โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตาประเทศกลุ่ม CIS ขึ้นแท่นตลาดท่องเที่ยวใหม่ของไทย แทนที่จีน

PostToday

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 01.03 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 07.32 น.

นางสาวเนฮะ ดาวาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำประเทศไทยของ Yango Ad ประเมินว่า ภูมิทัศน์การท่องเที่ยวของไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 9.55 ล้านคนในไตรมาสแรกของปีนี้ สร้างรายได้ 4.71 แสนล้านบาท แต่รายได้กลับเติบโตเล็กน้อยเพียง 2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

และในภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเคยเป็นตลาดหลักที่ใหญ่ที่สุดของไทย มีสัดส่วนลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมายังประเทศไทยประมาณ 1.65 ล้านคน ซึ่งลดลงประมาณ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในเอเชีย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค นักท่องเที่ยวเลือกที่พักแรมในระยะเวลาที่สั้นลง ลดขนาดกลุ่มเดินทาง และหันไปพิจารณาจุดหมายปลายทางที่ค่าใช้จ่ายถูกกว่ามากขึ้น เช่น เวียดนามและมาเลเซีย

แต่ถึงอย่างนั้นสถานการณ์ก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด เบื้องหลังตัวเลขที่อยู่พาดหัวข่าวเหล่านั้น ฐานการท่องเที่ยวของไทยกำลังกระจายตัวอย่างเงียบ ๆ

ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 25 พฤษภาคม 2568 รัสเซียติดอันดับหนึ่งในสามของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยมากที่สุด ด้วยจำนวน 947,352 คน ตามหลังเพียงจีนและมาเลเซียเท่านั้น

ในขณะที่นักการตลาดหลายรายยังคงมุ่งเน้นไปที่ตลาดดั้งเดิม แต่การเติบโตของการท่องเที่ยวกลับถูกขับเคลื่อนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยนักเดินทางจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) และยุโรปตะวันออก ซึ่งรวมถึง รัสเซีย คาซัคสถาน และจอร์เจีย

ข้อมูลใหม่จาก Yango Ads ประกอบกับข้อมูลเชิงลึกจากหน่วยงานการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมในเอเชีย ล้วนชี้ชัดว่าถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจท่องเที่ยวจะต้องทบทวนกลยุทธ์การตลาดในประเทศไทยใหม่ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวเหล่านี้คือใคร และทำไมจึงควรให้ความสำคัญ?

นักท่องเที่ยวเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากรัสเซีย คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และประเทศในกลุ่มเครือรัฐเอกราช (CIS) ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเล็ก ๆ ที่ควรได้รับการมองข้ามอีกต่อไป

พวกเขาไม่เพียงแต่มีความต้องการด้านการท่องเที่ยวสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นกลุ่มที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นหลัก มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล และวางแผนการเดินทางอย่างมีเป้าหมาย พวกเขาใช้จ่ายมากขึ้น พักนานขึ้น และท่องเที่ยวในสถานที่ที่ไกลกว่าที่เคย

สำหรับนักการตลาดนี่จึงเปรียบเสมือนประตูบานใหม่แห่งโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เคยถูกมองข้าม แต่กลับมีศักยภาพอย่างมหาศาล

จากรายงานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปี 2568 ของ Yango Ads พบว่า

  • 40% ของนักท่องเที่ยวจากตลาดเหล่านี้ใช้จ่ายสูงถึง 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทริป
  • ส่วนใหญ่นิยมที่พักระดับ 4-5 ดาว
  • ระยะเวลาการพักผ่อนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8-14 วัน
  • 47% วางแผนการเดินทางล่วงหน้า 2-3 เดือน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างโอกาสทางการขาย และวางแผนการเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นยอดจอง

ด้วยแรงหนุนจากชนชั้นกลางที่มีฐานะดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ เส้นทางการบินที่ขยายตัว และความต้องการในการท่องเที่ยวระยะไกลที่เพิ่มขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับวันหยุดพักผ่อนระดับพรีเมียมที่เน้นประสบการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตามในหมู่นักการตลาดยังคงมีความเข้าใจในกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้จำกัด รวมถึงวิธีที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้ได้อย่างแม่นยำ

อันดับแรก พฤติกรรมการเสพเนื้อหาดิจิทัลของนักเดินทางจากกลุ่ม CIS นั้นไม่เหมือนกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก พวกเขามักพึ่งพา Telegram และเครือข่ายการแสดงผลของโฆษณา (Ad Display Networks) ที่ไม่ใช่ระบบโฆษณาแบบตะวันตกที่ใช้กันแพร่หลาย แคมเปญที่สามารถเชื่อมโยงเนื้อหาให้เข้ากับแพลตฟอร์มที่กลุ่มนี้ชื่นชอบ จึงแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าแนวทางเก่า ๆ

Yango Ads หนึ่งในผู้เล่นด้านเทคโนโลยีโฆษณาที่เริ่มขยับเข้ามามีบทบาท ซึ่งใช้ฐานข้อมูลจากเว็บไซต์กว่า 50,000 แห่ง และแอปพลิเคชันอีกกว่า 20,000 รายการในเครือข่าย AdTech ของยุโรปตะวันออก วิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจ และพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลเกี่ยวกับการขอวีซ่าไทย โรงแรมราคาคุ้มค่า หรือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไทย

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงอินไซต์ แต่เป็นรากฐานที่ช่วยให้ธุรกิจท่องเที่ยวสามารถออกแบบแคมเปญที่ “เข้าถึง-เข้าใจ-เข้าจังหวะ” ได้มากขึ้น ผ่านการกำหนดเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง (hyper-targeting)

ทบทวนกลยุทธ์การตลาดการท่องเที่ยวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ด้วยสถานการณ์ที่การท่องเที่ยวไทยกำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และต้องรับมือกับการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์

นักการตลาดในธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องการขยายธุรกิจในปี 2568 ไม่ควรมองข้ามกระแสที่กำลังเติบโตในตลาดเกิดใหม่ เพราะได้เห็นแล้วว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้พร้อมที่จะใช้จ่ายมากขึ้น พักอยู่นานขึ้น และกลับมาเพื่อสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและการพักผ่อนที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

ด้วยการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมดิจิทัล การใช้แพลตฟอร์มโฆษณาที่กำหนดเป้าหมายแบบเจาะจงขั้นสูง (hyper-target) และการปรับแต่งข้อความให้ตรงกับแรงจูงใจใหม่ๆ ธุรกิจต่างๆ จะสามารถสร้างตำแหน่งที่แข็งแกร่งเพื่อคว้าทั้งรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด

ในโลกของการตลาดการท่องเที่ยวปัจจุบัน “ความเกี่ยวข้อง” สำคัญกว่า “การเข้าถึง” และนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ก็พร้อมที่จะจองแล้ว ผู้ที่ตัดสินใจลงทุนในวันนี้ก่อนคู่แข่งจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความภักดีของลูกค้าในระยะยาวและผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...