เลือกไทยภักดี ไปปราบโจรในสภาฯ
วันนี้พวกเทาเยอะ โจรเยอะ ดังนั้นมีโจรต้องมีเรา เพื่อให้เราไปปราบโจรในสภา…การจัดการปัญหานี้แรงปะทะมันสูง แต่มันก็ต้องเป็นเรื่องของอุดมการณ์ หากคุณไม่มีอุดมการณ์ เอาเงินมาฟาดเป๋ทันที แล้วในทางการเมืองหากไปรับอะไรที่มันไม่ตรงไปตรงมา แล้วจะไปตรวจสอบอะไร ตายหมดทุกคน เพราะอย่างที่เห็นพวกนักตรวจสอบอะไรต่างๆ หากไม่คลีนจริงๆ ก็ถูกคนนำมาแฉ ก็ตายหมด
อีกหนึ่งพรรคการเมืองที่คนจับตามองและรอลุ้นกันไม่น้อย สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะได้ สส.บ้างหรือไม่ นั่นก็คือ "พรรคไทยภักดี" ที่มี "นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เป็นหัวหน้าพรรคไทยภักดี" ซึ่งบทบาททางการเมืองโดยเฉพาะการเคลื่อนไหวในต่างๆ ที่ผ่านมาของ นพ.วรงค์ เป็นที่ยอมรับและถูกพูดถึงมากพอสมควร เช่นเรื่องการตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว หรือคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม จากผลการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งปรากฏว่าไทยภักดีไม่มี สส.แม้แต่คนเดียว แต่ นพ.วรงค์กับพรรคไทยภักดีก็ยังคงแสดงบทบาทการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเด็นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้แฟนคลับและโหวตเตอร์จำนวนไม่น้อยคอยลุ้นเอาใจช่วยในการเลือกตั้งรอบนี้
"ไทยโพสต์" สัมภาษณ์พูดคุยกับ นพ.วรงค์ ถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งเรื่องความคาดหวังกับผลการเลือกตั้งและนโยบายเด่นๆ ที่พรรคไทยภักดีชูในการหาเสียง โดย นพ.วรงค์ บอกว่า จากการหาเสียงและพบปะประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา พบว่ากระแสตอบรับในครั้งนี้ดีกว่าการเลือกตั้งปี 2566 ที่ตอนนั้นพรรคไทยภักดียังเป็นพรรคใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งแรก แต่ครั้งนี้ฟีดแบ็กกระแสตอบรับพรรคไทยภักดีเห็นได้ชัดว่าดีกว่าการเลือกตั้งรอบที่แล้ว
…มองว่าสาเหตุก็เพราะช่วงที่ผ่านมา หลังเลือกตั้งปี 2566 ตัวผมและพรรคไทยภักดีก็มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในเรื่องต่างๆ มาโดยตลอด ขณะเดียวกันการที่พรรคไทยภักดีไม่ได้มี สส.ได้รับการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ก็ทำให้มีประชาชนจำนวนไม่น้อยอยากให้คนของพรรคไทยภักดีได้รับการเลือกตั้งเข้าไปทำหน้าที่ในสภา และตอนนี้กระแสเรื่อง "เทา" ในทางการเมืองก็มีอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็มีบทบาทในการตรวจสอบเรื่องการทุจริต ก็ทำให้เห็นได้ว่ากระแสตอบรับจากประชาชนดีกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2566
