โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

"อีลอน มัสก์" เตรียมควบรวม SpaceX - xAI ผุดแผนปล่อยดาวเทียม 1 ล้านดวง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“อีลอน มัสก์” เตรียมควบรวม SpaceX - xAI ผุดแผนปล่อยดาวเทียม 1 ล้านดวง สร้างศูนย์ข้อมูล AI นอกโลก

ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาอีลอน มัสก์ ประกาศแผนบริษัท SpaceX และ xAI เตรียมควบรวมกิจการ พร้อมแผนปล่อยดาวเทียมราว 1 ล้านดวง เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในวงโคจรรอบโลก แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าอวกาศอาจเป็นทำเลที่ถูกที่สุดในการผลิตพลังประมวลผลภายในสามปีข้างหน้า
แม้ชื่อเสียงของอีลอน มัสก์จะทำให้หลายคนมองว่าเป็นคำประกาศเชิงการตลาด แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งยอมรับว่าแนวคิดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน หากต้นทุนการปล่อยจรวดลดลงต่อเนื่อง และความต้องการพลังงานของ AI บนโลกยังพุ่งสูง อย่างไรก็ตาม หากดำเนินการในระดับ 1 ล้านดวงจริง ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของวงโคจรต่ำอาจรุนแรงกว่าที่คาด

