โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ดาวนำโชคผู้นี้เกิดใหม่แล้ว

นิยาย Dek-D

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2568 เวลา 06.48 น. • - พิมพ์อักษร -
ยอดนักขายอันดับหนึ่งที่ต้องตายอย่างน่าอนาถ ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในร่างของเจ้าก้อนแป้งที่น่ารักน่าชังผู้หนึ่ง แต่เหตุใดฐานะทางบ้านถึงได้ยากไร้เช่นนี้กัน! โชคยังดีที่สายตามองประเมินยังติดตัวเธอมาด้วย!

ข้อมูลเบื้องต้น

ยอดนักขายอันดับหนึ่งที่ต้องตายอย่างน่าอนาถเพราะอุบัติเหตุรถชน

คนรักเงินที่ทำงานหนักจนร่ำรวยแบบเธอ ทำไมฟ้าถึงได้เล่นตลกให้เธอตายทั้งที่ยังไม่ทันจะได้เสวยสุขแบบนี้!

เกินไปแล้วนะ!!

ตั้งแต่เกิดมาเธอก็ทำงานดิ้นรนเพื่อให้ได้มีเงินกินมีเงินใช้ แต่พอรวยขึ้นมา ดันมาถูกรถชนตาย!

โถ่สวรรค์จะเล่นตลกเกินไปแล้ว?

เธอคิดว่าเธอคงจะตายไปอย่างน่าสมเพชทั้งที่ยังไม่ได้เสพสุข คิดไม่ถึงว่าพอลืมตามาอีกที ตัวเองก็อยู่ในร่างของเด็กทารกน้อยผู้หนึ่งแล้ว

อย่างน้อยชาตินี้ตัวเธอก็ได้เกิดมาเป็นเจ้าก้อนแป้งหน้าตาน่ารักน่าชัง

แต่เหตุใดฐานะทางบ้านถึงได้ยากไร้เช่นนี้กัน!

ยังดีที่สายตามองประเมินยังติดตัวเธอมาด้วย วางใจเถิดท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่

ข้าจะพลิกชะตาหาหนทางรวยให้จนได้!!

………………………………………………………………………………..

ฝากกดใจ คอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ไรท์หน่อยน๊าาา

#รัก

เกิดใหม่

1

เกิดใหม่

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยเข้าจมูกของยอดนักขายอันดับหนึ่งผู้มีชื่อในวงการว่า ซินเดอร์เรลล่า ความทรงจำล่าสุดของเธอก็คือ แสงที่สาดมาแยงตา กับเสียงแตรและเสียงยางรถยนต์ที่เบียดไถลไปกับพื้นถนน พร้อมกับความเจ็บปวดรวดร้าวที่ราวกับร่างกายกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ตายแล้ว?

เธอตายแล้วสินะ

ทั้งที่ควรจะเป็นแบบนั้น แต่พอเธอลืมตาขึ้นมาอีกที เธอกับเห็นผู้หญิงที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดเซียวอยู่ตรงหน้าของเธอ ผู้หญิงคนนั้นกำลังส่งยิ้มอย่างอ่อนแรงมาให้เธอ

เย่วซินสับสนกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ แต่ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

“ดูเจ้าก้อนแป้งนี่สิ น่ารักน่าชังเสียจริง จะตั้งชื่อนางว่าอะไรดี” บุรุษหล่อเหลาคมเข้ม ยื่นนิ้วมาเขี่ยหน้าเธออย่างเอ็นดู เย่วซินรู้สึกตกใจมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ทำไม แต่เธอรู้สึกว่ามุมมองที่เธอมองพวกเขามันแปลกๆ

มันเหมือนกับว่าตัวเธอเล็กมาก

“เย่วซินเจ้าค่ะ ข้าจะให้นางชื่อว่าเย่วซิน”

“ชื่อดี เย่วซินของพ่อ แข็งแรงๆ นะ”

เอะ พ่อเหรอ?

