โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ใส่ซองงานแต่งพี่ 3 แสน ได้คืนแค่ "ลังแอปเปิ้ล" โกรธจนไม่เผาผี 3 ปี ถึงพบความลับใต้ลัง!!

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ขนลุก! ทุบลังแอปเปิ้ลเก่าๆ ที่พี่ชายให้ เจอ

ใส่ซองงานแต่งพี่ 3 แสน ได้คืนแค่ "แอปเปิ้ล 1 ลัง" โกรธจนไม่เผาผี 3 ปีผ่านไปแม่ป่วยหนัก รื้อลังเก่าดู…น้ำตาไหลพราก

(15 ก.พ. 69) บนโลกใบนี้ มีเรื่องราวมากมายที่เราไม่อาจตัดสินได้จากภายนอก และบางความเข้าใจผิดก็อาจติดค้างอยู่ในใจเรานานหลายปี จนกว่าความจริงจะถูกเปิดเผย… เหมือนกับเรื่องราวของชายหนุ่มคนนี้

ความแค้นใจในวันแต่งงาน

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน ในงานแต่งงานของลูกพี่ลูกน้อง (พี่ชาย) ผมตัดสินใจทุบกระปุกนำเงินเก็บทั้งหมดจากการทำงานต่างถิ่น ใส่ซองช่วยงานไปถึง 210 ล้านดอง (ประมาณ 300,000 บาท) ด้วยความรักและหวังดี คิดว่าพี่น้องต้องช่วยกันในวันสำคัญ

แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาในตอนนั้นทำเอาผมจุกจนพูดไม่ออก… พี่ชายมอบของชำร่วยตอบแทนให้ผมเพียงแค่ "แอปเปิ้ล 1 ลัง" ไม่มีซองคืน ไม่มีแม้แต่การ์ดขอบคุณ แถมแอปเปิ้ลในลังก็ดูช้ำๆ ผิวไม่สวย เหมือนของเกรดตกไซส์ วันนั้นผมนั่งน้อยใจอยู่โต๊ะเสริมริมประตู คิดในใจว่าพี่ชายช่างแล้งน้ำใจเหลือเกิน… ด้วยความโมโห ผมจึงทิ้งลังแอปเปิ้ลนั้นไว้ที่มุมระเบียงห้องเก็บของ และไม่เคยเปิดดูมันอีกเลยตลอด 3 ปี

วิกฤตชีวิตและลังไม้เก่า

จนกระทั่งมรสุมชีวิตพัดเข้ามา แม่ของผมล้มป่วยกะทันหันด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก ต้องผ่าตัดด่วน แพทย์แจ้งค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสูงถึง 1 พันล้านดอง (ประมาณ 1.4 ล้านบาท) ตอนนั้นผมแทบทรุด ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือเงินติดบัญชีไม่ถึงหมื่น ผมตัดสินใจบากหน้าทักข้อความไปขอยืมเงินพี่ชาย โดยหวังจะได้เงินใส่ซองเมื่อ 3 ปีก่อนคืนบ้าง แต่คำตอบที่ได้คือสั้นๆ ห้วนๆ: "พี่ไม่มีเงิน"

ความหวังสุดท้ายพังทลาย ผมกลับมาบ้านเพื่อรื้อหาของมีค่าไปขาย สายตาเหลือบไปเห็น "ลังแอปเปิ้ล" ที่ถูกลืมไว้ที่ระเบียง ผมยกมันขึ้นมาและพบว่ามัน "หนักผิดปกติ" ด้วยสัญชาตญาณช่าง ผมสังเกตเห็นว่าก้นลังมันหนากว่าที่ควรจะเป็น จึงตัดสินใจใช้ค้อนงัดดู… และวินาทีนั้น ความจริงทุกอย่างก็ปรากฏ

ความลับใต้ก้นลัง

ใต้แผ่นไม้นั้นไม่ใช่เงินสด แต่เป็นถุงผ้าเก่าๆ ที่ห่อเอกสารปึกหนึ่งไว้จนแน่น เมื่อเปิดดูผมถึงกับเข่าอ่อน…

  • ใบแรก: คือสัญญากู้ยืมเงินตั้งแต่ปี 1996 สมัยพ่อผมเกิดอุบัติเหตุหนัก ครอบครัวเราถังแตก ลุง (พ่อของพี่ชาย) ได้เทหมดหน้าตักเอาเงินเก็บที่จะสร้างบ้านและส่งลูกเรียน มาช่วยรักษาพ่อผม จนพี่ชายต้องออกจากโรงเรียนตอน 10 ขวบเพื่อไปทำงานหาเงิน

  • ใบที่สอง: คือกรมธรรม์ "กองทุนออมทรัพย์เพื่อสุขภาพ" ที่มีชื่อ แม่ของผมเป็นผู้รับผลประโยชน์

  • ยอดเงินในกองทุนระบุตัวเลขกว่า 1.3 พันล้านดอง (ประมาณ 1.8 ล้านบาท)!

ความจริงที่ปิดตาย

ผมรีบขับรถไปหาพี่ชายที่โรงงานไม้ พบเขากำลังทำงานในห้องที่อบอวลด้วยกลิ่นสารเคมี แขนสองข้างเต็มไปด้วยผื่นแพ้ทินเนอร์… เขาทำงานหนักในสภาพแวดล้อมแย่ๆ มาตลอดเพื่อเก็บเงิน พี่ชายสารภาพว่า วันนั้นที่ผมให้เงิน 3 แสน เขาไม่ได้เอาไปใช้จัดงานแต่ง แต่เอาไปเปิดกองทุนนี้ให้แม่ผมทันที และตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขาเติมเงินเก็บส่วนตัวเข้าไปสมทบเรื่อยๆ เพราะกลัวว่าวันหนึ่งครอบครัวผมจะเกิดวิกฤตอีก

"พ่อสั่งพี่ไว้ก่อนตาย ว่าหนี้บุญคุณต้องใช้คืนด้วยการกระทำ ไม่ใช่คำพูด… พี่กลัวว่าถ้าให้เงินแกตรงๆ แกจะเอาไปใช้หมด เลยเก็บไว้ในรูปแบบนี้ รอวันที่แกจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ"

เงินก้อนนั้นช่วยชีวิตแม่ผมไว้ได้ทันเวลา การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี… วันนี้ ผมนำใบสัญญาหนี้เก่าๆ ใบนั้นมาใส่กรอบแขวนไว้กลางบ้าน มันไม่ใช่เครื่องเตือนใจเรื่องหนี้สิน แต่มันคือเครื่องเตือนใจถึง "ความรักที่เงียบงัน"

บางครั้ง… ความรักของคนในครอบครัวก็ไม่ได้มาในรูปแบบคำพูดหวานหู หรือของขวัญสวยหรู แต่มันอาจซ่อนอยู่ใน "ลังแอปเปิ้ลเก่าๆ" ที่เตรียมไว้เป็นทางรอดสุดท้ายในวันที่เรามืดแปดด้านที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...