‘ทวี’ นำทัพ 8 หน่วยงานปฏิบัติการพืชกระท่อมชายแดนใต้ 120 วันให้เห็นผล!
ที่ จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้ผนึกกำลังกับ 8 หน่วยงานสำคัญ พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และประชาชนกว่า 500 คน ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ครั้งสำคัญใน "ปฏิบัติการ 120 วัน ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้" ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การลดปัญหาการใช้พืชกระท่อมในทางที่ผิด โดยมีเป้าหมายให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ภายในวันที่ 30 ก.ย.68
โดยปฏิบัติการนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.68 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดปัญหาการค้าและการใช้พืชกระท่อมอย่างผิดวัตถุประสงค์ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอของจ.สงขลา ได้แก่ อ.จะนะ อ.นาทวี อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย รวมทั้งหมด 688 ชุมชนเป้าหมาย จากการสำรวจที่พบปัญหาการใช้พืชกระท่อมในทางที่ผิดอย่างแพร่หลาย
รมว.ยุติธรรม ได้เน้นย้ำถึงการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐ ผู้นำศาสนา และประชาชน โดยจะมีการนำจิตอาสาเข้ามามีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติงานในพื้นที่ 688 หมู่บ้าน เพื่อควบคุมมิให้มีการจำหน่ายหรือใช้พืชกระท่อมในทางที่ผิด และจัดระเบียบการจำหน่ายและการค้าขายพืชกระท่อมในพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
นอกจากนี้ยังได้มอบนโยบาย 10 ประการ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาพืชกระท่อมและยาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คือ
1.ทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ : ทุกหน่วยงานต้องทำความเข้าใจและนำปฏิบัติการ 120 วันไปปฏิบัติอย่างพร้อมเพรียงกัน
2.กำหนดเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม : ตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน โดยเน้นคุณภาพและผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้
3.ประกาศห้ามจำหน่าย : ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ผู้นำศาสนา และภาคประชาสังคมในแต่ละจังหวัด ต้องเริ่มกำหนดและปิดประกาศห้ามขายห้ามจำหน่ายพืชกระท่อมตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568
4.ประชุมคณะกรรมการต่อเนื่อง : ศอ.บต. และ ป.ป.ส. ภาค 9 จะจัดการประชุมคณะกรรมการภายใต้แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดฯ อย่างต่อเนื่องตลอด 120 วัน เพื่อติดตามความก้าวหน้า
5.บทบาทของผู้นำศาสนา : ผู้นำศาสนาในทุกมัสยิด โรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา และวัด จะเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความรู้ แจกสื่อ ติดป้ายรณรงค์ และช่วยเหลือฟื้นฟูผู้เสพ รวมถึงใช้ "ฮูกุมปากัต" (ธรรมนูญชุมชน) ในการแก้ไขปัญหา
6.ค้นหาและบำบัด : X-ray ค้นหาผู้ค้า ผู้เสพ และกลุ่มเสี่ยงในหมู่บ้านเป้าหมาย เพื่อนำเข้าสู่ระบบบำบัดของสาธารณสุขในพื้นที่ พร้อมพัฒนาอาชีพ
7.แสดงพลังต่อต้าน : แสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านพืชกระท่อมผ่านโซเชียลมีเดีย และติดป้ายรณรงค์ตามเส้นทางสำคัญในพื้นที่
8.จิตอาสาร่วมรณรงค์ : หน่วยจิตอาสาจะช่วยรณรงค์ ค้นหาผู้เสพ นำเข้าบำบัดรักษา และป้องกันภัยจากยาเสพติดในชุมชน
9.สรุปปัญหาและวางแผนแก้ไข : ศอ.บต., กอ.รมน. ภาค 4, ป.ป.ส., ผู้นำศาสนา, และผู้นำชุมชน จะร่วมกันสรุปปัญหาอุปสรรคและจัดทำแผนแก้ไขอย่างเหมาะสม
10.สำรวจผู้ติดกระท่อมต่อเนื่อง : สำรวจและค้นหาผู้ติดกระท่อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลไปใช้ลดการใช้พืชกระท่อมที่ทำให้มึนเมาในพื้นที่
ทางด้าน นายมูฮำมัดซูวรี สาแล นายกสมาคมสถาบันศึกษา จชต. และนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ได้กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติของผู้นำศาสนาว่า พร้อมจะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยจะให้ความรู้ในสถาบันการศึกษาทุกรูปแบบ รวมถึงนำวาระพืชกระท่อมเป็นหัวข้อก่อนการอ่านคุตบะห์ในวันศุกร์ และเป็นหัวข้อแทรกในการบรรยายธรรมของผู้นำศาสนา เพื่อให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่สะอาด ปราศจากสิ่งมึนเมา ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักการศาสนาอิสลาม