โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลดลง 200 จุด หลังทรัมป์ขึ้นภาษีอียู เม็กซิโก 30%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 18.21 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 22.41 น.

ซีเอ็นบีซี รายงานว่าตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐติดลบดาวโจนส์ฟิวเจอร์ของสหรัฐฯ ลดต่ำลงในเย็นวันอาทิตย์ (13 ก.ค.) ขณะที่วอลล์สตรีทต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าที่ยังคงดำเนินต่อไป และบริษัทต่างๆจะเริ่มรายงานผลประกอบการไตรมาสสองอาทิตย์นี้

ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์ลดลง 0.5% ขณะที่ดัชนีNasdaq 100 ฟิวเจอร์ ลดลง 0.6% ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ลดลง 214 จุด หรือ 0.5%

เมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) และเม็กซิโกเป็น 30% ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป ผู้นำของสหภาพยุโรปและเม็กซิโกระบุว่า พวกเขาตั้งใจที่จะเจรจากับรัฐบาลทรัมป์ต่อไปในเดือนนี้ เพื่อพยายามหาข้อตกลงเกี่ยวกับอัตราภาษีที่ลดลง

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจถึงผลกระทบของภาษีนำเข้าของทรัมป์ที่มีต่อเศรษฐกิจโดยรวมได้ดียิ่งขึ้น

“เงินเฟ้อมาถึงแล้วพร้อมกับภาษีศุลกากร คำถามคือใครจะรับภาระ บริษัทที่มีอำนาจในการขึ้นราคาสินค้าหมายความว่าผู้บริโภคจะรับภาระ บริษัทที่ไม่มีอำนาจกำหนดราคาหมายความว่าบริษัทจะต้องรับภาระผ่านการลดอัตรากำไรลง” ปีเตอร์ บ็อควาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของกลุ่มการเงิน Bleakley Financial Group กล่าวเมื่อวันศุกร์ในรายการ “Fast Money” ของซีเอ็นบีซี

การเคลื่อนไหวของตลาดฟิวเจอร์ในวันอาทิตย์เกิดขึ้นหลังจากที่หุ้นติดลบในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าค่าดัชนีหลักๆ จะยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.31% ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ติดลบครั้งแรกในรอบสามสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ลดลง 1.02% หยุดถิติขึ้นติดต่อกันสามสัปดาห์

ขณะเดียวกัน ดัชนี Nasdaq Composite ลดลงเล็กน้อย 0.08% หยุดสถิติขึ้นติดต่อกันสามสัปดาห์

ฤดูกาลประกาศผลประกอบการจะคึกคักขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ธนาคารขนาดใหญ่ รวมถึงJPMorgan Chase จะรายงานผลประกอบการรายไตรมาสเริ่มตั้งแต่วันอังคาร

อีกปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนจับตามองคือความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลทรัมป์และธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เควิน แฮสเซ็ตต์ ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับเอบีซีนิวส์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถปลดนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด “ได้หากมีเหตุผล”

เจ้าหน้าที่ของทรัมป์กำลังตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคารหลักของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ขณะที่ประธานาธิบดีได้วิพากษ์วิจารณ์พาวเวลหลายครั้งที่ไม่ลดอัตราดอกเบี้ย ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธข้อวิพากษ์วิจารณ์บางส่วนเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...