โมเดลธุรกิจศูนย์ข้อมูลบนฟ้า
ก่อนประกาศอย่างเป็นทางการ SpaceX ได้ยื่นเอกสารต่อ Federal Communications Commission เพื่อขออนุญาตจัดวางกลุ่มดาวเทียมใหม่ที่ระดับความสูง 500–2,000 กิโลเมตร ดาวเทียมเหล่านี้จะเชื่อมต่อกันด้วยลิงก์เลเซอร์ และทำงานร่วมกับเครือข่าย Starlink
โดยบริษัทเสนอใช้วงโคจรแบบซิงโครนัสกับดวงอาทิตย์ หรือ Sun-synchronous orbit ซึ่งเป็นวงโคจรที่ทำให้ดาวเทียมผ่านพื้นที่เดิมของโลกในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน และมักเคลื่อนที่ใกล้เส้นแบ่งกลางวัน-กลางคืน ทำให้แผงโซลาร์เซลล์รับแสงได้เกือบตลอดเวลา ข้อได้เปรียบคือไม่มีเมฆหรือบรรยากาศบดบังแสงอาทิตย์ ต่างจากศูนย์ข้อมูลบนโลกที่ต้องพึ่งโครงข่ายไฟฟ้าและระบบทำความเย็นขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม แผนนี้เน้นงาน inference หรือการประมวลผลคำสั่งหลังโมเดลถูกฝึกเสร็จแล้ว ไม่ใช่การเทรนโมเดลขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการการประสานงานของชิปจำนวนมหาศาลแบบเรียลไทม์ นักวิชาการจำนวนหนึ่งมองว่าการฝึก AI ในอวกาศอาจซับซ้อนเกินไปในเชิงโครงสร้างเครือข่าย
ความร้อนในสุญญากาศ ปัญหาที่มองไม่เห็น
สกอตต์ แมนลีย์ (Scott Manley) ยูทูบเบอร์สายอวกาศและอดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ศึกษาฟิสิกส์เชิงคำนวณและดาราศาสตร์ แม้อวกาศจะมีอุณหภูมิติดลบหลายร้อยองศาฟาเรนไฮต์ แต่ในสภาพเกือบสุญญากาศ ความร้อนระบายได้ด้วยการแผ่รังสีเท่านั้น ไม่สามารถใช้การพาความร้อนเหมือนบนโลกได้ อุปกรณ์อย่าง GPU ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลกราฟิกที่ใช้คำนวณ AI สร้างความร้อนมหาศาล
สกอตต์ แมนลีย์ ชี้ว่า Starlink รุ่น V3 มีแผงโซลาร์เซลล์ราว 30 ตารางเมตร และมีระบบจัดการความร้อนระดับหนึ่งแล้ว แต่ดาวเทียมที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลเต็มรูปแบบจะสร้างความร้อนมากกว่าหลายเท่า ด้าน แอนดรูว์ แมคคาลิป วิศวกรอวกาศที่ศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของศูนย์ข้อมูลวงโคจร มองว่าระบบเหล่านี้อาจต้องใช้แนวคิดการใช้งานจนเสียแล้วปล่อยไหม้กลับชั้นบรรยากาศ เพราะการซ่อมแซมในอวกาศแทบเป็นไปไม่ได้
รังสีคอสมิกกับชิปยุค 3 นาโนเมตร
เบนจามิน ลี (Benjamin Lee) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ รังสีคอสมิก อนุภาคพลังงานสูงในอวกาศนั้นอาจสามารถทำให้เกิดการพลิกค่าบิตจาก 0 เป็น 1 ของคอมพิวเตอร์โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งกระทบความถูกต้องของข้อมูล ชิปสมัยใหม่ใช้ทรานซิสเตอร์ขนาดเล็กมาก ระดับไม่กี่นาโนเมตร ยิ่งเล็กยิ่งไวต่อรังสี
เบนจามิน ลี อธิบายว่าประจุไฟฟ้าที่ใช้แทนค่า 1 มีปริมาณลดลงตามขนาดทรานซิสเตอร์ ทำให้เสี่ยงต่อการรบกวน งานทดลองของกูเกิลภายใต้ Project Suncatcher ยิงลำโปรตอนใส่ชิป Trillium TPU และพบว่าทนรังสีได้ดีเกินคาด แต่ยังไม่มีใครรู้ว่า GPU เชิงพาณิชย์จำนวนหลายแสนตัวในอวกาศจะมีอัตราความเสียหายเท่าใด
นอกจากนี้ แอนดรูว์ แมคคาลิป (Andrew McCalip) วิศวกรอวกาศที่วิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ยังได้อ้างงานศึกษาของ Meta หลังเปิดตัว Llama 3 ซึ่งพบอัตราความล้มเหลวของฮาร์ดแวร์บนโลกประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ แต่ในอวกาศ ตัวเลขอาจแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ และถือเป็นความไม่แน่นอนหลักของโมเดลธุรกิจนี้
เงา Kessler Syndrome
ในปี 1978 นักวิทยาศาสตร์ของ NASA เสนอแนวคิด Kessler syndrome คือ สถานการณ์ที่เศษซากอวกาศหนาแน่นจนเกิดการชนต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ปัจจุบันมีวัตถุในวงโคจรตั้งแต่ราว 15,600 ถึง 45,000 ชิ้นตามการประเมินต่างแหล่ง แต่ตัวเลขดังกล่าวยังห่างไกลจาก 1 ล้านดวงที่เสนอ
แอรอน โบลีย์ (Aaron Boley) ศาสตราจารย์ฟิสิกส์และดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ระบุว่าพื้นที่เหนือ 700 กิโลเมตรเริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง หากเกิดการชนใหญ่ เศษซากอาจใช้เวลาหลายปีถึงทศวรรษกว่าจะเผาไหม้กลับสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลต่อภารกิจสื่อสารและติดตามสภาพภูมิอากาศทั่วโลก
ผลกระทบต่อบรรยากาศและท้องฟ้ายามค่ำ
อีลอน มัสก์ประเมินว่าอาจเพิ่มกำลังประมวลผล 100 กิกะวัตต์ต่อปี หากปล่อยดาวเทียมน้ำหนักรวม 1 ล้านตันต่อปี แมคคาลิปคำนวณว่าการสร้างกำลัง 100 กิกะวัตต์ต้องใช้เที่ยวบิน Starship ราว 25,000 เที่ยว
โลหะอย่างอะลูมิเนียม แมกนีเซียม และลิเทียมจากดาวเทียม เมื่อรวมกับไอเสียจรวด อาจส่งผลต่อการก่อตัวของเมฆขั้วโลกและเร่งปฏิกิริยาทำลายโอโซน โบลีย์ยอมรับว่าโลกยังไม่เข้าใจผลกระทบระยะยาวในระดับดังกล่าวอย่างชัดเจน
ในเชิงทัศนวิสัย ดาวเทียมรุ่นใหม่ของ Starlink มีน้ำหนักสูงสุดราว 2,000 กิโลกรัม เพิ่มจากรุ่น V2 Mini ที่ราว 575 กิโลกรัม หากกลุ่ม AI constellation มีขนาดใหญ่กว่า ความสว่างบนท้องฟ้ายามค่ำอาจรบกวนหอดูดาวภาคพื้นดินอย่างมีนัยสำคัญ นักดาราศาสตร์บางรายเปรียบเทียบว่าอาจเหมือนอยู่ใกล้สนามบินที่เห็นวัตถุบินผ่านหลังพระอาทิตย์ตกทุกคืน

แผนปล่อยดาวเทียม 1 ล้านดวงของอีลอน มัสก์ อาจเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม AI หากอวกาศกลายเป็นแหล่งพลังประมวลผลต้นทุนต่ำตามที่คาดหวัง แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศเตือนตรงกันว่า ขนาดของโครงการคือปัจจัยชี้ขาด ไม่ว่าจะเป็นความร้อนในสุญญากาศ ความเสี่ยงจากรังสีคอสมิก อัตราการเสื่อมสภาพของฮาร์ดแวร์ ปัญหาเศษซากอวกาศตามแนวคิด Kessler syndrome หรือผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศและท้องฟ้ายามค่ำ คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเทคโนโลยีนี้ทำได้หรือไม่ แต่คือมนุษยชาติพร้อมรับความเสี่ยงระดับดาวเคราะห์เพื่อแลกกับความเร็วของ AI หรือยัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...