"นพ.วรงค์" กล่าวต่อไปว่า พรรคไทยภักดีส่งผู้สมัครสส.ระบบเขตในการเลือกตั้งครั้งนี้น้อย เพราะเรายอมรับว่าเราคงสู้ไม่ได้ สู้ยาก โดยรอบนี้ส่งผู้สมัคร สส.เขต 40 คน แบ่งเป็นต่างจังหวัด 30 เขต และกรุงเทพมหานครอีก 10 เขต เราเอาเฉพาะคนที่มีหัวใจในการสู้ เพราะโอกาสที่จะสู้กับบ้านใหญ่มันก็ลำบาก
ขณะที่ในส่วนของบัญชีรายชื่อ ที่สามารถหาเสียงได้ทั่วประเทศและคะแนนบัญชีรายชื่อไม่ตกน้ำ เพราะทุกคะแนนเป็นคะแนนสะสม หากทำได้ถึงเป้าก็มีโอกาสได้ สส.บัญชีรายชื่อ
ด้วยยุทธศาสตร์เราจึงเน้นการหาเสียงในระบบบัญชีรายชื่อเป็นหลัก เพราะแม้ไทยภักดีไม่ได้ส่งผู้สมัคร สส.เขตในหลายเขตเลือกตั้ง แต่ประชาชนทุกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศสามารถเลือกพรรคไทยภักดีเบอร์ 29 ได้ โดยในส่วนของบัญชีรายชื่อพรรคยื่นรายชื่อต่อ กกต.ไป 24 คน
เมื่อถามถึงเหตุใดถึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะมีโอกาสได้ สส.ไทยภักดีเข้าสภา "นพ.วรงค์" กล่าวว่า ในช่วงของสภาหลังเลือกตั้งปี 2566 แม้ไทยภักดีจะไม่มี สส.ในสภา แต่ไทยภักดีก็ทำงานการเมืองเยอะ เช่นเรื่องการตรวจสอบกรณีชั้น 14 เราก็ร่วมตรวจสอบกับภาคประชาชน ตอนแรกใครจะคิดว่าชั้น 14 จะทำให้คนติดคุก รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น การไม่เห็นด้วยกับนโยบายการเปิด Entertainment Complex หรือการเคลื่อนไหวเรื่องยกเลิก MOU 43-MOU 44 และเวลาเกิดปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ เช่นน้ำท่วมหรือที่เกิดเหตุการณ์สู้รบไทย-เขมร เราก็ลงพื้นที่ไปช่วยประชาชนไปตั้งโรงครัว หรือการขายข้าวแกงไทยภักดีสิบบาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเห็นใจเรา อยากให้เราเข้าไปทำหน้าที่ หรืออย่างเรื่องสีเทา สังเกตไหมว่าประเด็นหนึ่งที่มีการชูขึ้นมาในการหาเสียงรอบนี้คือเรื่องสีเทา เรื่องการปราบทุจริต ซึ่งผมก็รู้สึกว่าผมคือต้นแบบในการปราบโกง ผมสู้มาตลอดในเรื่องนี้ อย่างเรื่องชั้น 14 ก็เป็นการทุจริตต่ออำนาจหน้าที่อย่างหนึ่ง ผมเชื่อว่าหากพูดเรื่องการปราบทุจริตเรามีผลงาน
สำหรับแนวทางการหาเสียง หลังจากเดินหาเสียงในโซนกรุงเทพฯ แล้ว เราจะเดินสายหาเสียงในต่างจังหวัด โดยก็จะไปในภาคต่างๆ ทั้งอีสาน เหนือ ตะวันออก ภาคใต้ ก็จะไปให้ครบทุกภูมิภาคแต่คงไม่ถึงกับไปให้ครบทุกจังหวัด ส่วนเรื่องการจับขั้วจับมือตั้งรัฐบาลกันนั้น เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของจุดยืนอุดมการณ์มากกว่า
