้งปีเท่ากับ 3 ล้านราย และคาดว่ารายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท แต่เชื่อว่าลูกค่าจะกระจุกตัวสมัครช่วงไตรมาส 3/2568 ก่อนวันเปิดฤดูกาลแข่งขันในเดือนสิงหาคม 2568 ประเมินช่วงเดือนนี้จะได้สมาชิกราว 2 ล้านรายแล้วและถือเป็นระดับเกินจุดคุ้มทุน อีกทั้งจะส่งผลต่อเนื่องให้บริษัมมีรายได้ขยายตัวอย่างโดดเด่นในงบการเงินจากส่วนแบ่งรับรู้งวดดังกล่าว และจะมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างชัดเจนคาดหวังธรุกิจนี้จะเป็น S-Curve ใหม่ คิดเป็นตัวเลขรายได้ 5,500-6,500 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้ปีแรกนี้บริษัทน่าจะมีรายได้มากกว่าปี 2567 อย่างชัดเจนเมื่อรวมกับธุรกิจอื่นๆ ในกลุ่ม
@ต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ
พร้อมกันนี้บริษัทกำลังมองหาการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจหรือกิจการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ เนื่องจากรายได้บริษัทหลักมีค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับบริษัทลูกต่างๆ ที่ขยายตัวรวดเร็ว เช่นธรุกิจด้าน AI และ เงินดิจิทัล อีกทั้งบริษัทลูกในกลุ่ม JTS มีแผนเข้าตลาดหุ้นในอนาคตโดยรอภาวะตลาดหุ้นโดยรวมดีกว่าปัจจุบันก่อนจึงจะวางแผนที่ละเอียดต่อไป ส่วนการซื้อธุรกิจใหม่อาจจะยังไม่เกิดขึ้นเร็วนักในปีนี้