โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปตท. ผงาดบนเวที Fortune Southeast Asia 500 คว้าอันดับ 2 ของอาเซียนสองปีซ้อน พิสูจน์ความมุ่งมั่นท่ามกลางความท้าทายระดับโลก

ไทยโพสต์

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 17.03 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น.

สร้างประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จอีกครั้ง จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ด้วยการรักษาตำแหน่ง บริษัทอันดับ 1 ในประเทศไทย และอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ด้วยการได้รับการจัดอันดับให้เป็น บริษัทอันดับ 1 ของประเทศไทย และ อันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำในภาคพลังงาน และการดำเนินงานบนหลัก "ความยั่งยืนอย่างสมดุล"

การจัดอันดับดังกล่าวจัดทำโดยนิตยสาร Fortune ซึ่งเป็นนิตยสารเศรษฐกิจระดับโลกที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุด เริ่มจัดอันดับในปี 2498 ภายใต้รายการ Fortune Global 500 และเพิ่งขยายมาสู่เวที Southeast Asia 500 ในปี 2567 เพื่อชี้วัดศักยภาพองค์กรในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยว่า "แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะพลังงานผันผวนและเศรษฐกิจโลกถดถอย แต่กลยุทธ์ของ ปตท. ได้พิสูจน์แล้วว่าเดินมาถูกทาง เราสามารถปรับตัว รับมือ และสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมคงไว้ซึ่งความมั่นคงทางพลังงานและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง" ภายใต้วิสัยทัศน์ "TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND, SUSTAINABLE WORLD" หรือ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” โดยมีพันธกิจในการ “สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย สร้างการเติบโตควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ปตท. มีกลยุทธ์มุ่งเน้นธุรกิจหลักHydrocarbon สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ สร้างการเติบโตควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ การแสวงหาแหล่งพลังงานในกับประเทศผ่านธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งมีการเติบโตที่ดีในต่างประเทศด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจ LNG ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย LNG ในภูมิภาค การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น

ปรับพอร์ตธุรกิจ Non-Hydrocarbon โดยธุรกิจต้องมีความน่าสนใจ (Attractiveness) และ ปตท. มี Right to Play หรือมีจุดแข็ง และมี Partner ที่แข็งแรง หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง อีกทั้งกลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 โดยดำเนินการอย่างบูรณาการร่วมกันทั้งกลุ่ม ปตท. ศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS)

รวมถึงพัฒนา CCS Hub Model เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท. และอุตสาหกรรมในประเทศ รวมถึงโอกาสขยายผลสู่ระดับภูมิภาคในอนาคตต่อไป พร้อมแสวงหาโอกาสในธุรกิจไฮโดรเจนสำหรับภาคอุตสาหกรรม จัดหาไฮโดรเจนและแอมโมเนียคาร์บอนต่ำ และการประยุกต์ใช้ในภาคการผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลเชิงธุรกิจ

นอกจากนี้กลุ่ม ปตท. พร้อมเร่งสร้างความแข็งแรงภายใน สร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่ม ปตท. ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ ยกระดับ Operational Excellence เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีแผนงานและเป้าหมายเป็นรูปธรรม นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งสามารถยกระดับผลกำไรได้

รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งด้วยการรักษาวินัยทางการเงินและการลงทุนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนบริหารสภาพคล่องกระแสเงินสดภายในกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล (Good Governance) ดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุล สร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม พัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคมไทย เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมและผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จของ ปตท. ในการครองอันดับ 1 ในไทยและอันดับ 2 ในอาเซียนจาก Fortune Southeast Asia 500 สองปีซ้อน ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขทางธุรกิจ แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นใน วิสัยทัศน์ ขององค์กรในการสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งกับการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...