ท่าทีของผู้ชายคนนี้เหมือนว่ากำลังพูดคุยกับเธอ แต่ทำไมเขาแทนตัวเองว่าพ่อ เย่วซินมองหญิงชายคู่นั้นไปมา ยังไม่ทันที่เธอจะคิดอะไรออก ก็มีเด็กผู้ชายอายุน่าจะประมาณสามขวบพยายามชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เธอ

“ท่านพ่อ ข้าจะแบ่งของกินให้น้องเอง น้องสาวจะต้องโตไวอย่างแน่นอน”

“ดีมากเย่วซาน เจ้าช่างสมกับที่เป็นพี่ชาย”

“เย่วซานของแม่โตแล้วจริงๆ”

คนพวกนี้พูดอะไรกันน่ะ แล้วพวกเขารู้จักชื่อที่แท้จริงของฉันได้ยังไง ปกติคนทั่วไปจะเรียกฉันว่า ซินเดอเรลล่านะ

‘ตอนนี้ฉันยังไม่ตายสินะ แล้วที่นี่ที่ไหน พวกคุณเป็นใคร?’

“อะ อ้อ แอร อะ ฮืออ อืออ อะ อ้อ แอะ ฮือ อะ ไอ”

“ฮ่าๆๆ เย่วซินก็เห็นด้วยหรือ พี่ชายของเจ้าเป็นพี่ใหญ่ที่ดีใช่หรือไม่?”

นี่พวกเขาพูดเรื่องบ้าอะไรกันน่ะ ‘ฉันถามว่าที่นี่ ที่ไหนฉัน แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง’

“อะ อ้อ แอร อะ อืมม แอะ อะ ไอ” เอ๊ะเสียงนี้ หรือว่าเป็นเสียงของฉันเหรอ?

ทำไมเสียงของเธอถึงกลายเป็นแบบนี้ล่ะ นี่ ละ หรือว่า…

เย่วซินยกมือขึ้นมาดูก็พบว่านิ้วมือที่เคยเรียวสวยของตน ตอนนี้กลายเป็น นิ้วเล็กอ้วนป้อมของเด็กทารกไปแล้ว ความเป็นจริงตรงหน้าทำเอาเย่วซินถึงกับช็อกค้างไป

แต่แทนที่คนพวกนั้นจะเข้าใจความรู้สึกของเธอ พวกเขากลับคิดว่าเย่วซินกำลังพยายามยกแขนไปจับพี่ชายอย่างเย่วซาน

“ดูสิ เจ้าก้อนแป้งพูดใหญ่เลย ดูเหมือนว่าน้องสาวจะชอบเจ้ามากนะเย่วซาน เจ้าต้องดีกับน้องให้มากๆ ล่ะ”

“จริงหรือขอรับท่านแม่ ข้าสัญญาว่าจะดีกับน้องสาวให้มากๆ ต่อไปข้าจะปกป้องน้องสาวเองขอรับท่านแม่”

ตอนนี้ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไรกันก็ล้วนไม่เข้าหูเย่วซินทั้งสิ้น ตอนนี้เธอกำลังร้องไห้ เธอตายแล้วจริงๆ

ตายน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ดันมาตายตอนรวยเนี่ยสิ

คนรักเงินที่ทำงานหนักจนร่ำรวยแบบเธอ ทำไมฟ้าถึงได้เล่นตลกให้เธอตายทั้งที่ยังไม่ทันจะได้เสวยสุขแบบนี้!

เกินไปแล้วนะ!!

ตั้งแต่เกิดมาเธอก็ทำงานดิ้นรนเพื่อให้ได้มีเงินกิน มีเงินใช้ แต่พอรวยขึ้นมา ดันมาถูกรถชนตาย!

โถ่สวรรค์จะเล่นตลกเกินไปแล้ว?

“งะ แง่งงงงงงง อะ ฮือออออ อุ แง่งงงงง อะ แง่งงงงงง”

“เอะ ดูเหมือนจะหิวอีกแล้วนะ เอาล่ะหนุ่มๆ ได้เวลาออกไปกันแล้วจ่ะ”

เย่วซินเห็นว่ามารดากำลังจะป้อนนมจากเต้าให้ตนเอง ก็เริ่มดิ้นไปมา ถึงจะทำความเข้าใจได้แล้วว่าตนเอง ตายแล้วมาเกิดใหม่ แต่ตอนนี้ความทรงจำจากชีวิตเดิมยังอยู่นี่

แล้วจะให้เด็กทารกที่มีความคิดเท่ากับคนสามสิบอย่างเธอยอมดูดนมจากเต้าง่ายๆ ได้ยังไงกัน!

สมองคิดเช่นนั้น แต่พอนมเข้าปาก ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามความคิด ‘เอะ อร่อยนี่’ ปากเล็กๆ ของเธอดูดนมแม่อย่างตะกละตะกลามตามสัญชาตญาณ

‘อะ อืมม ง่วงจัง ร่างกายของเด็กทารก ชะ เช่นนี้ มะ ไม่ไหวแล้ววว’

………………………………………………………………………………..

ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ (o)

กดใจกับคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ได้น๊าาา

#รัก

ดาวนำโชคผู้มีดวงตามองประเมิน

2

ดาวนำโชคผู้มีดวงตามองประเมิน

หลังจากที่ได้นอนหลับไปหนึ่งตื่น เย่วซินก็เริ่มทำความเข้าใจกับสถานการณ์ในตอนนี้

ดูเหมือนว่านางจะตายแล้วเกิดใหม่จริงๆ

เย่วซินเริ่มมองประเมินท่านแม่ของตนเองอีกครั้ง ครั้งนี้บนหัวของนางมีตัวอักษรปรากฏขึ้นมา ดวงตาของนางเป็นประกายขึ้นมาในทันที

มันยังอยู่!

สายตามองประเมินที่ทำให้ชีวิตก่อนนางสามารถเก็งกำไรได้จากทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือแม้แต่คน

เพียงแค่นางใช้สายตานี้มองประเมินก็จะรู้ทั้งชื่อและความสามารถของทั้งคนและสิ่งของ อีกทั้งยังสามารถบอกอายุและมูลค่าของทรัพย์สินได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

เย่วซินเพิ่งดีใจได้เพียงไม่นาน พอมองข้อมูลของท่านแม่ที่ปรากฏขึ้นมา นางก็หม่นหมองลง

กวนเจียวเหมย (มารดา) 23 ปี

คุณสมบัติ : จิตใจดี มีมารยาท เกิดจากตระกูลพ่อค้า

ความสามารถ : เย็บปัก ทำอาหาร

มูลค่าโดยรวม : 1 ตำลึงเงิน

‘มูลค่าของท่านแม่ข้า เพียงแค่หนึ่งตำลึงเงินเองหรือ’ นี่ก็ยากจนเกินไปแล้ว ยังดีที่มีจิตใจดีและความสามารถด้านการปักเย็บที่ประณีต

เย่วซินหันไปมองท่านพ่อที่นั่งอยู่ไม่ไกล ก็ถอนหายใจออกมา

เหยาชิ่ง (บิดา) 28 ปี

คุณสมบัติ : กล้าหาญ จิตใจดี รักครอบครัว ยึดถือความถูกต้อง เกิดจากตระกูลยากไร้

ความสามารถ : ต่อสู้ ล่าสัตว์ เก็บสมุนไพร

มูลค่าโดยรวม : 5 ก้วน

‘ท่านแม่ว่ายากจนแล้ว ท่านพ่อกลับยากจนกว่า’ เย่วซินมองข้อมูลความสามารถของท่านพ่อก็ขมวดคิ้วมุ่น ความสามารถล่าสัตว์ของท่านพ่อ มันเคยสูงกว่านี้นี่

นี่คงเป็นเหตุผลให้มูลค่าของท่านพ่อลดลงสินะ

เท่าที่นางสังเกตท่านพ่อของนางก็เดินกะเผลกอยู่จริงๆ ยิ่งได้เห็นค่าสถานะของพี่ชาย เย่วซินก็ยิ่งหม่นหมองเข้าไปใหญ่

เหยาเย่วซาน (พี่ชาย) 5 ปี

คุณสมบัติ : จิตใจดี มีมารยาท เรียนรู้เร็ว เข้าใจปรัชญา เกิดจากตระกูลยากไร้

ความสามารถ : เก็บสมุนไพร

มูลค่าโดยรวม : 10 อีแปะ

ท่านพี่ของนางแม้จะหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่กลับตัวเล็กและผอมบาง ดูเอาเถิดอายุเขาห้าขวบแล้วยังตัวจ้อยจนเย่วซินเข้าใจว่าเป็นเด็กสามขวบ

วันเวลาของการเป็นทารกผ่านไปอย่างน่าเบื่อ เย่วซินใช้เวลายามวางตอนยังเป็นทารก ในการทำความเข้าใจกับโลกใบนี้ นางมักจะร้องไห้และทำสีหน้าออดอ้อนให้ท่านแม่พาออกไปข้างนอกเพื่อเก็บข้อมูลอยู่เสมอ