ผมพูดตรงๆ อันนี้สมมุติ เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นเรายังไม่รู้ แต่หากหลังเลือกตั้งส้ม (พรรคประชาชน) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราก็เป็นฝ่ายค้าน เพราะผมไม่ไว้วางใจ อย่างเรื่อง 112 หรือบทบาทที่ผ่านมาที่พยายามเซาะกร่อนบ่อนทำลายกองทัพ ผมถือว่าการเซาะกร่อนบ่อนทำลายกองทัพคือการเป็นปฏิปักษ์ต่อชาติ เพราะทุกประเทศต้องทำให้กองทัพเข้มแข็ง แต่พรรคการเมืองที่ต้องการทำให้กองทัพอ่อนแอ ผมว่าไม่ได้พฤติการณ์แบบนี้ ผมขอเป็นฝ่ายค้าน หรือพรรคแดง ผมประกาศเลย เราสู้กับระบอบทักษิณมาตลอด แล้วผมไม่เคยเชื่อว่าเขาจะคิดดีทำดีต่อชาติบ้านเมือง เพราะพฤติกรรมคุณโกงมาตลอด โกงแม้แต่วันที่เอาลูกสาวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ แล้วยิ่งช่วงที่จะเอาพื้นที่ทางทะเล MOU 44 มาแบ่งพื้นที่กัน ผมว่าอันนี้มันเป็นการขายชาติ การโกงชาติ ผมประกาศเลยว่าวันใดไม่ว่าจะเป็นส้มหรือแดงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ผมประกาศขอเป็นฝ่ายค้าน แต่พรรคอื่นๆ ค่อยว่ากัน
ยกเลิกแบงก์ใหญ่ ทำได้จริง ไม่กระทบคนสุจริต
"นพ.วรงค์ หัวหน้าพรรคไทยภักดี" กล่าวถึงนโยบายเด่นๆ ของพรรคไทยภักดีที่เสนอต่อประชาชนในการหาเสียงครั้งนี้ว่า เรื่องแรกก็คือ "นโยบายการปราบทุจริตคอร์รัปชัน" ผมสังเกตเห็นหลายพรรคพูดเรื่องสีเทา เรื่องปราบทุจริตกันเยอะ เรื่องสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ แต่การจะปราบทุจริตได้มันต้องเริ่มจากดีเอ็นเอของตัวผู้นำก่อน เพราะต่อให้นโยบายคุณดีอย่างไรก็แล้วแต่ แต่หากตัวผู้นำไม่จริงใจ ไม่จริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย หาเสียงไปก็เท่านั้น ประเทศชาติเราผ่านเรื่องพวกนี้เยอะ แต่ไปถามแต่ละพรรคว่าเมื่อมีเรื่องไม่ถูกต้อง แล้วแต่ละพรรคเห็นว่าต้องจัดการ ทำกฎหมายให้เป็นจริงเป็นจัง ผมยังไม่เห็นจากแต่ละพรรคตอนนี้
แม้แต่ในสภาสมัยที่ผ่านมา เห็นพูดเรื่องทุนเทา เรื่องสแกมเมอร์ แล้วดำเนินการอย่างจริงจังหรือไม่ ทำจนสุดหรือไม่ ทำจนถึงเรื่องส่งไปถึงศาลยุติธรรมจนศาลตัดสินจำคุกหรือไม่ ผมถึงบอกว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่อยู่ในดีเอ็นเอเหมือนกัน เพราะหากมองแค่เรื่องนโยบายมันก็สวยหรู เพราะพอเข้าไปทำจริงแล้ว ปรากฏว่าไม่ได้ทำจริง เรายืนยันว่าแนวคิดของไทยภักดี เราจริงจังกับเรื่องการปราบทุจริต
อย่างแนวคิดการยกเลิกแบงก์ใหญ่เพื่อปราบทุนเทา โดยแบงก์ใหญ่ก็คือแบงก์พัน ส่วนแบงก์ห้าร้อยบาทเป็นองค์ประกอบ เพราะผมไปดูเงินที่หมุนเวียนในตลาดแล้ว พบว่าแบงก์พันอยู่ที่ประมาณ 2.24 ล้านล้านบาท ที่แบงก์ชาติเอาเข้าสู่ระบบ ส่วนแบงก์ห้าร้อยบาทแค่ประมาณ 175,000 ล้านบาท มันต่างกันมาก แบงก์ใหญ่ที่โฟกัสก็คือแบงก์พัน
จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า ธุรกิจสีเทาไม่ว่าจะเป็นสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ ที่มีเยอะมาก รวมถึงเงินส่วย เงินสินบน เงินใต้โต๊ะ เงินซื้อขายตำแหน่ง การประมูลงาน การฮั้วงาน การตั้งด่านส่งส่วยในระบบ เชื่อไหมว่ามีการคาดการณ์กันว่าเงินส่วนนี้ที่มีการใส่ไว้ในลังที่บ้านของคนที่ทำผิดเหล่านี้ อยู่ที่ประมาณ 600,000-700,000 ล้านบาท ที่เป็นเงินสด เพราะคนทำผิดเหล่านี้จะใช้เงินสดหมด เพราะตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลังไม่ได้ หากทำตามแนวทางนี้เงินที่ถืออยู่ยังคงมีค่าอยู่หากชี้แจงได้ แต่ประชาชนไม่กลัวการตรวจสอบอยู่แล้ว เราต้องการให้เอาเงินเข้าระบบ เพราะเมื่อเงินเข้าระบบ สังคมไทยเป็นสังคมที่ใช้การสแกนจ่ายเงินเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เราเป็นผู้นำของอาเซียน วันนี้พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัดก็ใช้การสแกนในการซื้อของขายของ ดังนั้นคนสุจริตไม่เดือดร้อน แต่คนที่มีเงินสีเทา แจงที่มาที่ไปของเงินที่มีอยู่ไม่ได้ เวลาจะนำเงินเข้าระบบคุณขนเงินเป็นร้อยๆ ล้านบาทมาเพื่อเอาเข้าระบบ ก็ต้องแจงให้ได้ถึงที่มาของเงินดังกล่าว แต่วิธีการยกเลิกจะมีวิธีการดำเนินการ เช่นที่อินเดียที่เขาประกาศยกเลิก เขาประกาศให้ทำภายใน 50 วัน แต่รอบหลังๆ ก็ใช้เวลา 4-5 เดือน
ส่วนที่ยุโรป ทางเซ็นทรัลแบงก์ของยุโรปยกเลิกแบงก์ 500 ยูโร แคนาดาเคยยกเลิกแบงก์พันยูโร สิงคโปร์เคยยกเลิกแบงก์หนึ่งหมื่นยูโร ในต่างประเทศจะยกเลิกแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งแต่ละประเทศก็มีเหตุผลแตกต่างกัน แต่วิธีการจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งความเห็นผมใจผมอยากให้เวลาในการดำเนินการยกเลิกแบงก์ใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน ประกาศแล้วก็ให้คนนำเงินมา โดยหากใครนำเงินมาเข้าระบบเกินสองล้านบาทก็ต้องแจงที่มาของเงิน
ยืนยันได้ว่านโยบายดังกล่าวคนสุจริตจะไม่มีปัญหาหากมีการบังคับใช้ เพราะคนสุจริตไม่มีใครเอาแบงก์พันเก็บใส่ลังไว้ที่บ้าน ก็มีแต่พวกเงินเทาทั้งนั้น และเป็นเงิน 600,000-700,000 ล้านบาท หากเราได้มีโอกาสคุยกับแบงก์ชาติ ผมเชื่อว่าแบงก์ชาติก็น่าจะเห็นด้วยกับเราในการที่จะลดการใช้แบงก์ใหญ่
