โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรงกดดันถาโถม BYD - ผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ถูกจับตาลดคาร์บอน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 23.30 น.

ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกส่วนใหญ่ยังไม่มีเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียน 100% และการลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน ตามรายงานใหม่ของกรีนพีซเอเชียตะวันออก

รายงานฉบับใหม่ของกรีนพีซเอเชียตะวันออกได้ประเมินความพยายามในการลดการปล่อยคาร์บอนของผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ที่สุดของโลก

เอริน ชอย นักรณรงค์จากกรีนพีซเอเชียตะวันออกกล่าวว่า การใช้ไฟฟ้าและการจัดหาวัตถุดิบดิบเป็นสองปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตแบตเตอรี่ แต่ผู้ผลิตแบตเตอรี่ส่วนใหญ่ยังไม่มีเป้าหมายในด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้าน ความล้มเหลวในการตั้งเป้าหมายเหล่านี้ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำเอาจริงกับการลดคาร์บอนหรือไม่ เป้าหมายที่เข้มแข็งในการลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานจะเป็นสัญญาณสำคัญถึงซัพพลายเออร์ว่าจำเป็นต้องดำเนินการ”

ภายใต้ระเบียบแบตเตอรี่ของสหภาพยุโรป (EU Battery Regulation) สหภาพยุโรปกำลังเข้มงวดเกณฑ์การปล่อยคาร์บอนสำหรับแบตเตอรี่นำเข้า และกำหนดให้มีความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ มาตรการเหล่านี้คาดว่าจะสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อผู้ผลิตแบตเตอรี่ ผลการประเมินของเราชี้ให้เห็นถึงความน่ากังวลว่า ผู้ผลิตแบตเตอรี่ส่วนใหญ่กำลังวางรากฐานที่มั่นคงเพียงพอสำหรับการลดคาร์บอนหรือไม่

ข้อค้นพบสำคัญ

การใช้ไฟฟ้าและการผลิตวัสดุแคโทดเป็นสองแหล่งการปล่อยคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เพื่อที่จะลดการปล่อยคาร์บอน บริษัทต่าง ๆ ต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และจัดหาวัสดุแคโทดที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ

การผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของการปล่อยคาร์บอนจากจุดเริ่มต้นถึงประตูโรงงาน (cradle-to-gate CO₂ emissions) ขึ้นอยู่กับความเข้มของคาร์บอนในโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่เป็นอย่างมาก ผู้ผลิตชั้นนำดำเนินการผลิตในระดับหลายร้อยกิกะวัตต์-ชั่วโมงในประเทศจีนและโปแลนด์ ซึ่งมีความเข้มของคาร์บอนในไฟฟ้ามากกว่า 500 กรัม CO₂ ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิตในระดับสูง

CATL, LG Energy Solution และ Panasonic Energy เป็นเพียงสามบริษัทในกลุ่มสิบอันดับแรกที่ได้ตั้งเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับการดำเนินงานของตนเอง และเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน

ส่วนอีกเจ็ดบริษัทที่เหลือ ไม่มีเป้าหมายลดการปล่อยของซัพพลายเออร์, ไม่มีข้อผูกพันต่อพลังงานหมุนเวียน 100% หรือไม่มีทั้งสองอย่าง การไม่มีข้อผูกพันดังกล่าวเปิดช่องให้มีการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น

กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำตั้งเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2030ผู้ผลิตแบตเตอรี่ต้องเผยแพร่รายงานความคืบหน้าเป็นประจำเกี่ยวกับการใช้พลังงานหมุนเวียน และควรตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการใช้วัสดุรีไซเคิลให้มากขึ้น โดยการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตแบตเตอรี่จะสามารถลดรอยเท้าคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ของตนเอง และยืนยันบทบาทของตนในกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้

จากตาราง "An evaluation of plans to address greenhouse gas emissions hotspots in battery production by manufacturers" ซึ่งประเมินแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV รายใหญ่ทั่วโลก โดยเปรียบเทียบ 2 ปัจจัยหลัก คือ การตั้งเป้าหมายใช้ไฟฟ้าหมุนเวียน 100% ในระดับองค์กร การตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทที่มีเป้าหมายครบทั้งสองด้าน (100% พลังงานหมุนเวียน และลดคาร์บอนห่วงโซ่อุปทาน)

1. CATL (ส่วนแบ่งตลาด 38.18%)

2. LG Energy Solution (LGES) (12.02%)

3. Panasonic Energy (4.01%)

แม้มีจำนวนบริษัทเพียง 3 ราย แต่ทั้ง 3 รายนี้รวมกันครองตลาดถึง กว่า 54% ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการผลักดันอุตสาหกรรมสู่การลดคาร์บอน หากรักษาแนวทางและสร้างแรงจูงใจต่อซัพพลายเชน

บริษัทที่มีเป้าหมายด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น

Samsung SDI (3.81%) และ SK On (3.11%)

มีเป้าหมายใช้พลังงานหมุนเวียน 100% แต่ไม่มีข้อมูลการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน

CALB (4.41%) และ **Gotion (3.21%)

ไม่มีข้อมูลเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียน แต่ตั้งเป้าลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน

Sunwoda (2.10%)

มีเป้าหมายใช้พลังงานหมุนเวียน 100% แต่ ไม่มีข้อมูลเป้าหมายด้านซัพพลายเชน

กลุ่มนี้ยังไม่สามารถยืนยันเจตจำนงอย่างชัดเจนในทุกมิติของการลดคาร์บอน แม้จะมีจุดเริ่มต้น

บริษัทที่ไม่มีข้อมูลเป้าหมายทั้งสองด้าน

1. BYD (16.53%)

2. EVE (2.81%)

การที่ BYD ซึ่งเป็นบริษัทอันดับ 2 ตามส่วนแบ่งตลาด ยังไม่มีข้อมูลทั้ง 2 ด้าน ถือว่าน่ากังวล เพราะอาจกลายเป็นจุดอ่อนของทั้งอุตสาหกรรม และกระทบต่อความน่าเชื่อถือด้าน ESG

โดยสรุปแล้ว ผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV รายใหญ่ของโลก ส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนหรือเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องพลังงานสะอาดและห่วงโซ่คาร์บอนต่ำ มีเพียง 3 จาก 10 ราย เท่านั้นที่มีเป้าหมายในทั้งสองมิติ

แม้บริษัทที่มีเป้าหมายครบจะครองส่วนแบ่งตลาดเกินครึ่ง แต่การที่บริษัทใหญ่อีกหลายรายยังไม่มีข้อมูลสะท้อนถึง ความไม่พร้อมของอุตสาหกรรมต่อกฎระเบียบใหม่ของยุโรปและความคาดหวังจากสาธารณะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...