“ประธาน ECB” เตือนทั่วโลก สงครามการค้าไม่ช่วยใคร เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจถดถอย
คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ส่งสัญญาณชัดจากเวทีปักกิ่ง ชี้นโยบายภาษี-อุดหนุนของประเทศมหาอำนาจกำลังทำลายความมั่งคั่งของโลก ย้ำทุกประเทศต้องปรับนโยบายเพื่อแก้สมดุลเศรษฐกิจ
วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 10.18 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวเมื่อวันพุธว่า นโยบายการค้าบีบบังคับไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่สมดุลทางการเงินได้ และความเสี่ยงของความเสียหายทางเศรษฐกิจร่วมกันมีสูงมาก จนทุกฝ่ายควรพิจารณาปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อคลี่คลายความตึงเครียด
สหรัฐ เป็นชนวนสร้างความปั่นป่วนในเศรษฐกิจโลกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้วยการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าต่อประเทศส่วนใหญ่ ส่งผลให้กระแสการค้าโลกหยุดชะงัก และทำให้หลายประเทศต้องเข้าสู่การเจรจากับรัฐบาลทรัมป์
ประธาน ECB กล่าวระหว่างการเยือนกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นการเดินทางที่ไม่บ่อยครั้งว่า ทุกประเทศควรมีความรับผิดชอบร่วมกัน และควรปรับนโยบายที่นำไปสู่อุปทานส่วนเกิน หรืออุปสงค์ส่วนเกิน มิฉะนั้นมาตรการกีดกันทางการค้าและการตอบโต้ที่ตามมาจะบั่นทอนความมั่งคั่งของเศรษฐกิจโลก
ประธาน ECB กล่าวที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) ว่า “เรากำลังเห็นการใช้นโยบายอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก …ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา การอุดหนุนที่บิดเบือนการค้าโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า”
ทั้งนี้จีนพึ่งพานโยบายเงินอุดหนุนมายาวนาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก ซึ่งนักวิจารณ์หลายรายมองว่าเป็นการเอาเปรียบประเทศอื่นและส่งผลให้การผลิตจากภูมิภาคอื่นถูกเบียดออกจากตลาด
อย่างไรก็ตามประธาน ECB ระบุว่า จีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่ใช้นโยบายอุดหนุน โดยประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ก็เริ่มใช้มาตรการลักษณะเดียวกันมากขึ้น ขณะที่สัดส่วนของสหรัฐในอุปสงค์โลกเพิ่มขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนถึงการใช้จ่ายภาครัฐที่เกินตัว และส่งผลต่อความไม่สมดุลในระบบเศรษฐกิจโลก
ประธาน ECB กล่าวปิดท้ายว่า ทางออกของความขัดแย้งทางการค้าคือ การเคารพกฎกติกาสากลมากขึ้น และสร้างข้อตกลงทวิภาคีหรือระดับภูมิภาคบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน
อ้างอิง : reuters.com