โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Temu อาวุธลับจีนบุก ส่งออก 'สินค้าราคาถูก' ถล่มโลก โจทย์ใหญ่ประเทศไทย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 ส.ค. 2567 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2567 เวลา 03.01 น.
(Photo by JUSTIN SULLIVAN / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)

ปรากฏการณ์ “สินค้าจีน” ทะลักประเทศไทย ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปรากฏการณ์ที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และล่าสุดเป็นกระแสร้อนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะล่าสุดเมื่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีน อย่าง Temu ที่เน้นขายสินค้าราคาถูก โดยใช้โมเดลขายตรงจากโรงงานถึงมือผู้บริโภค บุกตลาดไทย

ท่ามกลางเศรษฐกิจจีนชะลอตัว หลังจากภาคอสังหาริมทรัพย์จีนเจอวิกฤต ทางการจีนจึงหันมาใช้อุตสาหกรรมการผลิตเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยนโยบายเร่งการผลิตสินค้าล้นเกินความต้องการ เพื่อส่งออก “สินค้าราคาถูก” ถล่มตลาดโลก

เมื่อเป็นเช่นนี้อุปทานส่วนเกินต่างๆ ในจีนนี้ผลักให้ผู้ประกอบการจีนต้องปรับลดราคาสินค้า หรืออาจคงระดับราคาไว้ในระดับต่ำเพื่อให้ยังสามารถขายสินค้าได้

รายงานข่าวระบุว่าแพลตฟอร์ม “อีคอมเมิร์ซ” ถือเป็นอาวุธลับสำคัญของจีนในการใช้เป็นช่องทางกระจายสินค้าจีนออกสู่ตลาดโลก โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนเติบโตขึ้นมากกว่า 10 เท่า โดยสิ้นเดือนพฤษภาคม 2567 จีนมีนิคมอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนกว่า 1,000 แห่ง และมีคลังสินค้าในต่างประเทศกว่า 2,500 แห่งทั่วโลก

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด ผู้ให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์ และผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง TARAD.com กล่าวว่า ในปีหลังๆ มานี้เห็นสินค้าจีนทะลักเข้าไทย ทั้งที่คุณภาพดีและที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะมีคนมาทำหน้าร้านออฟไลน์ ทำโกดัง และขนส่งให้แบบครบวงจร

ขณะที่รัฐบาลจีนก็สนับสนุนผู้ประกอบการในการผลิตเพื่อการส่งออก มีการผลิตสินค้าออกมาจำนวนมากด้วยต้นทุนที่ต่ำโดยมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นอาวุธสำคัญในช่องทางการขายสินค้า

“ปัญหาคือที่ผ่านมาไม่มีการปกป้องผู้ประกอบการไทยเลย แถมปล่อยปละให้สินค้าไม่ดีทะลักเข้ามาในประเทศ”

นายภาวุธกล่าวว่า เมื่อสินค้าจีนทะลัก สุดท้ายผู้ผลิตสินค้าไทยก็แข่งขันราคาไม่ได้ ก็ต้องปิดโรงงานแล้วหันมาซื้อของจีนราคาถูกมาขายต่อง่ายกว่า แต่เมื่อยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Temu เข้ามาในประเทศไทย ได้สร้างความน่ากังวลหลายอย่าง อย่างแรก สินค้าที่ขายอยู่บนแพลตฟอร์มเป็นสินค้าจีนเกือบทั้งหมด และเป็นโมเดลขายตรงจากโรงงานในจีนสู่ผู้บริโภค (Manufacturer to Consumer) เวลาคนไทยซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม เงินไหลออกนอกประเทศ 100% ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก อีกทั้งแพลตฟอร์มยังไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้บังคับใช้กฎหมายในไทย ทำให้ไม่สามารถดึงเม็ดเงินเข้าประเทศผ่านระบบจัดเก็บภาษีได้

จุดแข็งของ Temu อีกข้อมีการแชร์ดาต้าของผู้ซื้อให้กับโรงงานผลิตสินค้าในจีน ทำให้ผู้ผลิตชาวจีนสามารถเข้าใจความชอบหรือพฤติกรรมของคนไทยมากขึ้น และผลิตสินค้ามาตีตลาดในไทยได้ง่าย ผู้ประกอบการไทยจะยิ่งแข่งขันลำบากขึ้น โดยในกรณีของ Shopee และ Lazada ยังมีพื้นที่ให้ร้านค้าไทยได้ขายสินค้า แต่ Temu ไม่มีเลย

