โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เส้นทาง “NVIDIA” หุ้นมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ 4 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อ “AI” เปลี่ยนโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 08.56 น.
เส้นทาง “NVIDIA” หุ้นมาร์เก็ตแคปสูงสุดในประวัติศาสตร์ มูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อ “AI” เปลี่ยนโลก

”NVIDIA” ขึ้นแท่นหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าทะลุ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นบริษัทแรก และบริษัทเดียว ณ ปัจจุบัน อะไรทำให้ NVIDIA ประสบความสำเร็จเหนือทุกบริษัทในโลก และการก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไรเมื่อ AI กำลังเปลี่ยนโลก

เป็นเวลามากกว่า 30 ปีที่ “NVIDIA” บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีสัญชาติสหรัฐอเมริกา ได้ถูกก่อตั้งขึ้น ที่ซานตาคลาร่า แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 5 เมษายน 1993 โดย Jen-Hsun Huang ชาวไต้หวันที่เกิดในสหรัฐอเมริกา อดีตผู้อำนวยการฝ่าย Coreware ที่ LSI Logic และเคยเป็นนักออกแบบไมโครโปรเซสเซอร์ที่ AMD และ Chris Malachowsky รวมถึง Curtis Priem 2 อดีตวิศวกรไฟฟ้า และอดีตเจ้าหน้าที่วิศวกรอาวุโส และนักออกแบบชิปกราฟิกที่ซันไมโครซิสเต็มส์

ด้วยวิสัยทัศน์เริ่มแรกที่ต้องการนำกราฟิก 3 มิติสู่ตลาดเกม และมัลติมีเดีย และต่อมาในปี ต่อมาในปี 1999 ได้เริ่มคิดค้น GPU หรือหน่วยประมวลผลกราฟิกซึ่งวางรากฐานสำหรับการปฏิรูปอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และในปี 2006 ได้พัฒนา CUDA แพลตฟอร์มการประมวลผลแบบขนาน และรูปแบบการเขียนโปรแกรมที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถใช้พลังของ GPU ขนาดใหญ่ ที่มีหน่วยประมวลหลักร้อยถึงหลักพันหน่วย เพื่อเร่งงานประมวลผลต่างๆ นอกเหนือจากการแสดงผลกราฟิก

ก่อนที่จะถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2012 ด้วยการเปลี่ยนโลก จากการจุดประกายยุค AI สมัยใหม่ด้วยนวัตกรรมการขับเคลื่อนเครือข่ายประสาทเทียม หรือ AlexNet ที่ล้ำสมัย และในปี 2018 NVIDIA ก็ปฏิวัติวงการกราฟิกคอมพิวเตอร์อีกครั้งด้วยเทค NVIDIA RTX™ GPU ตัวแรกของโลกที่สามารจำลองโลกเสมือนจริง ด้วยการปรับปรุงล่าสุดด้าน AI การติดตามรังสี และสามารถออกแบบ 3 มิติได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน

และในปี 2022 NVDIA เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างเมตาเวิร์ส ด้วยแพลตฟอร์ม NVIDIA Omniverse™ แพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถบูรณาการเทคโนโลยีการเรนเดอร์ NVIDIA RTX™ และ AI รวมถึงสร้างสรรค์นวัตกรรมเข้ากับเครื่องมือซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาการใช้งานทางอุตสาหกรรม และหุ่นยนต์แห่งอนาคต

โดย NVIDIA เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา ในวันที่ 22 มกราคม 1999 โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหุ้นว่า NVDA มีราคาเสนอขายที่หุ้นละ 12 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหลังจากนั้นหุ้น NVIDIA มีการแตกพาร์รวมแล้วทั้งหมด 6 ครั้ง ซึ่งถ้าหากเราลงทุนในหุ้น NVDA ที่ราคา IPO จำนวน 1 หุ้น และยังไม่ขายออกไป ในปัจจุบันเราจะมีหุ้น NVDA ในมือทั้งหมด 480 หุ้น และเมื่อคำนวนเป็นมูลค่าหุ้นจะเท่ากับ 78,720 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากราคา IPO มากกว่า 600,000% โดยไม่นับรวมผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลที่ได้รับในแต่ละปี

