โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เปิดบันทึกคดีรุกป่า หลังจับ 'อดีตผญบ.' โพสต์ขายที่ป่าสงวน 315 ไร่ พบมี 'นายพล' เอี่ยว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 เม.ย. 2568 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2568 เวลา 07.02 น.

ส่องบันทึกคดีป่าไม้ จับ ‘อดีตผู้ใหญ่บ้าน’ ขายป่าสงวน พบ ‘บิ๊กทหาร’ เอี่ยว จนท.ป่าไม้ยึดผืนป่าคืนรัฐทั้ง 2 แปลง รวม 546 ไร่แล้ว

เมื่อวันที่ 4 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ และ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) ปลอมตัวเป็นนายทุนล่อซื้อที่ดิน ภ.บ.ท.5 จากกลุ่มขบวนการขายที่ป่าผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ที่ดิน ภ.บ.ท.5 ราคาไร่ละ 30,000 บาท หมู่ 3 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์

กระทั่งสามารถทำบันทึกจับกุม นายฉลอง อดีตผู้ใหญ่บ้าน อายุ 74 ปี ต.วังข่อย อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุเตย อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ คดีอาญาที่ 51/2568 เวลา 23.00 น. วันที่ 2 เมษายน และยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ 2 แปลง คือ

1.แปลงที่ 1 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติถูกบุกรุก ยึดถือครอบครอง เนื้อที่จำนวน 173-3-32 ไร่ ค่าเสียหายของรัฐเบื้องต้นพึงได้รับเป็นเงิน 219,746.39 บาท

2.แปลงที่ 2 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติถูกบุกรุก ยึดถือครอบครอง เนื้อที่จำนวน 372-1-23 ไร่ ค่าเสียหายของรัฐเบื้องต้นพึงได้รับเป็นเงิน 25,423,450.18 บาท

3.สิ่งปลูกสร้างถาวร (ไม้) ในที่เกิดเหตุป่าด้านทิศตะวันตก บ้านหนองภิรมย์ หมู่ 16 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

ขณะที่มีผู้ต้องหา 1 ราย คือนายฉลอง มีความผิดฐาน พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 แผ้วถาง ทำลาย ยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 55 ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถาง สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่า พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ยึดถือ ครอบครอง ฯลฯ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 26/4 ผู้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมด มาตรา 9 ยึดถือ ครอบครองเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน

ส่วน นายหน้า ต้องขึ้นอยู่ดุลพินิจของร้อยเวร สภ.พุเตย ว่ามีฐานความผิดทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่ นอกจากนี้ ตามบันทึกของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผู้ถูกกล่าวโทษยังพบว่า มีนายทหารยศใหญ่ ร่วมในคดีนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ นายฉลอง เป็นผู้นำทางและนำตรวจสอบแนวเขตพื้นที่ ระบุว่า ภาพที่ประกาศขายที่ดินเป็นของ นายพลรายหนึ่ง (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) เนื้อที่ประมาณ 315 ไร่ ราคาไร่ละประมาณ 27,000-8,000 บาท และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แต่เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ของตนเอง แต่มีนายพลมาติดต่อขอซื้อ เห็นว่าเป็นคนที่รู้จักคุ้นเคยกันมานาน จึงตกลงขายที่ดินให้ โดยเป็นที่ราบสลับเนินเขา ติดกับเทือกเขาสูง พบร่องรอยการปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลังบางส่วน นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยเครื่องจักรกลหนักปรับพื้นที่ และขุดเจาะน้ำบาดาลอีกด้วย

นายฉลองระบุว่า ยังมีที่ดินอีก 315 ไร่ที่จะขายเช่นกันในราคา 3.5 ล้านบาท พร้อมมีใบ ภ.บ.ท.5 อยู่ติดกันกับแปลงที่ประกาศขาย มีลำห้วยกั้นกลาง

จากนั้นจึงพาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปตรวจสอบ พร้อมยึดทั้ง 2 แปลงดังกล่าว

ส่วน นายหน้าขายที่ดินอีก 3 คน ให้ปากคำอีกว่า พื้นที่ที่จะทำการซื้อขาย มี 2 แปลง โดยมีเจ้าของ 2 ราย คือนายฉลอง เนื้อที่ประมาณ 315 ไร่ และพื้นที่ของ นายสมริทธ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 315 ไร่ และจากการตรวจสอบชื่อนายสมริทธ์พบว่าเป็นทหารเรือ ยศ พลเรือตรี จริง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ใช้เครื่องมือจับพิกัดดาวเทียมตามที่นายฉลองนำชี้ คำนวณเนื้อที่ได้ 372 ไร่ ส่วนแปลงของนายสมริทธ์นั้น นายหน้าระบุว่าไม่สามารถนำชี้ได้ จะต้องให้เจ้าของนำชี้เท่านั้น ทราบเพียงว่าด้านทิศใต้ เป็นเส้นทางผ่านเข้า-ออกมีประตูรั้วปิดกั้น ลักษณะบุกรุกยึดถือครอบครองป่าสงวนแห่งชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงมีฐานความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 มาตรา 55 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 มาตรา 26/4 ส่งให้ สภ.พุเตย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดบันทึกคดีรุกป่า หลังจับ ‘อดีตผญบ.’ โพสต์ขายที่ป่าสงวน 315 ไร่ พบมี ‘นายพล’ เอี่ยว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...