โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดประวัติ "ทนายแก้ว" นักกฎหมายผู้ต่อสู้เพื่อชาวบ้าน คู่ใจรายการโหนกระแส

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดประวัติ

นาทีนี้หากพูดถึงทนายความชื่อดังที่ปรากฏตัวในรายการ "โหนกระแส" บ่อยครั้ง และมีลีลาการอธิบายข้อกฎหมายที่เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา คงหนีไม่พ้น "ทนายแก้ว" หรือ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ทนายความผู้มากประสบการณ์ที่กลายเป็น "ที่ปรึกษากฎหมายมหาชน" ของคนไทยทั่วประเทศ

จุดเปลี่ยนชีวิต จาก "หมอ" สู่ "นักกฎหมาย"

เส้นทางชีวิตของทนายแก้วไม่ได้เริ่มที่สายกฎหมายมาตั้งแต่ต้น ในวัยเด็กเขาเรียนสายวิทย์-คณิต และมีความฝันอยากเป็น "หมอ" แต่เมื่อสอบไม่ติดแพทย์ จึงตัดสินใจเบนเข็มมาเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาได้เข้าฟังบรรยายวิชา "กฎหมายอาญา" และ ชื่นชอบการตีความภาษาที่ต้องชัดเจน จนสิ้นสงสัย ความหลงใหลนี้เปลี่ยนเด็กหนุ่มสายวิทย์ให้กลายเป็นนักกฎหมายที่ทุ่มเทอ่านหนังสือวันละกว่า 8-9 ชั่วโมง จนประสบความสำเร็จในวิชาชีพในที่สุด

ดีกรีการศึกษาและตำแหน่งสำคัญ

ทนายแก้วถือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีพื้นฐานวิชาการแน่นปึ้ก โดยจบการศึกษาด้านกฎหมายครบทุกระดับชั้น:

ปริญญาตรี-โท: นิติศาสตรบัณฑิต และนิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายธุรกิจ) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ปริญญาเอก: นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (Doctor of Laws) คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

วุฒิบัตร: เนติบัณฑิตไทย (นบท.) และใบอนุญาตว่าความรุ่นที่ 10

ตำแหน่งปัจจุบัน: หัวหน้าสำนักงานกฎหมาย Legal Intelligence และรองประธานคณะกรรมการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย สภาทนายความ

ผลงานเด่น: คดีบ่อขยะยักษ์และงานเพื่อสังคม

แม้จะโด่งดังจากการวิเคราะห์คดีในหน้าจอทีวี แต่ผลงานที่ทนายแก้วภาคภูมิใจที่สุดคือการทำงานเพื่อสังคม (CSR) โดยเฉพาะ "คดีบ่อขยะยักษ์ จ.นครศรีธรรมราช" โดยทนายแก้วเป็นหัวหน้าชุดช่วยเหลือชาวบ้าน ต.นาเคียน และ ต.นาสาร ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐถึง 14 หน่วยงาน ซึ่งคดีนี้มีการ สู้คดีนานนับสิบปีแม้จะถูกข่มขู่จากผู้มีอิทธิพล จนศาลปกครองพิพากษาให้ชาวบ้านชนะคดี ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของภาคประชาชนด้านสิ่งแวดล้อม

ทนายแก้วยึดถือคติว่า "เราจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้" และหน้าที่ของทนายความคือการเป็น "น้ำเย็น" ที่ช่วยดับไฟในใจของลูกความ

ผลงานเด่น: คดีบ่อขยะยักษ์และงานเพื่อสังคม

แม้จะโด่งดังจากการวิเคราะห์คดีในหน้าจอทีวี แต่ผลงานที่ทนายแก้วภาคภูมิใจที่สุดคือการทำงานเพื่อสังคม (CSR) โดยเฉพาะ "คดีบ่อขยะยักษ์ จ.นครศรีธรรมราช" โดยทนายแก้วเป็นหัวหน้าชุดช่วยเหลือชาวบ้าน ต.นาเคียน และ ต.นาสาร ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐถึง 14 หน่วยงาน ซึ่งคดีนี้มีการ สู้คดีนานนับสิบปีแม้จะถูกข่มขู่จากผู้มีอิทธิพล จนศาลปกครองพิพากษาให้ชาวบ้านชนะคดี ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของภาคประชาชนด้านสิ่งแวดล้อม

ทนายแก้วยึดถือคติว่า "เราจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้" และหน้าที่ของทนายความคือการเป็น "น้ำเย็น" ที่ช่วยดับไฟในใจของลูกความ

อีกหนึ่งบทบาทเจ้าของ "ก๋วยเตี๋ยวเป็ดเฮียแก้ว"

นอกจากงานกฎหมาย ทนายแก้วยังมีมุมการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ โดยเป็นเจ้าของร้าน "ก๋วยเตี๋ยวเป็ดเฮียแก้ว" ที่มีมากกว่า 27 สาขา (ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า Lotus's) ซึ่งเริ่มต้นจากความชอบทานเป็ดพะโล้ฝีมือคุณแม่ในวัยเด็ก

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันทนายแก้วกำลังเผชิญมรสุมข่าวส่วนตัว กรณีถูกกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับบุตรสาวเจ้าของร้านตัดสูท ซึ่งท่านได้ออกมาเคลื่อนไหวแสดงความเสียใจและขอโทษต่อสังคมและครอบครัว โดยระบุว่า

"ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข่าวและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับตัวผม ในช่วงที่ผ่านมา ผมขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงเพื่อแสดงจุดยืนของผมในเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

ประการแรก ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขออภัยต่อทุกฝ่าย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์และกระแสข่าวดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่สมรส บุตร ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่ติดตาม ที่ให้ความเชื่อมั่น และให้กำลังใจผมมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบทางจิตใจต่อหลายฝ่าย ซึ่งผมรับรู้และตระหนักถึงความรู้สึกเหล่านั้นเป็นอย่างดี
ผมขอเรียนว่า ยังไม่ประสงค์จะให้รายละเอียดหรือแสดงความเห็นใด ๆ ต่อข้อกล่าวหาที่ปรากฏในสื่อ เนื่องจากการสื่อสารหรือการโต้แย้งผ่านพื้นที่สาธารณะในขณะนี้ อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนและบานปลาย รวมถึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิ ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่กรณี ซึ่งผมเห็นว่าควรได้รับการปฏิบัติด้วยความระมัดระวังและเคารพตามสมควร ผมขอยืนยันว่า หากมีความจำเป็นต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงใด ๆ ผมจะดำเนินการชี้แจงผ่านกระบวนการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส โดยคำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ
ผมขอความกรุณาสื่อมวลชนและสาธารณชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสาร และขอความร่วมมือในการเคารพต่อกระบวนการดังกล่าว เพื่อไม่ให้การนำเสนอหรือการแสดงความคิดเห็นส่งผลกระทบเกินสมควรต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
ท้ายสุดนี้ ผมขอขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่านที่กรุณาให้ความเข้าใจ และขอให้การพิจารณาข้อเท็จจริงต่าง ๆ เป็นไปตามครรลองของความถูกต้องและเป็นธรรม"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...