โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แมลง"เลิฟบั๊ก" บุกกรุงโซล โลกร้อน-พัฒนาเมืองเร่งขยายถิ่นฐาน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 14.24 น.

ชาวกรุงโซลกำลังเผชิญกับการระบาดของแมลงที่เรียกว่า “เลิฟบั๊ก” อย่างหนัก ทั้งในเส้นทางเดินป่าและพื้นที่ในเมือง โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นจากภาวะโลกร้อน รวมถึงการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง ทำให้แมลงจากแถบเขตร้อนสามารถขยายถิ่นสู่อากาศอบอุ่นทางตอนเหนือได้มากขึ้น

ภาพไวรัลที่แชร์กันในโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นภูเขากเยยังซาน ในเมืองอินชอน ทางตะวันตกของกรุงโซล ซึ่งมีแมลงเลิฟบั๊กปกคลุมแน่นหนาในเส้นทางเดินป่าและจุดชมวิว โดยแมลงเหล่านี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Plecia longiforceps ได้รับฉายา “เลิฟบั๊ก” จากพฤติกรรมบินเกาะกันเป็นคู่ขณะผสมพันธุ์ ตัวผู้มักตายหลังผ่านไป 3-4 วัน ขณะที่ตัวเมียมีอายุอยู่ได้ราวหนึ่งสัปดาห์ ก่อนจะวางไข่หลายร้อยฟองในดินชื้น

แมลงชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในเขตกึ่งร้อนชื้นของจีนตอนใต้ ไต้หวัน และหมู่เกาะริวกิวของญี่ปุ่น โดยถูกพบในเกาหลีใต้ครั้งแรกเมื่อปี 2022 ระหว่างการระบาดครั้งใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วิกฤตสภาพอากาศและการพัฒนาเมืองโดยรอบพื้นที่ภูเขา รวมถึงปรากฏการณ์เกาะความร้อน (urban heat island) ในกรุงโซล กำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้แมลงเหล่านี้แพร่กระจาย

จำนวนคำร้องเรียนจากประชาชนต่อทางการโซลเพิ่มขึ้นจาก 4,418 ครั้งในปี 2023 เป็น 9,296 ครั้งในปีที่ผ่านมา ขณะที่เมืองอินชอนก็มีรายงานการระบาดมากกว่า 100 ครั้งในวันเดียว

การระบาดที่ขยายวงกว้างยังทำให้เกิดการถกเถียงถึงแนวทางจัดการแมลงชนิดนี้อย่างรุนแรง โดยทางการกรุงโซลออกแถลงการณ์เตือนว่า แม้แมลงเหล่านี้จะมีรูปร่างน่ารังเกียจ แต่ก็มีประโยชน์ทางนิเวศ โดยตัวอ่อนช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุในดิน และแมลงโตเต็มวัยช่วยผสมเกสรพืช พร้อมระบุว่าการใช้สารเคมีกำจัดแมลงอาจทำลายสิ่งมีชีวิตอื่นและส่งผลกระทบต่อมนุษย์

แม้เลิฟบั๊กจะไม่กัดและไม่เป็นพาหะนำโรค แต่ประชาชนจำนวนมากเริ่มหมดความอดทน จากผลสำรวจโดยสถาบันในกรุงโซลพบว่า 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าแมลงชนิดนี้เป็นศัตรูพืช โดยจัดให้เป็นแมลงที่น่ารำคาญเป็นอันดับสาม รองจากแมลงสาบและตัวเรือด

ทางการแนะนำประชาชนให้ฉีดน้ำเพื่อไล่แมลงออกจากพื้นผิว หลีกเลี่ยงไฟสว่างภายนอกบ้าน และติดตั้งกับดักแสงหรือแผ่นกาว รวมถึงสวมเสื้อผ้าสีเข้มเมื่ออยู่นอกอาคาร เนื่องจากแมลงเหล่านี้ชอบสีสดและแสงสว่าง

ด้านนักวิจัยของรัฐบาลกำลังพัฒนาสารชีวภาพจากเชื้อราที่สามารถกำจัดตัวอ่อนของแมลงเลิฟบั๊กโดยไม่ทำลายสมดุลระบบนิเวศ พร้อมกันนี้ก็มีสัญญาณว่าธรรมชาติกำลังควบคุมจำนวนแมลงเหล่านี้อยู่เอง เมื่อพบว่านกบางชนิด เช่น นกกาเหว่าและนกกระจอก เริ่มกินแมลงชนิดนี้เป็นอาหาร ทำให้จำนวนลดลงในบางพื้นที่

อย่างไรก็ตาม การระบาดของเลิฟบั๊กมักอยู่ในช่วงสั้น โดยประชากรแมลงจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม เนื่องจากอายุขัยที่สั้นหลังระยะเวลาระบาดประมาณ 2 สัปดาห์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...