“เรืองไกร” ร้อง กกต.สอบนโยบายหาเสียง “เต้ มงคลกิตติ์” ให้ผู้หญิงมีสามี 4 คน เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่
“เรืองไกร” ร้อง กกต.สอบนโยบายหาเสียง “เต้- มงคลกิตติ์” ให้ผู้หญิงมีสามีได้ 4 คน ฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 (5) หรือไม่
วันที่ 22 ม.ค.69 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต 4 เบอร์ 5 เปิดเผยว่าได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบนโยบายการหาเสียงของนายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 3 และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 พรรคทางเลือกใหม่ ว่าเข้าข่ายกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ หลัง “เต้ 007 เปิดนโยบายใหม่ ผู้หญิงมีสามีได้ 4 คน” โซเชียลแตก ฮือฮาทั้งไทม์ไลน์ ว่านายมงคลกิตติ์ โพสต์เฟซบุ๊กเปิดนโยบายใหม่ ระบุว่านโยบายพรรคทางเลือกใหม่ เบอร์ 10 ด้านความเท่าเทียมทางเพศของสตรี หญิงสามารถมีสามีได้ไม่เกิน 4 คน ถ้าได้รับการยอมรับ คล้ายกฎหมายอิสลาม โพสต์นี้ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์แซว ถามกันรัว ๆ ว่าเอาจริง หรือเอาฮา ซึ่ง “เต้ 007” ตอบสั้นๆ ชัดๆ ว่า “จริง”
นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจค้นข้อมูลคำว่า กฎหมายอิสลาม หญิงมีสามี 4 คน ซึ่ง AI ใน Google ระบุบางส่วนดังนี้ข้อมูลภาพรวมโดย AI กฎหมายอิสลามอนุญาตให้ผู้ชายมีภรรยาได้สูงสุด 4 คน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องปฏิบัติต่อภรรยาทุกคนอย่างยุติธรรมเท่าเทียมกัน (ทั้งเรื่องการเลี้ยงดู ที่พัก และเวลา) หากไม่สามารถทำได้ จะต้องแต่งงานเพียงคนเดียว และในขณะที่อิสลามอนุญาตให้ชายมีภรรยาหลายคน แต่ไม่อนุญาตให้ผู้หญิง มีสามีหลายคนพร้อมกัน เพราะจะเกิดความสับสนเรื่องสายเลือดและครอบครัว เหตุผลที่ผู้หญิงมีสามีหลายคนไม่ได้ ความสับสนทางสายเลือด ศาสนาอิสลามให้ความสำคัญกับการรู้ที่มาของพ่อแม่และครอบครัว ความซับซ้อนทางครอบครัว การมีภรรยาหลายคนสำหรับผู้ชายนั้น มีเงื่อนไขที่เข้มงวดอยู่แล้ว การให้ผู้หญิงมีสามีหลายคนจะทำให้ระบบครอบครัวซับซ้อนและเกิดปัญหามากกว่า ทั้งนี้ สรุป กฎหมายอิสลามอนุญาต พหุสามี (Polygyny) สำหรับผู้ชาย แต่ไม่อนุญาต พหุภรรยา (Polyandry) สำหรับผู้หญิง
นายเรืองไกร กล่าวว่า ที่สำคัญ ในมาตรา 73 (5) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 บัญญัติว่า มาตรา 73 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ (5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง โดยเนื้อหาว่าด้วยการฝ่าฝืน มาตรา มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (5) เคยมีตัวอย่างจากคำวินิจฉัยของ กกต. มาแล้วหลายกรณี เช่น คำวินิจฉัย กกต. ที่ 91/2562 คำวินิจฉัย กกต. ที่ 107/2562 คำวินิจฉัย กกต. ที่ 127/2562 เป็นต้น ซึ่ง กกต. ทราบดีแล้ว
นายเรืองไกร กล่าวว่ากรณีที่นายมงคลกิตต์ ออกนโยบายพรรคทางเลือกใหม่ เบอร์ 10 ด้านความเท่าเทียมทางเพศของสตรี หญิงสามารถมีสามีได้ไม่เกิน 4 คน ถ้าได้รับการยอมรับ คล้ายกฎหมายอิสลาม ซึ่งมีการตอบยอมรับว่าจริงนั้น แต่นโยบายดังกล่าว ขัดกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏใน Google ว่า กฎหมายอิสลามมิได้มีการอนุญาตให้หญิงสามารถมีสามีได้ไม่เกิน 4 คน กรณีนโยบายดังกล่าว จึงอาจเข้าข่ายกระทำการอันเป็นการ หลอกลวง หรือ ใส่ร้ายด้วยความเท็จ ที่ฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (5)