แล้วก็ได้รู้ว่าที่ที่นางอยู่ก็คือหมู่บ้านหมิงชุน

เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองชนบท ที่ห่างไกล

ท่านพ่อของนางเคยเป็นนายพรานที่เก่งที่สุดของหมู่บ้าน แต่เพราะได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถล่าสัตว์ใหญ่ได้อีก เลยถูกคนในตระกูลดูถูก บวกกับท่านแม่ถูกใช้งานทั้งๆ ที่ท้องอยู่จนเกือบจะแท้ง

ท่านพ่อทนไม่ไหวถึงได้ขอแยกบ้าน

ท่านพ่อในตอนนั้น ถูกวินิจฉัยว่าจะพิการเดินไม่ได้อีก ไม่มีคุณค่ากับตระกูลเหยาอีกต่อไป คนพวกนั้นถึงได้ยินยอมพร้อมใจขับไล่ครอบครัวทั้งสามคนของนางออกมา

ก่อนออกจากตระกูลก็ต้องแบ่งทรัพย์สินกว่าท่านพ่อจะต่อรองจนได้บ้านหลังเก่าท้ายหมู่บ้านมาได้ ก็ทำเอาโมโหจนเกือบกระอักเลือด ถึงท่านพ่อจะเป็นลูกบุญธรรมแต่หลายปีที่ผ่านมาเขาก็ทำเงินให้ตระกูลเหยาไปมากมาย คงคิดไม่ถึงว่าคนที่เขารักและนับถือเป็นพ่อแท้ๆ จะใจร้ายกับเขาถึงเพียงนี้

เย่วซินที่ได้รู้เรื่องนี้ก็คับแค้นใจยิ่งนัก นี่นางเกือบไม่ได้เกิดมาแล้วนะ คอยดูเถิด ตาเฒ่าเหยา นางเหยา เย่วซินผู้นี้จะต้องเอาคืนแทนบิดาให้สาสม!

หลังจากที่แยกบ้านออกมา ขาของท่านพ่อก็เริ่มดีขึ้น ท่านพ่ออาศัยเก็บผักเก็บสมุนไพรไปขายแทนการล่าสัตว์ถึงรายได้จะไม่ดีแต่ก็ยังพอมีเงินไว้ประทังชีวิต

ส่วนท่านแม่ของนางเดิมที่เป็นลูกสาวตระกูลที่พอมีชื่อในเมือง แต่เพราะดื้อดึงจะแต่งกับคนฐานะยากจนอย่างท่านพ่อ เลยถูกตัดขาดจากตระกูล

ท่านแม่พอมีฝีมือเย็บปักอยู่บ้าง ก็เลยปักผ้าไปขายอีกแรงหนึ่ง ทำให้พอมีเงินมาใช้จ่าย

แต่เท่านี้ก็ยังไม่พอจะนำมาซื้ออาหารดีๆ หรือเสื้อผ้าดีๆ ใส่ อย่าได้พูดถึงเรื่องเรียนของท่านพี่เลย แค่อาหารจะกินยังไม่เพียงพอ

แต่ถึงจะยากจนเสียหน่อย โดยรวมก็ยังถือว่าพอจะรับได้

อย่างน้อยท่านพ่อก็ไม่ยอมปล่อยให้ลูกเมียถูกรังแก ถึงจะไม่ได้กินอย่างอิ่มหนำ แต่ก็ไม่เคยอดเลยสักมื้อ

มีหลายครั้งที่เย่วซินแอบเห็นว่าท่านพ่อแกล้งทำเป็นกินแล้ว แต่เก็บอาหารเอาไว้ท่านแม่กับท่านพี่

ในใจของเย่วซินยอมรับเขาแล้ว

เป็นท่านพ่อที่ดี!

วางใจเถิดท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ ข้าแน่นอนว่าเป็นดาวนำโชคของพวกท่าน

ข้าจะพลิกชะตาหาหนทางรวยให้จนได้!!

ฉายาซินเดอร์เรลล่ายอดนักขายไม่ได้มาเล่นๆ หรอกนะ

3

ฉายาซินเดอร์เรลล่ายอดนักขายไม่ได้มาเล่นๆ หรอกนะ

เย่วซินมองเงาสะท้อนของตนเองจากอ่างน้ำ

ดวงตากลมโตที่มีแผงขนตางอนยาวล้อมรอบ ถึงจะยังเล็กแต่จมูกก็ยังดูมีรูปทรง พวงแก้มและปากสีแดงระเรื่อก็ดูมีสุขภาพที่ดี