อย่างหลักของที่เคยทำ ทั้งอียู แคนาดา สิงคโปร์ ใช้วิธีคือไม่ผลิต แล้วก็ค่อยๆ ดึงแบงก์ออกจากระบบ คือค่อยๆ เก็บเข้า ทำแบบนี้ประชาชนก็จะไม่แตกตื่น อย่างอินเดียเคยยกเลิกสองครั้ง โดยครั้งแรกทำปี 2559 เหตุผลคือเพื่อตรวจสอบเรื่องการฟอกเงิน พวกเก็บเงินไว้ที่บ้าน และช่วงนั้นทำก่อนเกิดโควิด โดยอินเดียมีประชากรมาก คนจนเขาเยอะมาก การใช้เทคโนโลยีของเขายังน้อย ช่วงแรกก็มีปัญหาเหมือนกันก็ทำให้เกิดการขาดสภาพคล่อง แล้วมาทำอีกทีมีการยกเลิกแบงก์พัน แบงก์ห้าร้อย แล้วก็มาพิมพ์แบงก์สองพัน ต่อมาพอช่วงหลังโควิดคนก็เริ่มเก่งเรื่องเงินดิจิทัล แต่ต่อมาก็มีปัญหาอีก เพราะที่พิมพ์แบงก์ออกมาใหม่ก็มีปัญหา ก็เลยมีการยกเลิกอีกครั้งเมื่อสองปีที่ผ่านมา ประมาณช่วงปี 2566 ประกาศยกเลิกแบงก์สองพันที่มีมูลค่าประมาณ 700 บาทไทย แต่การยกเลิกรอบหลังใช้เวลานานขึ้นหลายเดือน เพราะสังคมยุคใหม่เขาก็ใช้จ่ายผ่านแอปกันมากขึ้น และตอนนี้ประเทศไทยเป็นประเทศชั้นนำในการใช้แอปแล้ว
ดังนั้นนโยบายนี้ไม่กระทบกับคนสุจริต จะมีปัญหาก็แต่พวกเทา เงินเทา หลักคิดเราคือต้องการขจัดเงินเทา เอาเงินเทาเข้าระบบ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ทำแล้วเงินทุกคนจะไม่มีความหมาย เพราะหากทำก็นำเงินที่มีเข้าระบบแล้วก็เข้าบัญชี แล้วเวลาใช้จ่ายอะไรก็มีธุรกรรมที่ตรวจสอบได้ ตรงไหนมีปัญหาก็ยึดหรืออายัดได้
ผมกล้าท้าเลย ผมเป็นนักการเมืองผมรู้ บ้านแต่ละบ้านสมัยก่อนทำห้องใต้ดินทำห้องลับพิเศษ อย่างที่เคยมีข่าวโจรขึ้นบ้านอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม แล้วเจอเงินจำนวนมาก นี่ขนาดแค่ปลัดกระทรวง แล้วหากเป็นรัฐมนตรี การเลือกตั้งที่เงินสะพัดเยอะมาก ถามว่าเอาเงินมาจากไหน ก็เป็นเงินเทาที่เอาใส่ไว้ในลังที่บ้านทั้งสิ้น
ต้องยกเลิกด่านตรวจตำรวจ หมดยุคจ่ายเงินบำนาญสส.
"นพ.วรงค์ หัวหน้าพรรคไทยภักดี" กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวนโยบายของไทยภักดี นอกจากเรื่องข้อเสนอการยกเลิกแบงก์ใหญ่แล้ว พบว่าที่ผ่านมามีปัญหาการร้องเรียนจากประชาชนอย่างมากเรื่องการตั้งด่านของตำรวจ ซึ่งผมคิดว่าการตั้งด่านของตำรวจสร้างความเดือดร้อนมากกว่าที่จะดูแลปัญหาอาชญากรรม ที่บอกสร้างปัญหาคือเหมือนกับไปลงโทษคนร้อยทั้งร้อย เพราะการตั้งด่านเท่ากับไปปิดกั้นคนร้อยทั้งร้อย อย่างคนสุจริตเขาขับรถอยู่ดีๆ ทำไมต้องมาเจอรถติด เสียเวลาให้คุณต้องมาตรวจหรือมาคอยตอบคำถามเขา ผมดูแล้วการตั้งด่านมันมีส่วนในการทำให้เกิดการจ่ายส่วย ซึ่งนโยบายนี้แม้ต่อให้ไทยภักดีมี สส.แค่คนเดียวก็ทำได้ คือพูดทุกครั้งที่มีการประชุมสภา เอาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีการตั้งด่าน
ผมเคยเจอบางคลิป ขนาดนำคนแก่ไปโรงพยาบาลยังมีการขอตรวจ คนก็ถ่ายคลิปประชาชนที่เขาด่า มีคนดูคลิปประมาณ 4-5 ล้านคน เรื่องการยกเลิกการตั้งด่าน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ส่วนว่าแม้หากยกเลิกการตั้งด่านแต่ตอนนี้เทคโนโลยีต่างๆ เช่นกล้องอะไรต่างๆ ก็สามารถตรวจสอบดูได้ อีกทั้งตำรวจก็มีสายสืบ ผมเคยอ่านรายงานจากต่างประเทศ สายสืบก็จะมีข้อมูลว่ามีรถยนต์คันไหนจะมีการขนส่งยาเสพติด เลขทะเบียนอะไร ตำรวจก็ต้องโฟกัสไปที่เป้าหมาย ไม่ใช่มาเหวี่ยงตรวจแบบปิดกั้นทั้งถนน
