โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สารอันตราย! วัตถุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 มีลักษณะอย่างไรมาดู

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 21 มี.ค. 2566 เวลา 13.54 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2566 เวลา 06.54 น. • Bright Today

สารอันตราย! วัตถุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ที่หายไปจากจากโรงงานผลิตไฟฟ้าไอน้ำ จังหวัดปราจีนบุรี มีลักษณะอย่างไรมาดู

อันตรายมาก!จากเหตุการณ์ ท่อบรรจุสาร ซีเซียม-137 จากโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานไอน้ำที่ จ.ปราจีนบุรี หายปริศนา ซึ่งสารนี้เป็นสารที่อันตรายอย่างมากและเป็นพิษต่อร่างกายหลายระบบ ซึ่งล่าสุดคาดว่ามีการแปรรูปถลุงเป็นฝุ่นแดงไปแล้ว ซึ่งฝุ่นแดงนี้หมายถึง เป็นฝุ่นที่มีสารปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี แน่นอนว่าหลายๆ คนคงตื่นตัวไม่ใช่น้อย รวมถึงมีข้อสงสัยว่าแล้วสารนี้มีหน้าตายังไงบ้าง วันนี้เรามาดูกัน!

ซีเซียม

สารซีเซียม-137 คืออะไร

Cesium-137 เป็นโลหะอ่อนมาก สีทองเงิน จุดหล่อมเหลวที่ 28.5 องศาเซลซียส เป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง แต่มักจะจับตัวกับคลอไรด์กลายเป็นผงผลึก ปล่อยรังสีเบต้าและแกมม่า ซึ่งใช้ในการเครื่องตรวจจับรังสี (Geiger-Mueller counter) , เครื่องมือทางการแพทย์ใช้รักษามะเร็ง , มาตรวัดกระแสน้ำในท่อมักใช้ในโรงงาน , ใช้วัดความหนาของสิ่งต่างๆ เช่น กระดาษ แผ่นโลหะ และสามารถพบได้ทั้งในโรงงานนิวเคลียร์และจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งสารนี้ส่งผลต่อ ระบบเลือด ระบบทางเดินอาหาร ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบประสาท

ลักษณะของสาร

  • โลหะสีขาวเงิน
  • ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
  • มีค่าครึ่งชีวิต 30.17 ปี
  • สลายตัวโดยรังสีเบต้าและแกรมม่า

ซึ่งถ้าหากใครพบเห็นแจ้งเบาะแส สายด่วน 1784 หรือ 191 ได้เลยตลอด 24 ชั่วโมง

พบเจอแจ้ง

แหล่งที่มา BBC

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...