World Economic Forum: จากวิสัยทัศน์นักเศรษฐศาสตร์เยอรมัน สู่เวทีที่กำหนดทิศทางโลก | World Wide View
การประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum Annual Meeting (WEF AM) ที่กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–23 มกราคม 2569 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เวทีนี้เป็นหนึ่งในเวทีความร่วมมือระดับโลกที่ทรงอิทธิพลที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งผู้นำประเทศ ผู้บริหารบรรษัทข้ามชาติ นักลงทุน สถาบันการเงิน และองค์กรระหว่างประเทศ มารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีของโลก
การประชุมปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “A Spirit of Dialogue” หรือ “พลังของการเจรจา” ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญของ WEF ในฐานะพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ผู้มีบทบาทสำคัญของโลกได้หันหน้ามาพูดคุย ลดความขัดแย้ง และฟื้นฟูความไว้วางใจ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานและเศรษฐกิจดิจิทัล และความท้าทายต่าง ๆ
World Economic Forum ก่อตั้งขึ้นในปี 1971 โดย ศาสตราจารย์ Klaus Schwab นักเศรษฐศาสตร์ชาวเยอรมัน ผู้มีความเชื่อว่าความก้าวหน้าที่ยั่งยืนของโลกไม่อาจเกิดจากภาครัฐหรือภาคธุรกิจเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในสังคม แนวคิดนี้ได้พัฒนาเป็นหลักการ Multi-Stakeholder Cooperation ซึ่งกลายเป็นหัวใจของ WEF มาจนถึงปัจจุบัน
จากจุดเริ่มต้นในฐานะเวทีสัมมนาด้านการจัดการในยุโรป WEF เติบโตเป็นสถาบันระดับโลก และกลายเป็นศูนย์กลางเครือข่ายผู้นำในหลากหลายมิติ ศาสตราจารย์ Schwab ยังริเริ่มโครงการสำคัญ อาทิ Schwab Foundation for Social Entrepreneurship เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคม, Forum of Young Global Leaders ที่คัดเลือกผู้นำรุ่นใหม่จากทั่วโลก และ Global Shapers Community ซึ่งเป็นเครือข่ายคนรุ่นใหม่ในกว่า 450 เมือง ที่ทำงานเพื่อยกระดับชุมชนของตนเอง
ในเชิงความคิด ศาสตราจารย์ Schwab ยังเป็นผู้ผลักดันกรอบแนวคิดที่มีอิทธิพลต่อโลกธุรกิจและนโยบายสาธารณะอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น Stakeholder Capitalism ที่มองว่าธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เพียงผู้ถือหุ้น, แนวคิด Fourth Industrial Revolution ที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึง Corporate Global Citizenship ที่เน้นบทบาทขององค์กรในฐานะพลเมืองของโลก แม้เขาจะเกษียณจากบทบาทผู้นำ WEF ในปี 2025 แต่วิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงผู้นำจากทุกภาคส่วนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมยังคงเป็นเข็มทิศขององค์กร
สำหรับประเทศไทย WEF ไม่ใช่เพียงเวทีเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นช่องทางเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมประเทศเข้ากับกระแสเงินทุน เทคโนโลยี และทิศทางนโยบายโลก เพื่อยกระดับบทบาทจาก “ผู้ตาม” เป็น “ผู้ร่วมกำหนดวาระ” ในประเด็นสำคัญต่าง ๆ อย่างพลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาทุนมนุษย์ การกำหนดกติกาโลกสำหรับ Generative AI การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง การพัฒนาทักษะแรงงานแห่งอนาคต ตลอดจนความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการกับความท้าทายใหม่ ๆ อาทิ ความมั่นคงทางไซเบอร์และการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์
ในโลกที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในดาวอสย่อมสะท้อนกลับมาสู่ราคาพลังงาน การลงทุน เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เวทีอย่าง WEF จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นหนึ่งในกลไกที่กำลังหล่อหลอมอนาคตของโลกและชีวิตประจำวันของผู้คนทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทย