โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทหารไทยเร่งเคลียร์ทุ่นระเบิดชายแดน เตรียมมาตรการตอบโต้กัมพูชา

PostToday

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 23.10 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 04.03 น.

วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 – สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังเกิดเหตุทหารไทยจากหน่วยร้อย ร.6021 เหยียบกับทุ่นระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่ช่องบก จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บถึง 3 นาย

ล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดส่งชุดทหารช่างพร้อมยุทโธปกรณ์หนักเข้าสนับสนุนในพื้นที่เกิดเหตุทันที โดยมีการระดมรถแทรกเตอร์หุ้มเกราะ รถถางป่า และอุปกรณ์เก็บกู้ทุ่นระเบิดขั้นสูง พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญในการกวาดล้างทุ่นระเบิด (Mine Clearing) เพื่อทำให้แนวชายแดนปลอดภัย และเปิดทางให้กำลังพลสามารถลาดตระเวนได้โดยไม่เสี่ยงชีวิต

ไม่เพียงแค่เป็นปฏิบัติการเชิงยุทธวิธี แต่ภารกิจครั้งนี้ยังมีเป้าหมายสำคัญในการ “เก็บหลักฐาน” เพื่อชี้ชัดว่า มีการละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ “อนุสัญญาออตตาวา” (Ottawa Treaty) ที่ห้ามมิให้มีการผลิต ครอบครอง โอน หรือใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามและให้สัตยาบันเมื่อปี 2542 ขณะที่กัมพูชาแม้จะเป็นภาคีเช่นกัน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้อาจแสดงให้เห็นถึงการฝ่าฝืนพันธกรณีดังกล่าว

แม้ทางฝั่งกัมพูชาจะยังปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่กระทรวงการต่างประเทศของไทยเตรียมยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน กองทัพบกไทยก็เตรียมมาตรการตอบโต้ทางทหารอย่างเหมาะสม หากพบว่าการใช้ทุ่นระเบิดเกิดจากความจงใจละเมิดอธิปไตย

ทุ่นระเบิด ฝันร้ายที่ยังไม่จบ

แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 30 ปีหลังสงครามเย็น แต่ “ทุ่นระเบิด” ยังคงเป็นภัยคุกคามเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ที่เคยเป็นสมรภูมิรบและเส้นทางของกองกำลังเขมรแดง ทุ่นระเบิดหลายแสนลูกยังคงหลงเหลืออยู่ใต้พื้นดิน

ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากทุ่นระเบิดในประเทศไทยกว่า 3,000 ราย ขณะที่พื้นที่เสี่ยงภัยทุ่นระเบิดยังเหลือมากกว่า 300 ตารางกิโลเมตรทั่วประเทศ

ทั้งนี้ โพสต์ทูเดย์รายงานข่าวก่อนนี้ระบุว่า เมื่อมีการตรวจสอบชิ้นส่วนอย่างละเอียด นักวิเคราะห์พบว่ามันคือทุ่นระเบิดรุ่นใหม่แบบ PMN2 ไม่ใช่ Type 72B ที่คุ้นเคย แถมพื้นที่ที่เกิดเหตุยังเป็น "เขตสีเขียว" ที่ประกาศว่าปลอดภัยและผ่านการกวาดล้างทุ่นระเบิดมาแล้ว คำถามตัวโตจึงผุดขึ้นมาว่า ทุ่นระเบิดใหม่นี้มาได้อย่างไร? ใครเป็นผู้วางลงบนเส้นทางลาดตระเวนปกติของทหารไทย?

สำหรับประชาชนที่อาศัยใกล้พื้นที่แนวชายแดน ความหวาดระแวงจากภัยที่มองไม่เห็นนี้ยังคงเป็นชีวิตประจำวัน การกลับมาของปฏิบัติการกวาดล้างในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้นของการทำให้ดินแดนไทยปลอดภัยจาก “ปีศาจใต้ดิน” อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...