โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"GBS" แนะกลยุทธ์ลงทุนเม.ย. 5 หุ้นเด่นรับโอเปกพลัสลดกำลังผลิต

ทันหุ้น

อัพเดต 05 เม.ย. 2566 เวลา 04.31 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2566 เวลา 04.31 น.

#ทันหุ้น - GBS ประเมินหุ้นไทยเดือนเมษายน Sideway จากวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์และยังต้องจับตาตัวเลข PCE ของสหรัฐชะลอตัว พร้อมทั้งทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนพ.ค.นี้ จึงให้กรอบดัชนี 1,590-1,640 จุด แนะลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากโอเปกพลัสลดกำลังการผลิต ได้แก่ PTTEP-TOP-PTT-SPRC-BCP

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายน 2566 คาดว่าแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway เนื่องจากติดวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ โดยมีแรงหนุนจากตัวเลข PCE ของสหรัฐชะลอตัว และกระแสคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในการประชุม FOMC เดือนพฤษภาคมนี้ประกอบกับมีประเด็นบวกจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ได้แรงหนุนจากมติโอเปกพลัสที่เหนือความคาดหมายของตลาดในการประกาศปรับลดการผลิต ขณะที่ปริมาณการซื้อขายที่เบาบางในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์เป็นเป็นปัจจัยลบกดดันตลาด คาดกรอบดัชนี1,590-1,640 จุด

ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังมีอยู่ สหรัฐได้รับข้อมูลใหม่ว่ารัสเซียเตรียมจัดหาอาวุธเพิ่มเติมจากเกาหลีเหนือ โดยแลกเปลี่ยนกับการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารแก่เกาหลีเหนือ ส่วนจีนทบทวนด้านความปลอดภัยของชิปคอมพิวเตอร์ที่นำเข้าจากไมครอน เทคโนโลยี อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความขัดแย้งเกี่ยวกับชิปคอมพิวเตอร์ระหว่างสหรัฐและจีน อีกทั้งทางประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เรียกร้องให้รัสเซียปล่อยตัวนายอีแวน เกิร์ชโควิช ผู้สื่อข่าวของวอลล์สตรีท เจอร์นัล หลังถูกจับกุมในข้อหาจารกรรม

ด้านวิกฤตแบงก์สหรัฐสร้างความผันผวนต่อสภาพคล่องของสถาบันการเงินในสหรัฐส่งผลให้ยอดเงินฝากของธนาคารพาณิชย์สหรัฐทั้งหมดลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.65 อย่างไรก็ดียอดเงินฝากเริ่มมีเสถียรภาพสำหรับธนาคารขนาดเล็กซึ่งมีความเปราะบางต่อการแห่ถอนเงินฝากหลังการล่มสลายของธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (SVB) ทั้งนี้ธนาคารไทยภายใต้การกำกับดูแลที่ใกล้ชิดของธนาคารแห่งประเทศไทยยังมีสภาพคล่องและเงินกองทุนอยู่ในระดับสูงได้รับผลกระทบจากวิกฤตธนาคารในสหรัฐและยุโรปในกรอบจำกัด

ส่วนสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) คาดว่าการส่งออกของไทยในช่วงไตรมาส1/66 จะหดตัวราว 10%YoY เนื่องจากเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส1/65 การส่งออกของไทยมีการเติบโตค่อนข้างสูง และคาดว่าการส่งออกในไตรมาส 2/66 อาจจะยังไม่ฟื้นตัวโดยจะยังหดตัวราว 5% แต่หลังจากนั้นไปแล้ว การส่งออกของไทยจะขึ้นกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า เช่น จีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป เป็นสำคัญ

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตาในประเทศ อาทิ วันที่ 12 เม.ย. ธปท. เผยแพร่รายงานการประชุมกนง.ฉบับย่อและรายงานนโยบายการเงินสัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) แถลงยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้าสัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรมสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

วันที่ 18-21 เม.ย. หุ้นกลุ่มธนาคารส่งงบการเงินงวดไตรมาส 1/66 และเหตุการณ์ก่อนเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. ส่วนปัจจัยต่างประเทศ วันนี้(5 เม.ย.) ทาง อียู รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนมี.ค.สหรัฐรายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมี.ค.ดุลการค้าเดือนก.พ.ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนมี.ค. ดัชนีภาคบริการเดือนมี.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ วันที่ 6 เม.ย. จีนรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนมี.ค.สหรัฐ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ วันที่ 7 เม.ย. สหรัฐรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมี.ค.ทั้งนี้ในเดือนเม.ย.ไม่มีการประชุม FED และ ECB

ดังนั้นแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากกลุ่มโอเปกพลัสลดกำลังการผลิต ได้แก่ หุ้น PTTEP, TOP, PTT, SPRC และ BCP

**ส่วนทิศทางการลงทุนในทองคำ

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก ประเมินภาพรวมราคาทองคำในเดือนเมษายนว่า ยังคงต้องจับตาประกาศตัวเลขภาคแรงงานและดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐ คาดตัวเลขดังกล่าวอาจอ่อนตัวลงตามต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น โดยดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้นสู่ระดับ 4.75-5.00% อาจกดดันภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะที่ SPDR มีสัญญาณบวกต่อเนื่อง ทั้งสองปัจจัยข้างต้นเป็นแรงหนุนทองคำ

ฝ่ายวิจัยประเมินว่าราคาทองคำมีโอกาสทรงตัวในระดับสูงต่อไป หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในการประชุม FOMC เดือนพฤษภาคมนี้ มองว่าตลาดผ่อนคลายมากขึ้น โดยคาดว่าในระหว่างสัปดาห์หากราคาทองคำย่อตัวไม่หลุดแนวรับ 1.950$/oz เป็นจังหวะซื้อเพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้าน 2,000-2,030 $/oz

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...