โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กกพ.เคาะค่าไฟ 3.98 บ./หน่วย มติกนง.ลดดอกเบี้ย 25 สต. มูดี้ส์ปรับมุมมองไทยเชิงลบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 16.50 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 23.00 น.

กกพ.เคาะพ.ค.ค่าไฟเหลือ 3.98 บาท/หน่วย ด้านมติกนง.ลดดอกเบี้ย 25 สต. มูดี้ส์ปรับมุมมองไทยเชิงลบศก.เสี่ยง “พิชัย” ยันฐานะคลังแกร่ง

เมื่อวันที่ 30 เมษายน รายงานข่าวแจ้งว่าบริษัท มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ออกมาประกาศปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยสู่ระดับเชิงลบ จากเดิมระดับมีเสถียรภาพ แต่ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้สกุลเงินบาทแบบไม่มีหลักประกันของไทยที่ระดับ Baa1 และคงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศของไทยที่ระดับ P-2 มูดี้ส์ระบุว่า การปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยสู่ระดับเชิงลบ สะท้อนความเสี่ยงที่ว่าความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและทางการคลังของไทยจะอ่อนแอลง ส่วนหนึ่งเกิดจากมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเก็บภาษีเพิ่มเติม หลังจากช่วงระงับการบังคับใช้มาตรการภาษีเป็นเวลา 90 วัน

รายงานของมูดี้ส์ระบุว่า การคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ Baa1 สะท้อนถึงสถาบันและระบบธรรมาภิบาลของไทยที่มีความแข็งแกร่ง ความสามารถในการชำระหนี้ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และสถานะด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่ง รวมถึงการมีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศในระดับสูง นอกจากนี้ยังได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ที่แท้จริงของไทยในปี 2568 เหลือเพียง 2% จากเดิมคาดการณ์เมื่อ 6 เดือนก่อนที่ระดับ 2.9%

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยกรณีบริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (Moodys) ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยลงสู่มุมมองเชิงลบ (Negative) จากเดิมที่มีเสถียรภาพ (Stable) จากความเสี่ยงที่ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และการคลังของประเทศไทยจะอ่อนแอลงว่า เรื่องความสามารถในการชำระเงินหนี้ของไทยนั้นค่อนข้างมีความแข็งแรง ขณะเดียวกันรัฐบาลกู้เงินจากต่างประเทศน้อยมาก ที่มูดีส์กังวลต่อเศรษฐกิจไทยอีกประเด็นหนึ่งคือ เรื่องเงินลงทุนในประเทศอาจได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของทรัมป์ แต่ปรากฏว่าไตรมาสแรก 2568 (มกราคม-มีนาคม) เงินลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศขยายตัวกว่า 90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลงในเซ็กเตอร์ที่สำคัญๆ ต่อเศรษฐกิจไทย ส่วนนักลงทุนยื่นขอส่งเสริมการลงทุนมาแล้ว จะลงทุนจริงได้เร็วแค่ไหนนั้น ขณะนี้นักลงทุนเหล่านั้นอาจหยุดดูว่าผลกระทบจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แต่ส่วนตัวยังคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่การประชุม กนง. วันที่ 30 เมษายน คณะกรรมการมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จากร้อยละ 2.00 เป็นร้อยละ 1.75 ต่อปี โดยให้มีผลทันที พิจารณาจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวลดลง และมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าโลกและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง อัตราเงินเฟ้อทั่วไป มีแนวโน้มลดลงต่ำกว่ากรอบเป้าหมายจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ด้านภาวะการเงินโดยรวมยังตึงตัว กรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 ในการประชุมครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและรองรับความเสี่ยงด้านต่ำที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งดูแลภาวะการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เปลี่ยนไป ขณะที่กรรมการ 2 ท่าน เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อใช้ในจังหวะที่เกิดประสิทธิผลสูงสุดภายใต้ขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (policy space) ที่มีจำกัด

ด้านนายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยถึงการพิจารณาค่าไฟงวดใหม่ (พฤษภาคม-สิงหาคม 2568) ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดกรอบเป้าหมายค่าไฟหน่วยละ 3.99 บาท ภายใน 45 วัน โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐบาลว่า กกพ.ได้พิจารณาค่าไฟงวดใหม่อยู่ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย จากเป้าหมายรัฐบาล 3.99 บาทต่อหน่วย ลดลงกว่าเป้าหมาย เพื่อช่วยลดภาระประชาชนจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ การลดลงดังกล่าวมาจากการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน คลอว์ แบ๊ก (claw back) หรือเงินประมาณการลงทุน แต่ลงทุนจริงลดลงกว่าคาดการณ์ วงเงิน 12,200 ล้านบาท คิดเป็น 17 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อหักลบจากค่าไฟงวดใหม่เดิม กกพ.พิจารณาไว้ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กกพ.เคาะค่าไฟ 3.98 บ./หน่วย มติกนง.ลดดอกเบี้ย 25 สต. มูดี้ส์ปรับมุมมองไทยเชิงลบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...