โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"กอบศักดิ์"หวั่นปัญหาไทย-กัมพูชาขัดแย้งลามท่องเที่ยวเสียหาย เร่งหาทางจบโดยเร็ว

Manager Online

เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 11.47 น. • MGR Online

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-และกัมพูชา อาจลุกลามกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงใกล้เข้าสู่ High Season อาจทำให้ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวช้าลง แนะทุกฝ่ายเร่งหาทางออกให้จบโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับทั้งสองประเทศโดยไม่จำเป็น

ทั้งนี้ภาคการท่องเที่ยวของไทยซึ่งเป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้ แต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวติดลบต่อเนื่อง จากเหตุการณ์ต่าง ๆ อาทิ การลักพาตัวนักท่องเที่ยว เหตุการณ์แผ่นดินไหว รวมทั้งข่าวเรื่องความปลอดภัยที่เกิดขึ้น แต่เหตุการณ์ทั้งหมดโดยปกติใช้เวลาประมาณ 4 เดือนจะถูกพูดถึงน้อยลงและคนจะเริ่มกลับมาท่องเที่ยว แต่หากเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งกับกัมพูชาจะกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ซึ่งทำให้ภาคท่องเที่ยวปลายปีที่เป็นช่วง High Season ไม่น่าจะฟื้นตัวทัน

"เป็นกำลังใจให้พี่ ๆ ทหาร เป็นเรื่องของความมั่นคงที่ต้องดูแลให้ได้ แต่ขณะเดียกวันก็ไม่อยากให้เรื่องนี้ลุกลาม เพราะว่าไม่ดีกับทั้งสองประเทศ ยิ่งทะเลาะกันยิ่งเป็นจุดที่ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่มั่นคง และเกิดเป็นภาพจำ ใครที่คิดว่าจะลงทุนในไทยหรือแม้กระทั่งมาเที่ยวก็รู้สึกไม่ปลอดภัย"

ขณะที่ประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ใกล้เส้นตายวันที่ 1 ส.ค.68 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ ซึ่งหากไทยถูกเก็บภาษีในอัตรา 36% จะกระทบกับเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยยะ โดยเฉพาะภาคการส่งออกซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 60% ของ GDP ซึ่งยังยืนยันข้อเสนอการเจรจาไม่จำเป็นต้องเปิดตลาดเสรีเหมือนเวียดนามและอินโดนีเซีย และยอมในอัตราภาษีที่สูงกว่าประเทศคู่ค้าเล็กน้อยที่อัตรา 25% ซึ่งมั่นใจว่าภาคเอกชนจะสามารถปรับตัวได้ในอัตราดังกล่าว และสามารถบริหารจัดการดูแลบางกลุ่มที่ได้รับผลประกอบได้ ทั้งนี้หวังว่าไทยจะสามารถได้ข้อสรุปการเจรจาทันก่อนวันที่ 1 ส.ค.

"เราต้องพยายามเจรจาให้ได้ 25% ซึ่งอาจมีผลกระทบกับภาคเกษตรบางส่วน เราสามารถเอารายได้จากภาคส่งออกที่เรารักษาไว้ได้ นำไปช่วยเยียวยาภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งคิดว่าเงินประมาณหลัก 2-3 แสนล้านบาท น่าจะอยู่ในวิสัยที่บริหารจัดการได้"

นอกจากนี้หากไม่สามารถเจรจาปรับลดอัตราภาษีลงได้ ผลกระทบใหญ่อีกด้านคือการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ซึ่งภาษีในอัตรา 36% ผู้ประกอบการจะไม่เลือกลงทุนในไทย และทำให้โอกาสที่ไทยจะเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมใหม่หรือ New S Curve ซึ่งกำลังเข้ามาลงทุนในปัจจุบันอาจถอนตัวออกไป และจะเริ่มส่งผลกระทบในระยะยาวมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ภายใต้ความขัดแย้งของ 2 ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ อย่างสหรัฐฯ และจีน มองทางออกที่ดีที่สุดของไทย ไม่ใช่การเลือกสหรัฐฯ หรือจีน แต่การรักษาความเป็นกลาง เพื่อให้ทุกคนคิดมองว่าไทยเป็นประเทศที่สามารถทำการค้ากับประเทศใดก็ได้ ซึ่งอยากให้ประเด็นดังกล่าวมีการพูดคุยกันมากขึ้น ตกผลึกให้มากขึ้นตั้งแต่เนิ่น ๆ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...