ทรัมป์เซ็นคำสั่งเก็บภาษีศุลกากร 10% ทั่วโลก สวนมติศาลสูงสุด
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
นิวยอร์ก, 21 ก.พ. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล (Truth Social) เกี่ยวกับการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อกำหนดการจัดเก็บภาษีศุลกากรร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ หลังจากศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ลงมติด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ว่านโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) นั้นมิชอบด้วยกฎหมาย
ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ระบุว่าการตีความกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของฝ่ายบริหารภายใต้การนำของทรัมป์นั้นก้าวล่วงอำนาจของสภาคองเกรสหรือรัฐสภาสหรัฐฯ และละเมิด “หลักคำถามสำคัญ” (major questions’ doctrine) ซึ่งกำหนดให้การดำเนินการใดๆ ที่มีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างมากของฝ่ายบริหารจะต้องได้รับอนุญาตจากสภาคองเกรสอย่างชัดเจนเสียก่อน
จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลสูงสุดของสหรัฐฯ เป็นผู้แถลงความเห็นของศาล ซึ่งระบุว่าประธานาธิบดีต้องบ่งชี้อำนาจของสภาคองเกรสที่ชัดเจนในการกล่าวอ้างสิทธิอำนาจพิเศษเพื่อกำหนดการจัดเก็บภาษีศุลกากร ทว่าคำวินิจฉัยของศาลไม่ได้ระบุว่าภาษีศุลกากรที่จัดเก็บด้วยอัตราสูงกว่าปกติแล้วนั้นจะถูกมอบคืนหรือไม่ ส่วนผู้พิพากษาที่เห็นแย้ง 3 คน ได้แก่ คลาเรนซ์ โธมัส, แซมมวล อาลิโต และเบรตต์ คาวานอห์
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ใช้มาตรา 232 ของกฎหมายการขยายการค้า ปี 1962 เพื่อกำหนดการจัดเก็บภาษีศุลกากรกับโลหะและอะลูมิเนียมนำเข้า โดยอ้างอิงเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