โดยตลอดระยะเวลามากกว่า 30 ปีที่นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักพัฒนา และนักสร้างสรรค์ต่างใช้เทคโนโลยี NVIDIA เพื่อสร้างสิ่งมหัศจรรย์มากมาย โดยปัจจุบันมีนักพัฒนามากกว่า 3.8 ล้านคนสร้างแอปพลิเคชันสำหรับการประมวลผลแบบเร่งความเร็วมากกว่า 1,000 โปรแกรม มีบริษัทชั้นนำทั่วโลกมากกว่า 35,000 แห่งที่ใช้เทคโนโลยี AI ของ NVIDIA รวมถึงมีสตาร์ทอัพระดับโลกอีกมากกว่า 13,000 รายเข้าร่วมโครงการ NVIDIA Inception

แต่กว่าที่ NVIDIA จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปที่สูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นบริษัทแรก และบริษัทเดียวในโลก แซงหน้าทุกบริษัทในโลก และมีรายได้ในปี 2024 ที่มากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีกำไรสุทธิเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เส้นทางที่ผ่านมาก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ด้วยการแข่งขันด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่สูงมาก ไม่ใช่เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกา แต่เกิดการแข่งขันด้านการพัฒนาเทคโนโลยีทั่วโลก เกิดความท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา NVIDIA ต้องเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดด้านการเมือง และสงครามด้านการกีดกันเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

ซึ่งหุ้น NVIDIA เคยผ่านสถานการณ์ที่มาร์เก็ตแคปลดลงเกือบ 6 แสนล้านดอลลาร์ภายในวันเดียวเมื่อวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2025 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากความวิตกกังวลในการเปิดตัวโมเดล AI ของบริษัทดีปซีค (DeepSeek) ซึ่งเป็นธุรกิจสตาร์ตอัพของจีน ที่ใช้เวลาในการพัฒนาเพียง 2 เดือน ใช้ต้นทุนไม่ถึง 6 ล้านดอลลาร์ และใช้ชิป H800s ซึ่งเป็นชิปประสิทธิภาพต่ำของ NVIDIA ส่งผลให้เกิดการแข่งขันเพิ่มขึ้นในตลาด AI ทั่วโลก

แต่ NVIDIA ก็ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิป AI ซึ่งใช้ในการสร้าง และใช้งานในแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น แชตจีพีที (ChatGPT) ของบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เช่น ไมโครซอฟท์, เมตา (Meta), กูเกิล (Google), อะเมซอน (Amazon), ออราเคิล (Oracle) และเอ็กซ์เอไอ (xAI) ต่างก็มีความต้องการซื้อชิปเร่งประมวลผล AI ของ NVIDIA เป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปสร้างคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ รองรับการพัฒนา AI ขั้นสูง

สำหรับประเทศไทยเองก็มีโอกาสที่จะได้เปิดรับการลงทุนจาก NVIDIA ด้วยเช่นเดียวกัน จากการมาเยือนไทยของ Jen-Hsun Huang เพื่อร่วมงาน AI Vision for Thailand ซึ่งมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่ NVIDIA จะประกาศความร่วมมือการลงทุนด้าน AI และ Cloud หลักแสนล้านบาท แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ NVIDIA ได้ตัดสินใจในการลงทุนด้านศูนย์ออกแบบ และวิจัยพัฒนาในประเทศอื่นแทน ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจ และมันสมองของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

แต่เราก็ได้แต่หวังว่าในอนาคตประเทศไทยจะได้รับโอกาสในการเป็นประเทศที่ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีระดับโลกให้ความสำคัญในการลงทุนในประเทศไทย เพื่อยกระดับเทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงยกระดับเศรษฐกิจไทยให้กาวสู่ยุค AI อย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...