โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภูมิธรรม เผย ทรัมป์ เตรียมพิจารณาภาษีนำเข้าของไทย เชื่อได้ดีลที่ดี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 22.45 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 15.24 น.

ภูมิธรรม เผย ทรัมป์ ชื่นชมไทยมีความกล้าหาญในการรักษาสันติภาพหลังเจรจาหยุดยิงกับกัมพูชา เตรียมพิจารณาภาษีนำเข้าของไทย โดยระบุจะพิจารณาให้ดีที่สุด เชื่อไทยได้ดีลที่ดี

28 ก.ค. 2568 ที่กองบิน 6 สนามบินดอนเมือง เวลาประมาณ 21.30 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อสักครู่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โทรมาแสดงความชื่นชมยินดีว่าเป็นความกล้าหาญของประเทศไทยที่ได้เปิดใจและทำให้เป็นตัวอย่างในการรักษาสันติภาพของ 2 ประเทศให้เกิดขึ้น ขณะที่ได้ชื่นชมว่าสิ่งที่ประเทศไทยได้ดำเนินการจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทั้ง 2 ประเทศ

“ผมได้ตอบกลับไปว่าผมยืนยันเรื่องความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ร่วมกันในการแก้ปัญหาครั้งนี้ และได้ชื่นชมท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีบทบาทและมีโอกาสในการร่วมกับอีก 2-3 ประเทศ ที่ทำให้การร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างสันติสุขเป็นสำคัญ ซึ่งท่านก็ได้บอกว่าสิ่งที่เราทำจะเป็นเรื่องที่ทำให้ประชาคมโลกชื่นชมประเทศไทย”

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ยังได้กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะเป็นการเริ่มพิจารณาทางภาษีซึ่งจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับอย่างดียิ่ง นอกจากนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังกล่าวว่า อยากมาเห็นและอยากมาเยี่ยมประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศที่น่าชื่นชม

“ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ บอกว่าหลังจากนี้จะเป็นเรื่องภาษี ซึ่งท่านจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่มากและมากได้ เท่าที่เขาจะดูแลได้ เท่าที่ฟังผมก็คิดว่าน่าจะเป็นผลบวกเยอะ เพราะเขาก็ปรารถนาให้เราสร้างสันติภาพในอาเซียนร่วมกัน เขาชื่นชมในสิ่งที่เรากล้าตัดสินใจหาทางออก ดังนั้นผมเชื่อว่าเรื่องการเจรจาภาษีเขาน่าจะเริ่มจากความรู้สึกที่ดี”

นายภูมิธรรม เปิดเผยว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ก็ได้ชื่นชมยินดีในการเจรจาครั้งนี้และสนับสนุนให้ดำเนินการให้บรรลุผลอย่างเต็มที่

ทั้งนี้การเจรจากับกัมพูชาในครั้งนี้เป็นการเจรจาระดับโลกโดยมีประชาคมอาเซียนเข้ามาเกี่ยวข้อง และผู้ดำอาเซียนก็แสดงความชื่นชมที่ไทยประสบความสำเร็จ

“ผมคิดว่าเวลานี้กัมพูชาก็อยู่ในสายตาของประชาคมโลก หากกัมพูชายังเป็นอย่างที่เขาเคยเป็น วันนี้โลกก็เข้าข้างเรา เพราะสิ่งที่เราได้จากโลกคือความชื่นชมยินดีว่าเราเป็นประเทศที่ใจกว้างและพูดจริงทำจริง“

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ. ทก.) เปิดเผยภายหลังเดินทางกลับจากการเจรจากับกัมพูชา ณ ประเทศมาเลเซีย ว่า ในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ค 2568) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีจะมีการรายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงผลการเจรจากับประเทศกัมพูชา ณ ประเทศมาเลเซีย เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา

โดยประเด็นที่สำคัญคือจะมีการประเมินสถานการณ์ชายแดนอีกครั้งในเวลา 06.00 น. จากนั้นเวลา 7.00 น. กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 รวมทั้งฝั่งกัมพูชา คือ กองทัพภาคที่ 4 และกองทัพภาคที่ 5 จะมีการหารือเพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินการต่อไป

ขณะที่วันพรุ่งนี้เวลา 9.30 น.จะมีการประชุมคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์เรือนชายแดนไทย -กัมพูชา (ศบ. ทก.)ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมอบให้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธานในการประชุม โดยวาระสำคัญมี 2 เรื่อง ได้แก่

  • ผลการเจรจากับประเทศกัมพูชา ณ ประเทศมาเลเซีย และการประเมินการหยุดยิงในคืนวันนี้ (28 ก.ค.) ตั้งแต่ 24.00 น. เป็นต้นไป
  • ศบ.ทก. จะประเมินผลกระทบจากการใช้กำลังและแนวโน้มการคลี่คลายสถานการณ์

นายจิรายุ เปิดเผยต่อว่า อยากแจ้งพี่น้องประชาชนที่อพยพไปในพื้นที่ปลอดภัย หรือ อยู่ที่ศูนย์พักพิงต่างๆ ในขณะนี้ ขอให้รอดูสถานการณ์หลังจากประชุม ศบ. ทก. โดยคาดว่าพรุ่งนี้ (29 ก.ค.) จะประกาศอย่างชัดเจนอีกครั้งว่าควรกลับไปอยู่ที่บ้านได้หรือไม่

“ขอให้พี่น้องประชาชนอดทนอีก 1 คืน พรุ่งนี้ไม่เกินเที่ยงคาดว่าจะสรุปเหตุการณ์ได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยเมื่อสักครู่ระหว่างเดินทางกลับ ได้มีการหารือเรื่องการพาประชาชนที่อพยพใน 7 จังหวัดกลับภูมิลำเนา โดยมีการประสานกับกระทรวงคมนาคมเพื่อขอบริการรถสาธารณะ เช่น ขสมก. หรือ ขสมก. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน”

อัปเดทสถานการณ์ล่าสุด หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงเข้าไทย ที่ปราสาทตาเมือนธม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...