อย่างน้อยชาตินี้ตัวนางก็ได้เกิดมาเป็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารักน่าชัง ในขณะที่เย่วซินกำลังชื่นชมกับใบหน้าของตนเอง ท่านแม่ก็ช้อนตัวนางขึ้นมา

“เย่วซินของเราครบหนึ่งขวบแล้วสินะ เป็นเจ้าก้อนแป้งที่น่ารักจริงๆ วันนี้แม่จะเอาผ้าที่ปักไปขายในเมือง จะซื้อของกินให้เจ้ามากหน่อย”

หนึ่งปีแล้วที่เย่วซินกินๆ นอนๆ ทำตัวเป็นทารกน้อยตัวกลมกลิ้งไปมา คอยมองดูครอบครัวของตนอยู่เงียบๆ ในที่สุดวันนี้ลิ้นเล็กๆ ของนางก็ตอบสนองแล้ว “ดะ ดี”

เหยาชิ่งดีใจมากที่ลูกสาวเริ่มพูดได้ “เจ้าก้อนแป้งของพ่อ ดูสิวันนี้พ่อเก็บสมุนไพรได้ วันนี้พ่อจะเข้าไปขายในเมือง ซื้อไก่มาให้ท่านแม่ของเจ้าทำน้ำแกงบำรุงฉลองให้เจ้าเป็นอย่างไร?”

“ปะ ป้อ มะ แม่ แอ่ๆ” เย่วซินพยายามออกเสียง ถึงจะออกเสียงได้เป็นคำที่ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่เท่านี้ก็เพียงพอให้ทุกคนในครอบครัวตื่นเต้นยินดีแล้ว

“ข้าเก็บดอกไม้มาให้น้องสาว เจ้าดูสิ ชอบหรือไม่” เย่วซานยื่นดอกไม้ให้น้องสาว ดวงตาก็เป็นประกายรอคอยอยากให้น้องสาวพูดกับเขาบ้าง

“ชะ ชอบ ชอบๆ พะ พี่”

เจียวเหมยลูบแก้มกลมๆ ของลูกสาว นึกเอ็นดูกับท่าทางช่างเจรจานี้ของนาง “เจ้าก้อนแป้งน้อยของบ้านเรา ฉลาดจริงๆ แค่หนึ่งปีก็เริ่มพูดตอบโต้ได้แล้ว”

ช่วงสายของวันนั้น เหยาชิ่งก็พาทั้งครอบครัวเข้าเมือง

นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านพ่อกับท่านแม่ยอมพานางมาขายผ้าเช็ดหน้าปักลายในเมืองด้วย ปกติคนจากหมู่บ้านหมิงชุนจะเดินเท้าเพื่อเข้าเมือง แต่ครั้งนี้พวกเขาสี่คนพ่อแม่ลูกเลือกที่จะนั่งรถม้า

พอถึงตัวเมืองเหยาชิ่งกับเย่วซานก็แยกตัวไปขายสมุนไพร ส่วนเจียวเหมยก็อุ้มเย่วซินไปขายผ้าเช็ดหน้ายังร้านที่รับซื้อประจำ เย่วซินมองสำรวจตลอดทาง ย่านค้าขายในเมืองดูคึกคักมาก แตกต่างจากที่หมูบ้านหมิงชุน

ที่นั่นมีร้านที่ขายเนื้อและของกินอยู่เพียงแค่ร้านเดียวเท่านั้น

ชาวบ้านส่วนใหญ่มักจะอาศัยการล่าสัตว์และปลูกผักเพื่อประทังชีพ นอกจากบ้านที่พอจะมีเงินหน่อยถึงจะซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สัตว์มาเลี้ยง เพื่อนำลูกมันมาขายต่อในเมือง

หากขาดเหลือสิ่งใดพวกเขาก็นิยมแลกเปลี่ยนกันแทนที่จะซื้อขาย คนในหมู่บ้านหมิงชุนหากบ้านไหนหนึ่งปีทำรายได้ ได้ถึงหนึ่งตำลึงเงินก็ถือว่าร่ำรวยแล้ว

ระหว่างทางเดินไปยังรถม้าเพื่อกลับหมู่บ้าน เย่วซินเหลือบไปเห็นว่าข้างทางมีสตรีปูผ้าขายสินค้าอยู่ข้างทาง สายตามองประเมินของเย่วซินสังเกตเห็นสถานะของปิ่นไม้เก่าๆ ที่วางอยู่ก็รีบเอื้อมมือไปดึงคอเสื้อของท่านแม่

“อะ อยาก อยากได้”

เจียวเหมยมองลูกสาวด้วยความเอ็นดู นางมองไปที่ปิ่นไม้เก่าที่ลูกสาวชี้ เห็นว่าไม่ใช่ของมีค่า คงจะราคาไม่แพงเลยหยุดดู “แม่ค้า ของชิ้นนี้เท่าไหร่หรือ?”

