“ดร.กอบศักดิ์” ชี้ศาลสั่งเบรกภาษี แค่ทำทรัมป์ลำบากขึ้น แต่ไม่หยุด
อย่าเพิ่งดีใจ! ดร.กอบศักดิ์ ชี้คำสั่งศาลค้านภาษีทรัมป์แค่ทำให้ ลำบากขึ้นเล็กน้อย เผยยังมีหมัด Section 122 เดินหน้าเก็บภาษีใหม่ทันที เตือนไทยและคู่ค้าเตรียมรับมือพญาอินทรี
21 ก.พ. 69 - ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ และ ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ผ่านเฟสบุ๊ค ว่า สงครามการค้าโลก ยกที่ 2 ยังไม่จบ หลังศาลสูงสหรัฐมีคำตัดสิน ว่าที่ทำมา “เกินอำนาจ” “กฎหมายไม่รองรับ” President Trump ยังคงไม่ยอมแพ้
ประกาศมาตรการภาษีการค้ารอบใหม่ สวนทันที +10% Global Tariffs ภายใต้ Section 122 และ Tariffs เพิ่มเป็นรายอุตสาหกรรม ภายใต้ Section 301 ที่จะเริ่มสอบสวนประเทศต่างๆ แล้วทยอยออกมา
ทั้งหมด เพื่อปกป้องสหรัฐจาก Unfair Trading Practices และทดแทนภาษี Reciprocal Tariffs ที่หายไปจากคำตัดสิน
มาตามกันครับว่า ยก 2 จะแรงขึ้นแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ท่านประธานาธิบดี ไม่มีทางเลิกเรื่องนี้คำสั่งศาลที่ออกมา แค่ทำให้ท่านลำบากขึ้นอีกเล็กน้อย
นอกจากนี้ ประเทศที่เคยยอมมาแล้วก็อย่าดีใจ ไม่ต้องคิดฝันที่จะยกเลิกข้อตกลงที่ทำไว้กับสหรัฐทั้งหมดก็เพราะว่า ท่านประธานาธิบดีได้จดไว้หมดแล้ว ว่าใครยอมอะไร ยิ่งไปกว่านั้น อ้อยเข้าปากพญาอินทรีแล้ว คงยากจะไปดึงกลับมา เป็นกำลังใจให้กับทุกคน ทุกประเทศ
สำหรับ Section 122 ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า เป็นบทกฎหมายของสหรัฐอเมริกาที่ให้อำนาจประธานาธิบดี ขึ้นภาษีนำเข้าชั่วคราวทันที โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส ภายใต้เหตุผลด้าน “ดุลการชำระเงิน” (balance of payments) ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือ “ฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ” ที่เก่าและทรงพลังมากของสหรัฐ ใช้น้อยมาก แต่ในยุค Trump กลับถูกหยิบมาพูดถึงบ่อยในการออก “sweeping tariffs” ทั่วโลก
อำนาจที่ Section 122 ให้อย่างเป็นทางการ
ประธานาธิบดีสามารถทำได้
1.) ขึ้นภาษีนำเข้าทุกประเทศสูงสุด 15%
- ระยะเวลา สูงสุด 150 วัน (ประมาณ 5 เดือน)
2.) จำกัดปริมาณนำเข้า (quotas)
- จำกัดมูลค่า
- จำกัดปริมาณ
- จำกัดประเทศต้นทาง
- ะยะเวลา สูงสุด 150 วัน
ทั้งสองอย่างสามารถทำได้โดย ไม่ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินระดับ IEEPA และไม่ต้องผ่านสภาคองเกรสก่อน
เรียกง่าย ๆ Section 122 = Fast-track emergency tariffs (15% / 150 วัน) เพื่อแก้ปัญหาดุลการชำระเงิน (Balance-of-payments crisis)
เงื่อนไขสำคัญ : “Balance of Payments” Crisis
Section 122 ต่างจาก Section 232 (ความมั่นคง) และ IEEPA (เหตุฉุกเฉินด้านความมั่นคง) เพราะ Section 122 ต้องอ้างว่า
- ประเทศกำลังมีปัญหา ดุลการชำระเงินรุนแรง
- หรือมีการเกินดุล/ขาดดุลที่เป็นภัยต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ
นี่คือเหตุผลที่ใช้ยากในทางปฏิบัติ แต่ประธานาธิบดีสามารถ “ตีความกว้าง” ได้หากต้องการ
ที่มา : Facebook : กอบศักดิ์ ภูตระกูล