โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“มาริษ” เผยนิมิตหมายดี กัมพูชายอมกลับมาพูดคุยทวิภาคีผ่าน 3 กลไก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 16.14 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 13.45 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

28 ก.ค. – “มาริษ” ชี้ไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อสายตาชาวโลก เผยนิมิตหมายดี “กัมพูชา” ยอมกลับมาพูดคุยทวิภาคีผ่าน 3 กลไก และเสนอเพิ่มช่องทางสื่อสาร “กต.-กลาโหม”

(28 ก.ค.68) นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังประชุมเจรจาเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ประเทศมาเลเซีย ว่า ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลก มีภาพลักษณ์ที่ดีมาโดยตลอด ซึ่งเป็นที่ยอมรับและชื่นชม เพราะฉะนั้นการที่เราเข้ามาถึงจุดตรงนี้ สามารถที่จะยุติข้อขัดแย้ง การกระทบกระทั่งที่ใช้กำลัง แสดงให้เห็นภาพพจน์ของประเทศไทยในสายตาของชาวโลกว่า เราเป็นประเทศที่สนับสนุนความสันติ ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะใช้กำลัง เหมือนกับที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พูดไว้ว่า ทั้งหมดนี้ต้องการสันติภาพมาตั้งแต่ต้น ที่อดกลั้น และใช้กลไกทางสันติ ในการแก้ไขปัญหา

นายมาริษ ยังระบุอีกว่า เราสามารถทำให้กัมพูชากลับมาพูดคุยผ่านกลไกแบบทวิภาคี ที่มีอยู่ทั้ง 3 ระดับ ประกอบด้วย คณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี), คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี และเป็นกลไกสำคัญที่นำไปสู่การเจรจาทวิภาคีอย่างสันติ และทางฝ่ายกัมพูชาเองก็เสนอให้มีช่องทางที่ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน คือ ช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เราจะสามารถทำให้กัมพูชาหันกลับมามุ่งเน้นในเรื่องของการพูดคุยกันโดยสันติ หรืออย่างมีความจริงใจ.-414-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...