วันนี้นางขายผ้าเช็ดหน้าปักลายได้มากกว่าทุกวัน อีกทั้งวันนี้ก็เป็นวันครบรอบหนึ่งปีของเจ้าก้อนแป้ง

เช่นนั้นซื้อของขวัญให้ลูกสาวหน่อยก็แล้วกัน

แม่ค้ามองสำรวจการแต่งตัวของเจียวเหมย เห็นว่าไม่ค่อยมีฐานะ ก็ทำสีหน้าเบื่อหน่าย “ข้าขายไม่แพง ราคาเพียงแค่หนึ่งก้วนเท่านั้น” นางอุตส่าห์นั่งมาตลอดทั้งเช้า ยังขายของไม่ได้สักชิ้น

พอมีลูกค้าก็ดันเป็นหญิงยากจนผู้หนึ่ง

เจียวเหมยมองปิ่นไม้ สายตาก็หม่นหมองลง เงินหนึ่งก้วนมากเกินไปสำหรับการจ่ายหนึ่งครั้ง ยิ่งมองเงินในถุงผ้าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

เย่วซินเห็นท่านแม่กำลังจะเดินจากไปก็ไม่ยินยอม “อะ เอา จะ เอา” อย่าว่าแต่หนึ่งก้วนเลย ปิ่นไม้ชิ้นนี้หนึ่งตำลึงเงินก็ยังนับว่าคุ้มค่า

“ท่านพ่อของเจ้ามีฝีมือเรื่องงานไม้อยู่บ้าง รอให้ถึงบ้านแม่ให้ท่านพ่อทำปิ่นไม้ให้เจ้าสักชิ้นก็ได้แล้ว”

แม่ค้าเห็นว่าเหยื่อกำลังจะหลุดมือก็ร้อนรนขึ้นมา “ดะ เดี๋ยวก่อน! เห็นแก่เจ้าก้อนแป้งน้อย ข้าลดให้เจ้าเหลือยี่สิบอีแปะ เจ้าจะซื้อหรือไม่” ถึงอย่างไรปิ่นไม้ชิ้นนี้ นางก็ไม่ได้เสียงเงินซื้อมา ได้เงินยี่สิบอีแปะก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

ยี่สิบอีแปะก็นับว่ายังแพงสำหรับฐานะของบ้านนาง เจียวเหมยกำลังจะตัดใจ แต่พอเห็นสายตาออดอ้อนของเจ้าก้อนแป้งในอ้อมแขน นางก็ใจอ่อนจนต้องนับเงินออกจากถุงผ้า “ซื้อ ข้าซื้อ”

แม่ค้าดีใจที่ขายได้ ของชิ้นนี้ถึงจะงดงามแต่ก็ดูเก่ามาก นางยังกังวลว่าจะขายไม่ได้ ยังดีที่แม่นางผู้นี้ตามใจลูกสาว ถึงกับควักเงินยี่สิบอีแปะซื้อของไร้ค่ากลับไป

เย่วซินถือปิ่นไม้ชูไป ชูมา แล้วก็หัวเราะชอบใจ

สายตาโล่งอกของแม่ค้า นางเห็น แต่ก็ไม่คิดจะสนใจ

‘ของที่ดาวนำโชคอย่างข้าอยากได้ จะไร้ค่าไปได้อย่างไร!’

ในชีวิตก่อนที่เย่วซินได้รับการยกย่องให้เป็นยอดนักขายก็เพราะสามารถซื้อของที่คนอื่นมองว่าไร้ค่ามาในราคาถูก เพื่อเก็งกำไรแล้วนำไปขายต่อ จนได้กำไรมหาศาลนี่แหละ

การขายของนางแต่ละครั้งสามารถทำกำไรได้มากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์

ก่อนที่เย่วซินจะตาย นางถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ ของประเทศเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่านางจะหยิบจับอะไร ของพวกนั้นก็จะถูกกว้านซื้อไปเก็งกำไรต่อ ตามนางทันที

ฉายาซินเดอร์เรลล่ายอดนักขายไม่ได้มาเล่นๆ หรอกนะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...