โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาองค์การนายจ้าง ชงแรงงานร่วมทุนค่าชดเชย รัฐรับเรื่องเร่งหาทางออก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 11.30 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย โดยนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาฯ พร้อมด้วย ประธานสภาองค์การนายจ้างอีก 12 สภาฯ ได้เข้าพบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อหารือเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับใหม่) ที่เสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อใช้เป็นหลักประกันการจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างและการเรียกเก็บเงินสมทบจากฝ่ายนายจ้าง

นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า ภาคเอกชนสนับสนุนหลักการจัดให้มีระบบหลักประกันในการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างในกรณีถูกเลิกจ้าง แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่ให้ฝ่ายนายจ้างต้องเป็นผู้รับภาระจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมเข้าสู่กองทุนดังกล่าว เนื่องจากจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมต้นทุนการดำเนินธุรกิจ สภาองค์การนายจ้างฯ ทั้ง 13 สภา เห็นพ้องให้รัฐบาลเป็นผู้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนกองทุนนี้โดยตรง และเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ระบบแรงงานเกิดความเป็นธรรมทั้งต่อนายจ้างที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และลูกจ้างที่พึงได้รับความคุ้มครอง

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานรับทราบถึงข้อกังวลของสภาองค์การนายจ้างฯ และเข้าใจสถานการณ์ของภาคธุรกิจ โดยยืนยันว่าได้ดำเนินการ ตามที่นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่แสดงความห่วงใย และมอบนโยบายให้กระทรวงแรงงานพิจารณาทุกมาตรการที่ไม่เพิ่มภาระเกินควรแก่ผู้ประกอบการ

สำหรับมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการเก็บเงินสมทบเพื่อการออมในอัตรา 0.25% เข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งกำหนดให้เริ่มต้นบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และอาจมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาขยายระยะเวลาออกไป หากพบว่ายังไม่มีความพร้อมในทางปฏิบัติ เพื่อเร่งจัดทำข้อเสนอแนวทางที่เหมาะสม โดยให้กองทุนทดแทนซึ่งนายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเพียงฝ่ายเดียวศึกษาความเป็นไปได้ในการเรียกเงินสมทบเพิ่มขึ้นเพื่อครอบคลุมการจ่ายชดเชยเมื่อเลิกจ้าง ภายในเดือนมิถุนายนนี้ และจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

“กระทรวงแรงงานจะเร่งผลักดันให้ได้ข้อสรุปที่สมดุล ภายในปีนี้ โดยยึดหลักความเป็นธรรม ลดภาระที่ไม่จำเป็น และคำนึงถึงความมั่นคงของลูกจ้างควบคู่กับความสามารถในการดำเนินธุรกิจของนายจ้าง” รัฐมนตรีกล่าว

สำหรับ คณะจากสภาองค์การนายจ้างฯที่เข้าร่วมประชุมและยื่นข้อเสนอแนะต่อรมว.แรงงานประกอบด้วย สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย,สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย,สภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ,สภาอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีแห่งประเทศไทย,สภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภคบริโภค,สภาองค์การนายจ้างเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม,สภาองค์การนายจ้างธุรกิจไทย,สภาองค์การนายจ้างการเกษตร ธุรกิจ อุตสาหกรรมไทย,สภาองค์การนายจ้าง ธุรกิจ อุตสาหกรรมไทย,สภาองค์การนายจ้างเอส.เอ็ม.อี.แห่งประเทศไทย,สภาองค์การนายจ้างบริการไทยและสภาองค์การนายจ้างเพื่อการลงทุนแห่งประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...