ด้วยศักยภาพของจีนที่สามารถผลิตสินค้าทำต้นทุนสินค้าได้ต่ำมาก กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้โรงงานการผลิตของไทยโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบทั้งซัพพลายเชน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรม 6 เดือนแรกของปี 2567 พบว่ามีโรงงานปิดแล้ว 667 แห่ง เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ากว่า 80% พร้อมแนวโน้มการปิดตัวของโรงงานที่อาจรุนแรงขึ้น

พร้อมวิเคราะห์ว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ตลาดโลกและไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาจากการที่จีนมีกำลังการผลิตสินค้าส่วนเกิน ในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แผงโซลาร์ และเส้นใยสังเคราะห์ แนวโน้มไทยนำเข้าสินค้าอุปโภค บริโภคจากจีนเพิ่มมากขึ้น

“สินค้าที่จีนมีกำลังการผลิตส่วนเกินทำให้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยต้องแข่งขันกับสินค้าจีนราคาถูกที่เข้ามาตีตลาดในประเทศ ท่ามกลางต้นทุนธุรกิจในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น”

ความน่ากลัวของ Temu ของจีนเป็นโมเดลสั่งสินค้าตรงจากโรงงานถึงมือผู้บริโภค ด้วยสโลแกน “Shop Like a Billionaire” หรือช้อปปิ้งเหมือนเศรษฐี เพราะสินค้าที่ขายบนแพลตฟอร์มมีราคาถูกมาก

เน้นทำการตลาดโดยใช้โปรโมชั่นที่น่าสนใจ และการจัดส่งที่รวดเร็ว เนื่องจากมีระบบโลจิสติกส์ที่ดี ทำให้สามารถสร้างฐานผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ใช้บุกตลาดไทย โดยมีการนำเสนอส่วนลดสูงสุด 90% จัดส่งฟรี การันตีสินค้าถึงมือผู้ซื้อประมาณ 1 สัปดาห์ และคืนสินค้าได้ฟรีภายใน 90 วัน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า Temu เหมือนเป็นสนามรบของสงครามการค้ารอบใหม่ ที่หนักสุด จากเดิมที่เราเจอช้อปปี้ ลาซาด้า TikTok ก็ยังไม่หนักเท่านี้ เพราะ Temu สินค้าจากโรงงานเป็นแสนโรง ขายเข้ามามีทุกประเภทอุตสาหกรรมของไทยกระทบหมด เรียกว่าเป็น “หมัดน็อก” ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมไทยเลยก็ว่าได้

ขณะที่ภาคธุรกิจต่างๆ เรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการป้องกันและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องการเข้ามาของ Temu กระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้มาดูเรื่องนี้ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว กรณีปัญหาสินค้าจีนที่เข้ามานั้น ขณะนี้เตรียมการประชุมกับ 3 หน่วยงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ

เรื่องที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับสินค้าที่นำมาขาย ถ้าเป็นเรื่องอาหาร ยา ต้องคุยกับ อย. ถ้าเป็นอุตสาหกรรม ต้องดูมาตรฐานอุตสาหกรรม ถ้าเรื่องการค้าต่างประเทศ ต้องดูการทุ่มตลาด ทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎ WTO และดูว่าเราจะควบคุม ป้องกันตัวเองอย่างไร เราไม่ได้นิ่งนอนใจ

“ยอมรับว่าเราต้องเท่าทันและเตรียมเรื่องนี้ให้ทัน อาจจะต้องมีการปรับแก้ไขกฎหมาย หรือปรับกระบวนการทำงานให้มากขึ้น แต่เรื่องนี้ไม่ใช่การต่อต้านอะไร แต่เป็นเรื่องปฏิบัติตามกฎหมายให้เข้มงวดเพื่อการปกป้องผู้บริโภคชาวไทยได้ดีมากยิ่งขึ้น เราต้องมาดูว่าเราจะปกป้องตัวเองได้อย่างไร” นายภูมิธรรมกล่าว และว่า

ประเด็นที่แพลตฟอร์มจีนเข้ามา ไม่ได้แค่ตัดคนกลางเท่านั้น แต่ตัดไปถึงโรงงาน ทำให้ร้านค้าที่เป็นอีคอมเมิร์ซด้วยกันก็อาจจะสู้กันยากลำบาก เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน และยิ่งความต้องการสินค้ามาก ยิ่งทำให้ราคาสินค้าถูกมาก นี่คือกฎกติกาที่จะเกิดขึ้นในโลก

และนี่คงเป็นศึกครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ว่าจะอยู่หรือไป

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Temu อาวุธลับจีนบุก ส่งออก ‘สินค้าราคาถูก’ ถล่มโลก โจทย์ใหญ่ประเทศไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...