และอีกหนึ่งนโยบายที่ควรเร่งดำเนินการ ซึ่งแม้ต่อให้ไทยภักดีได้ สส.คนเดียวก็ทำหน้าที่ได้ เพราะผมถือว่างานการเมืองคืองานอาสา เพราะอย่างที่หาเสียงกันบอกว่าจะเข้าไปดูแลชาติบ้านเมือง พูดดีกันหมด เป็นการอาสาประชาชนทั้งสิ้น แล้วทำไมต้องเอาเงินภาษีประชาชนมาดูแลพวกคุณให้เป็นเงินบำนาญด้วย ผมว่ามันไม่แฟร์ อย่างข้าราชการเขาสอบเข้ามาทำงาน มีบำนาญแบบนี้ไม่มีปัญหา แต่สำหรับคนที่อาสาเข้ามาทำงาน พวกงานอาสาอย่างนักการเมืองต้องมีความพร้อมระดับหนึ่งแล้วถึงอาสาเข้ามา เมื่ออาสาจะเข้ามา แล้วทำไมต้องจัดให้มีเงินบำนาญมาคอยดูแลพวกคุณ ที่มันไม่แฟร์
ต่อให้พรรคไทยภักดีจะได้ สส.กี่คนก็ตาม แต่ผมจะเข้าไปพูด ไปชี้หน้าบอกประธานสภาว่าพวกคุณไม่อายประชาชนหรือ ในเมื่อคุณอาสาเข้ามา แล้วทำไมต้องเอาภาษีประชาชนมาดูแลพวกคุณ ผมดูตัวเลขแล้วตอนนี้ใช้งบในส่วนนี้ไปประมาณ 3 พันกว่าล้านบาทแล้ว ผมว่าเอาเงินพวกนี้ไปโปะยอดจ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละพัน คนสูงอายุแฮปปี้กว่า ดีกว่าจะเอาเงินมาคอยเลี้ยงดู สส. นักการเมือง ที่มันไม่แฟร์ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมตั้งใจอยากเข้าไปทำหน้าที่ในสภา
เรื่องต่างๆ เหล่านี้ทั้งการเสนอให้ยกเลิกแบงก์ใหญ่, การยกเลิกตั้งด่านตรวจ, การยกเลิกเงินบำนาญ สส. เป็นสิ่งที่ทำได้ ไม่ว่าจะได้ สส.กี่คนหลังเลือกตั้ง เพราะก็พูดอภิปรายให้ข้อมูลประชาชนไปเรื่อยๆ
ถามถึงกระแสข่าว เสียงวิจารณ์ ว่าทุนเทาจะเข้ามายึดประเทศผ่านการจัดตั้งรัฐบาล มองเรื่องนี้อย่างไร "นพ.วรงค์ หัวหน้าพรรคไทยภักดี" กล่าวว่า หากประชาชนเลือกไทยภักดีเยอะๆ เราก็มีโอกาสจัดการปัญหาเรื่องพวกนี้ได้ คือในระดับชาติเราต้องได้นายกฯ ที่จริงใจจริงจังและคอยหามาตรการต่างๆ ออกมาซึ่งไม่ยากหากตั้งใจ แต่ถ้าในระดับกระทรวงหากเลือกไทยภักดี ผมสามารถจัดการทุนเทาในระดับกระทรวงได้ ผมยืนยันว่าการทุจริตคอร์รัปชัน หรือการพัวพันกับทุนเทาเกิดขึ้นทุกกระทรวงและทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงจนถึงระดับล่าง ประเทศไทยถ้ากระทรวงหรือกรมใดที่มีเรื่องของการออกใบอนุญาต หรือมีการถูกตรวจสอบ ก็จะมีการจ่ายกันหมดซึ่งมันน่ากลัวหมด
