โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์เซ็นคำสั่งเก็บภาษีศุลกากร 10% ทั่วโลก สวนมติศาลสูงสุด

Xinhua

อัพเดต 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.28 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 25 พ.ย. 2025)

นิวยอร์ก, 21 ก.พ. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล (Truth Social) เกี่ยวกับการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อกำหนดการจัดเก็บภาษีศุลกากรร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ หลังจากศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ลงมติด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ว่านโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) นั้นมิชอบด้วยกฎหมาย

ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ระบุว่าการตีความกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของฝ่ายบริหารภายใต้การนำของทรัมป์นั้นก้าวล่วงอำนาจของสภาคองเกรสหรือรัฐสภาสหรัฐฯ และละเมิด “หลักคำถามสำคัญ” (major questions’ doctrine) ซึ่งกำหนดให้การดำเนินการใดๆ ที่มีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างมากของฝ่ายบริหารจะต้องได้รับอนุญาตจากสภาคองเกรสอย่างชัดเจนเสียก่อน

จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลสูงสุดของสหรัฐฯ เป็นผู้แถลงความเห็นของศาล ซึ่งระบุว่าประธานาธิบดีต้องบ่งชี้อำนาจของสภาคองเกรสที่ชัดเจนในการกล่าวอ้างสิทธิอำนาจพิเศษเพื่อกำหนดการจัดเก็บภาษีศุลกากร ทว่าคำวินิจฉัยของศาลไม่ได้ระบุว่าภาษีศุลกากรที่จัดเก็บด้วยอัตราสูงกว่าปกติแล้วนั้นจะถูกมอบคืนหรือไม่ ส่วนผู้พิพากษาที่เห็นแย้ง 3 คน ได้แก่ คลาเรนซ์ โธมัส, แซมมวล อาลิโต และเบรตต์ คาวานอห์

ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ใช้มาตรา 232 ของกฎหมายการขยายการค้า ปี 1962 เพื่อกำหนดการจัดเก็บภาษีศุลกากรกับโลหะและอะลูมิเนียมนำเข้า โดยอ้างอิงเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ

  • 2871cb76bda53ac16ce35f420113fc54
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...