ศาลปกครองสูงสุดตัดสินพลิกผลการประมูลสัญญา 3-1 รถไฟไทย-จีน
ศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลปกครองกลางพลิกผลการประมูลสัญญา 3-1 รถไฟไทย-จีน อิตาเลียนไทย-ไชน่า เรลเวย์ เตรียมคว้างาน
วันที่ 10 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาการประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค งานสัญญาที่ 3-1 งานโยธา ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า
โดยศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น ให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) ตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค (กอร) 0405.5/52945 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2563 เรื่อง แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ของบริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่มีคำสั่ง
สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากการประมูลงานโยธารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-1 งานโยธาช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30 กม. ราคากลาง 11,386 ล้านบาท ซึ่งในครั้งแรกคณะกรรมการคัดเลือกได้ให้ บจ.บีพีเอ็นพี ที่จดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ในนามกิจการร่วมค้า BPHB เป็นผู้ชนะ โดยเสนอราคา 9,330 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 2,056 ล้านบาท และเฉือนราคาเสนอของบริษัท ITD-CREC No.10JV ไปเพียง 19 ล้านบาท
แต่ต่อมาคณะกรรมการคัดเลือกได้ตัดสิทธิ กลุ่มกิจการร่วมค้า BPHB เพราะไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติจากเหตุเอกสารการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ไม่ถูกต้อง และให้กลุ่ม ITD-CREC No.10JV เป็นผู้ชนะ ทาง BPHB จึงยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง ซึ่งอุทธรณ์เป็นผล คณะกรรมการคัดเลือกจึงให้บีพีเอ็นพีกลับมาเป็นผู้ชนะโครงการอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจการร่วมค้า BPHB-TIM SEKATA JV ประกอบด้วย บจ.นภาก่อสร้าง, บจ.บิน่า พูรี่ เอสดิเอ็น บีเอชดี, นายชาตรี เขมาวชิรา
และกิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10JV ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับ China Railway Engineering Corporation