ฝนหลวง ปลื้มไม่พบความรุนแรง หลังปฏิบัติการบรรเทาผลกระทบจากพายุลูกเห็บ
ฝนหลวง ปลื้มไม่พบความรุนแรง หลังปฏิบัติการสกัดพายุลูกเห็บ พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง-อีสาน กรมอุตุฯเตือน 9-12 พ.ค.ระวังพายุฤดูร้อน
วันที่ 10 พ.ค. 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.ของทุกปี ต้องขึ้นปฏิบัติการ ฝนหลวง เพราะเป็นช่วงกำลังเปลี่ยนฤดูกาลระหว่างฤดูร้อนไปเป็นฤดูฝน ทำให้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมและเขตชุมชน โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าในช่วงวันที่ 9–12 พ.ค. 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน
ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวจึงได้สั่งการให้หน่วยยับยั้งลูกเห็บและสถานีเรดาร์ฝนหลวงทุกภูมิภาค ติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อวางแผนปฏิบัติการบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บให้กับพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ
นายราเชน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2568 พบมีพื้นที่เสี่ยงเกิดฝนตกหนัก พายุฝนฟ้าคะนอง และมีลูกเห็บตก บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเลย และจังหวัดพิษณุโลก หน่วยยับยั้งลูกเห็บจังหวัดพิษณุโลกจึงได้วางแผนปฏิบัติการบินด้วยเครื่องบินแบบปรับความดัน
โดย Super King Air บินปฏิบัติการเวลา 13.30 น. ที่ระดับความสูง 21,000 ฟุต และใช้สารฝนหลวงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ ซึ่งหลังปฏิบัติการพบว่า ไม่พบลูกเห็บบริเวณอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นอกจากนี้ อีก 4 หน่วยยับยั้งลูกเห็บ ได้แก่ หน่วยฯ จังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก นครราชสีมา และอุดรธานี
ยังได้มีการติดตามสภาพอากาศและปฏิบัติการบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บในวันที่ 1, 6, 7 และ 8 พ.ค.2568 ผลปฏิบัติการ ไม่พบรายงานลูกเห็บตกในช่วงเวลาเฝ้าระวังบริเวณพื้นที่อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น และอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
สำหรับการปฏิบัติการบรรเทาและยับยั้งความรุนแรงของพายุลูกเห็บของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะใช้เครื่องบิน Super King Air ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และเครื่องบิน Alpha Jet ของกองทัพอากาศ นำสารฝนหลวงซิลเวอร์ไอโอไดด์ไปเร่งกระบวนการทางธรรมชาติทำให้ผลึกน้ำแข็งเปลี่ยนสถานะเป็นเม็ดน้ำละลาย ตกลงมาเป็นน้ำฝน ซึ่งจะช่วยบรรเทาความรุนแรงและความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตรลงได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฝนหลวง ปลื้มไม่พบความรุนแรง หลังปฏิบัติการบรรเทาผลกระทบจากพายุลูกเห็บ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th