หากถามผม หน้าตาของนักการเมืองที่ผมเห็นผมไม่ไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็แล้วแต่ ในภาพรวมผมไม่ไว้วางใจ ถ้าตราบใดที่เรารู้สึกว่าไอ้นี้ก็เทา คนนี้ก็เทา ผมไม่ไว้วางใจว่าคุณจะจัดการปัญหาได้หรือไม่ แต่สำหรับตัวผมเอง ผมเชื่อถึงความตั้งใจที่ผมมีที่จะจัดการปัญหานี้ อย่าลืมว่าการจัดการปัญหานี้แรงปะทะมันสูง แต่มันก็ต้องเป็นเรื่องของอุดมการณ์จริงๆ หากคุณไม่มีอุดมการณ์ เอาเงินมาฟาดคุณ คุณเป๋ทันทีเลยนะ แล้วในทางการเมืองหากไปรับอะไรที่มันไม่ตรงไปตรงมา แล้วคุณจะไปตรวจสอบอะไร ตายหมดทุกคน เพราะอย่างที่เห็นพวกนักตรวจสอบอะไรต่างๆ หากไม่คลีนจริงๆ ก็ถูกคนนำมาแฉก็ตายหมด
ค้านเห็นชอบประชามติ ยกเลิก รธน. 2560 ยัดไส้ร่างฉบับใหม่
"นพ.วรงค์" กล่าวถึงจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะในวันที่ 8 ก.พ.นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว ประชาชนยังต้องออกเสียงประชามติด้วยว่าจะเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดย หัวหน้าพรรคไทยภักดี ย้ำว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะมายกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแล้วไปยกร่างใหม่ทั้งฉบับ อย่างเหตุผลที่มักชอบอ้างกันว่า รธน.ฉบับปี 2560 เป็นผลพวงของรัฐประหาร แต่อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ใช้ในขณะนี้ก็ผ่านการทำประชามติ และที่สำคัญรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ผ่านการใช้งาน และเคยผ่านการแก้ไขในระบบรัฐสภามาแล้ว คือการแก้ไขระบบการเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ และเคยมีความพยายามแก้ไข รธน.ในอีกหลายประเด็น เช่นทำลายระบบตรวจสอบเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต มาตรฐานจริยธรรม
ผมมองว่าที่ต้องการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะเขารู้ว่าหากแก้รายมาตรารายประเด็น ประชาชนจะคัดค้าน
ดังนั้นยืนยันว่าไม่เห็นด้วย ไม่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ใช้วิธีเสนอแก้รายมาตราแล้วบอกประชาชน มันแฟร์ ประชาชนเข้าใจ แต่หากใช้วิธีต้องการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ อย่าว่าแต่ประชาชนเลย แม้แต่พวกเรายังตามไม่ทันเลย มันยัดไส้ได้ เพราะรัฐธรรมนูญมีร่วมสองร้อยกว่ามาตรา มีนักการเมืองคนไหนที่อ่านทุกมาตราทั้งหมด ก็จะอ่านแต่ประเด็นที่เข้าใจและเกี่ยวข้อง และสิ่งที่นักการเมืองต้องการมากที่สุดก็คือ กลัวการถูกตรวจสอบ ก็เลยต้องการอยากจะรื้อ และยังจะไปพันกับการตัดสิทธิ์นักการเมืองกลุ่มหนึ่ง ที่ผมเชื่อว่าเขาต้องการคืนสิทธิ์ให้คนพวกนี้ และต้องการทำลายกระบวนการตรวจสอบนักการเมือง ให้นักการเมืองที่มีอำนาจสามารถทำอะไรได้ตามใจชอบมากขึ้น
"วันนี้พวกเทาเยอะ โจรเยอะ ดังนั้นมีโจรต้องมีเรา เพื่อให้เราไปปราบโจรในสภา" คือคำกล่าวปิดท้ายของ นพ.วรงค์ หัวหน้าพรรคไทยภักดี.