สนธิญา มองบาร์โค้ดช่วยโปร่งใส หนุน กกต. เอาผิดพวกป่วนเฟคนิวส์
สนธิญา หนุน กกต. เอาผิดพวกป่วนเฟคนิวส์ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมาสำนักงาน กกต.เพื่อยื่นสนับสนุนการมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด เพื่อป้องกันการมีบัตรผี การทุจริตได้ เพราะไม่สามารถนำบัตรออกมาเพื่อที่จะสแกนหาบุคคล ชื่อ บุคคลที่ลงคะแนนได้ในจำนวนมากที่บุคคลธรรมดาพึงกระทำได้ โดยนายสนธิญา กล่าวว่า กรณีกลุ่มบุคคลที่คิดไม่เหมือน คิดต่างไม่ใช่เป็นเรื่องโง่ แต่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย วันนี้ (16 ก.พ.) ประเด็นแรก ขอฝากเรียนไปถึงการชุมนุมที่สกายวอล์กเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา และยังชุมนุมขณะนี้ด้วยว่า เมื่อปี 2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช รวมทั้งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดนศาลวินิจฉัยพิจารณาให้จำคุกไปแล้ว 2 เดือน ปรับ 12,000 บาท และรอลงอาญา 2 ปี
ประเด็นที่สอง คือ ต้องการเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาและดำเนินคดีทั้งพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่มีผู้บอกว่าเหตุการณ์ไฟฟ้าดับระหว่างนับคะแนนเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรีทั้งที่จริงแล้วเกิดขึ้นที่จังหวัดปทุมธานี และกรณีการนำใบขีดคะแนนแล้วระบุว่าพบในกองขยะ ขอเรียกร้องให้ กกต. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพราะเชื่อว่าปุถุชนคนธรรมดาไม่อยากจะเข้าไปกองขยะแน่นอน อีกทั้งจะได้ทราบว่าที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้นำใบคิดคะแนนไปทิ้งขยะ
รวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นที่เทศบาลท่าโขลง อำเภอเมืองปทุมธานี มีสื่อโทรทัศน์แห่งหนึ่ง มีความพยายามที่จะซูมให้เห็นถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามหมายเลข โดยตนได้นำคลิปนี้ส่งให้ กกต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการกระทำเหล่านั้นเป็นการกระทำที่กำลังจะบอกว่า กกต.จัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความสุจริต ยืนยันว่าตนไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จาก กกต.และหากมีการเลือกตั้งเป็นโมฆะตนก็จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์คนหนึ่งเหมือนกัน
เมื่อถามว่ากรณีที่ กกต. จัดทำคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดบนบัตร นายสนธิญากล่าวว่า ตนเห็นด้วยเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถตรวจสอบที่มาของบัตรเลือกตั้งได้ยังมีคุณภาพ พร้อมถามกลับว่าถ้ากรณีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ด เป็นความลับตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในกระบวนการเลือกตั้งมีตั้งแต่การที่ประชาชนไปที่คูหาแล้วดูว่ามีชื่อของตนเองอยู่หรือไม่ แล้วนำบัตรประชาชนแสดงตนแล้วรับบัตรเลือกตั้งและเข้าไปกาในคูหา และเดินออกมา เมื่อเลือกตั้งแล้วเสร็จเวลา 17.00 น.ก็มีการเปิดหีบนับคะแนน เมื่อนับแล้วเสร็จก็จะมีการรวมคะแนน ซึ่งกระบวนการนับคะแนนเป็นกระบวนการลับหรือไม่ ซึ่งการรวมคะแนนในแต่ละหน่วยและนำไปรวมกันในเขตเลือกตั้งก่อนนำไปรวมในระดับอำเภอ ดังนั้น ต้องตีประเด็นในตรงนี้ก่อนว่าความลับไม่สามารถที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมนั้นอยู่ที่ว่าตรงนั้นเป็นความลับระดับไหน
