โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหตุที่คนส่วนใหญ่ทำสมาธิล้มเหลว - ดังตฤณ

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 21 พ.ย. 2563 เวลา 17.00 น. • ดังตฤณ

เข้าใจผิด คิดว่าสมาธิ

คือของวิเศษนอกจิต

ไม่เข้าใจว่า 

สมาธิ คือจิตชนิดหนึ่ง

เป็นดวงจิตดวงหนึ่ง

และตราบเท่าที่ยังไม่เข้าใจให้ถูก

ก็จะลากจูงความเข้าใจผิดชนิดอื่นๆ ให้ตามมา

 

เข้าใจผิด คิดว่าสมาธิ

จะเกิดขึ้นต่อเมื่อกักตัว นั่งหลับตา 

ทำท่าเคร่งขรึมสักครึ่งชั่วโมง

ไม่เข้าใจว่า

สมาธิ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ

คนคนหนึ่งฝึกจิตของตนทุกชั่วโมง

ให้ชินกับการโฟกัสสิ่งที่กำลังอยู่ตรงหน้า

ไม่ปล่อยใจให้วอกแวกง่าย

ไม่ว่าจะอยู่ในท่าไหน อิริยาบถใด

จะกำลังทำงาน หรือกำลังเล่นสนุกก็ตาม

ความเข้าใจผิด หลงคิดไปว่า

‘การทำสมาธิ’ เริ่มต้นต่อเมื่อหลับตาหน้าหิ้งพระ

ทำให้พลอยหลงนึกว่า

ไม่ต้องมีต้นทุนจากที่อื่นก็ได้

ทั้งชีวิตปล่อยใจให้เหม่อ

ล่องลอยไปตามอัธยาศัย

แล้วค่อยมานั่งสมาธิในห้องพระที่เดียวก็ได้

 

เข้าใจผิด คิดว่าสมาธิ

เริ่มนับหนึ่งกัน

ที่ความกระเสือกกระสนอยากสงบ

ไม่เข้าใจว่า

สมาธิ เริ่มนับหนึ่งกันที่สติ

และสติจะเกิดขึ้นไม่ได้

หากเอาแต่อยากโน่นอยากนี่

เช่น อยากสงบทั้งที่ไม่พร้อมสงบ

ต่อเมื่อเข้าใจเสียใหม่ ไม่อยากสงบ

แต่ควรรู้ ควรยอมรับตามจริงว่า

ณ ลมหายใจหนึ่งๆ

กำลังฟุ้งซ่านมากหรือฟุ้งซ่านน้อย

ยอมรับรู้ได้เช่นนี้จึงค่อยเกิดสติ

เมื่อเกิดสติก็ใจเย็นลง

เห็นความฟุ้งซ่านว่าไม่เที่ยง

ต่างลมก็ต่างไป

ใจที่เย็นอย่างมีสตินั่นเอง

คือชนวนเหตุให้เกิดสมาธิอย่างรวดเร็ว

ต่างจากใจที่ร้อนรนด้วยความอยาก

คือชนวนเหตุให้ฟุ้งซ่านปั่นป่วนหนักกว่าเก่า

 

เข้าใจผิด คิดว่าสมาธิ

ได้แล้วได้เลยเหมือนสมบัติตายตัว

ถ้าเคยสงบ แปลว่าต้องสงบอีก

ไม่เข้าใจว่า

สมาธิจิตเป็นของไหล

เหมือนน้ำที่พร้อมจะไหลลงต่ำ

หรือไหลไปปนเปื้อนมลพิษในชีวิตประจำวัน

เช่น หลงระเริงไปกับการพูดคุยออกอ่าวเรื่อยเปื่อย

ความหลงระเริงนั้นจะยังจิตให้แส่สาย

หาโฟกัสไม่เจอ

แม้เคยทำสมาธิได้ดี ก็เหมือนทำไม่เคยเป็น

ต่อเมื่อเข้าใจเสียใหม่

ได้สมาธิแล้วไม่เหลิง

ระวังจิตไม่ให้เสียหาย

จึงค่อยเข้าที่ เป็นสมาธิได้บ่อยขึ้น เสถียรขึ้น

 

เข้าใจผิด คิดว่าสมาธิ

เป็นของวิเศษวิโส

แม้ออกจากสมาธิแล้ว

ก็มีศักดิ์ศรีวิเศษวิโสเหนือคนธรรมดา

ไม่เข้าใจว่า

สมาธิเป็นของสูง

คู่ควรกับจิตที่อ่อนโยน นุ่มนวล

ไร้ความกระด้าง

ไร้ความยโสโอหัง

เมื่อทำความเข้าใจไว้ถูก

จิตจึงคู่ควรกับการเข้าถึงสมาธิชั้นสูงแบบพุทธ

สามารถรู้ความไม่เที่ยงของจิต

สามารถรู้ความไม่อาจคงสภาพของจิต

สามารถรู้ความไม่ใช่ตัวเดิมของจิต

แล้วได้ข้อสรุปสุดท้ายว่า 

จิตไม่ใช่ตัวตน 

ไม่มีตัวใครอยู่ในจิต

และนั่นเอง! ความส่องสว่าง

เยี่ยงสมาธิจิตอันบริสุทธิ์แท้จริงจึงปรากฏ!

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...