โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงคราม1วันดูดเลือด'อิสราเอล'200ล้านดอลลาร์ 'เนทันยาฮู'ไม่สนเดินหน้ารบถล่ม'อิหร่าน'

แนวหน้า

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

21 มิถุนายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'The Wall Street Journal' รายงานการประเมินตัวเลขมูลค่าความสูญเสียจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน พบว่าใน 1 วัน อิสราเอลต้องสูญเสียงบประมาณไปกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 6.56 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงจนน่าตกใจ และกำลังจะกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้อิสราเอลจำเป็นต้องรีบจบความขัดแย้งนี้ลง

สำหรับภาระค่าใช้จ่ายที่แพงที่สุดของอิสราเอลคือ ระบบการสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งการส่งระบบสกัดกั้นออกไปเพียงวันเดียวอาจใช้มูลค่าสูงถึงหลายสิบหรือหลายร้อยล้านดอลลาร์ เช่น ระบบ David’s Sling และ Arrow 3 ต่างก็มีค่าใช้จ่ายระหว่าง 7 แสน - 4 ล้านดอลลาร์ โดยระบบเหล่านี้ถูกเปิดใช้งานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อตอบสนองต่อขีปนาวุธมากกว่า 400 ลูกที่อิหร่านยิงผ่านมายังน่านฟ้าของอิสราเอลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

นอกจากการตั้งรับแล้ว ปฏิบัติการเชิงรุกยังใช้ต้นทุนสูงด้วย เช่น การนำ F-35 ของอิสราเอลไปประจำการในระยะทางกว่า 1,000 ไมล์เพื่อโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงต่อเครื่องบินหนึ่งลำ ยังไม่นับรวมราคาของระเบิดนำวิธีอย่าง JDAM และ MK84

ต่อมาทางด้าน สถาบัน Aaron Institute for Economic Policy มหาวิทยาลัยไรช์แมน ในอิสราเอล ประเมินว่า สงครามที่กินเวลาเพียง 1 เดือนอาจทำให้อิสราเอลสูญเสียเงินไปกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์

จากแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ทำให้มีการเรียกร้องให้ทำสงครามที่สั้นลง แม้ว่านายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล จะไม่ได้แสดงเจตนาที่ต้องการจะหยุดปฏิบัติการ ก่อนที่จะบรรลุวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ โดยการทำให้โครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่านพังลง

ทั้งนี้ วิศวกรยังประเมินว่า ค่าใช้จ่ายในการบูรณะความเสียหายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธจะเกิน 400 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากอาคารหลายร้อยหลังได้รับความเสียหาย และพลเรือนมากกว่า 5,000 คนต้องอพยพ

'คาร์นิต ฟลัก' อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางอิสราเอล กล่าวกับเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า ระยะเวลาของความขัดแย้ง เป็นปัจจัยสำคัญต่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...