จึงเห็นว่ากรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดเป็นเรื่องของการตรวจสอบที่มาของบัตร ส่วนใครที่จะมีอำนาจหรือนำบัตรเลือกตั้งที่มีอยู่ถึง 32 ล้านใบ หรือแต่ละหน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน นำไปสแกนคิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด คิดว่าสามารถทำได้แต่ขอถามว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ต้องใช้คนกี่คนในการสแกน ต้องใช้อาคารสำนักงานขนาดไหนและที่สำคัญจะนำบัตรนั้นออกมาได้อย่างไร
“เพราะปัจจุบันต้องยอมรับความเป็นจริงการเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงมากที่สุดครั้งหนึ่งและการซื้อเสียงก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างพรรคการเมืองผู้สมัคร ส.ส.และผู้รับเงินและประสิทธิภาพของการทำงานไม่ต้องพึ่งบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด อย่างปัจจุบัน บ้านใหญ่ก็มี ผู้ใหญ่ บ้านกำนัน อสม. อบต. ส.ท. มีนายก อบต. นายกเทศบาล ซึ่งมีรายชื่อของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดอยู่แล้ว ใครจะมาปัญญาอ่อนนำเอาบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดไปสแกนข้อมูล แล้วใช้คนเป็นสิบเป็นร้อย ผมไม่เชื่อ”
นายสนธิญากล่าวอีกว่า แต่หากถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจะต้องพิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับคดีที่เคยไปร้องศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง ซึ่งศาลไม่รับคำร้องเนื่องจากมองว่าไม่เข้าเงื่อนไขในการยื่นคำร้อง และถ้า 2 หน่วยงานนี้ไม่รับ ตน เรียกร้องไปยังผู้ที่ยื่นและพรรคการเมืองที่สนับสนุนอย่าไปบอกว่าองค์กรอิสระเป็นพวกเดียวกันอีก เพราะขณะนี้กระบวนการนี้เมื่อกล่าวหาว่า กกต.เป็นองค์กรที่ไม่เที่ยงตรงไม่เที่ยงธรรม แต่นิด้าโพลระบุว่าประชาชนเกือบร้อยละ 60 ระบุว่ามีความน่าเชื่อถือ แต่ขณะเดียวกันถ้าเมื่อไหร่ที่ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ก็อย่าไปกล่าวหาว่าองค์กรเหล่านั้นไม่ยุติธรรมอีก
นายสนธิญายังขอเรียกร้องว่าให้มีการดำเนินการตามกฎหมาย หากจะยื่นคำร้องหรือคำฟ้องใดๆ ซึ่งตนมีแนวคิดเช่นนี้ ขออย่ามองว่าตนรับเงินจาก กกต.เพราะตนไม่ได้อะไรสักบาทนอกจากคนที่ด่าตน ขณะเดียวกันหลังเลือกตั้งก็ต้องดำเนินการต่อไป เพราะขนาดนี้มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 99,400 หน่วยเลือกตั้ง หรือเกือบแสนหน่วยแต่มีหน่วยเลือกตั้งเพียงไม่กี่หน่วยที่เกิดปัญหา และจะนำไปสู่การโมฆะทั้งกระดานนั้น เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ออกไปใช้สิทธิ 32 ล้านคนหรือไม่ ดังนั้น จึงมายื่นให้กกต.พิจารณาวินิจฉัยและดำเนินและดำเนินคดีดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยที่ระบุกรณี กกต.แจ้งความผู้หนึ่งผู้ใด แล้วบอกว่าปิดปาก ก็ร่วมหัวกันฟ้อง กกต.ขนาดนี้ กี่คดีแล้ว ซึ่ง กกต.ก็จำเป็นต้องรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของ กกต.ไว้ด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สนธิญา มองบาร์โค้ดช่วยโปร่งใส หนุน กกต. เอาผิดพวกป่วนเฟคนิวส์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th