โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าวขณะความปั่นป่วนแผ่ลาม หลังศาลสูงสุดตัดสิน‘ภาษีศุลกากรโหด’ของเขาเป็น‘โมฆะ’

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/02/trump-imposes-blanket-15-tariffs-as-post-ruling-turmoil-spreads/)

Trump imposes blanket 15% tariffs as post-ruling turmoil spreads

by Felicity Deane

22/02/2026

คำตัดสินของศาลสูงสุดทำให้เกิดความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ทรัมป์ประกาศใช้อำนาจตามกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ที่เปิดทางให้เขาขึ้นภาษีศุลกากรได้สูงสุดไม่เกิน 15% แต่จะใช้บังคับได้ไม่เกิน 150 วัน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รีบออกมาประกาศเมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) ว่า สหรัฐฯจะเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรพื้นฐาน (baseline tariffs) [1] ที่จัดเก็บเอากับสินค้านำเข้าจากทุกๆ ประเทศ ไปอยู่ที่ 15% ขณะที่ผลกระทบเชิงลบยังคงหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง จากคำตัดสินที่เป็นเหมือนกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของศาลสูงสุดอเมริกัน [2] ในวันเดียวกัน

เมื่อเดือนเมษายนปี 2025 นอกจากภาษีศุลกากรพื้นฐานอัตรา 10% ดังกล่าวแล้ว ทรัมป์ยังได้ประกาศจัดเก็บ “ภาษีศุลกากรเพื่อการตอบโต้” (reciprocal tariffs) เอากับสินค้านำเข้าของแทบจะทุกประเทศในอัตราต่างๆ กัน โดยที่เขาระบุอ้างอิงอำนาจจากรัฐบัญญัติฉบับหนึ่งซึ่งให้อำนาจฉุกเฉินแก่ประธานาธิบดีในเวลาที่ประเทศเผชิญภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ [3] ทว่าศาลสูงสุดตัดสิน [4] ในวันศุกร์ (20 ก.พ.) ว่ากฎหมายนี้ไม่ได้ให้อำนาจเขากระทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้

ขณะออกมาแถลง [5] ภายหลังการตัดสิน ทรัมป์ได้กล่าววาจาต่อว่าต่อขานคณะผู้พิพากษาของศาลสูงสุด เขาเรียกผู้พิพากษา 3 คนซึ่งได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้ในสมัยของประธานาธิบดีซึ่งมาจากพรรคเดโมแครต และคราวนี้ต่างยกมือคัดค้านการขึ้นภาษีศุลกากรนี้โดยถ้วนหน้า ว่าเป็น “ความอัปยศของประเทศชาติ”

เขากล่าวด้วยว่า เขารู้สึก “อับอาย” [6] กับผู้พิพากษาอีก 3 คนของศาลแห่งนี้ ที่ได้รับเสนอชื่อแต่งตั้งในสมัยของประธานาธิบดีซึ่งสังกัดพรรครีพับลิกัน และเขาพิจารณาว่าเป็นพวกมีแนวความคิดสายอนุรักษนิยม ทว่ากลับมาออกเสียงคัดค้านการใช้อำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจของเขาด้วยเช่นกัน

คำแถลงคราวนี้ของทรัมป์ระคนไปด้วยคำพูดดูถูกดูหมิ่นและการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม เขายอมรับเหมือนกันว่าการที่เขาเลือกใช้อำนาจตามรัฐบัญญัติอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจเช่นนี้ เนื่องจากพยายามทำ “สิ่งต่างๆ ให้ออกมาง่ายๆ” เขากล่าวต่อไปว่าแท้ที่จริงแล้วเขายังมีทางเลือกอื่นๆ อีกหลายทาง เพียงแต่ว่าวิธีเหล่านั้นจะต้องใช้เวลามากขึ้น ตรงนี้คือส่วนหนึ่งในคำแถลงของเขาคราวนี้ซึ่งมีความถูกต้องตามความเป็นจริง [7]

ขณะที่วาระทางการค้าแบบสร้างความเปลี่ยนแปลงมากมายใหญ่โตของเขา กำลังถูกหลายฝ่ายมองดูด้วยสายตาสงสัยข้องใจว่ามันจะเหลือเวลามีชีวิตอยู่ได้อีกกี่มากน้อย รวมทั้งคำถามราคาระดับหลักแสนล้านดอลลาร์ [8] ในเรื่องที่ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรในการจ่ายคืนเงินภาษีที่จัดเก็บมาแล้วในระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ก็ขยับใกล้ถึงเวลาที่จะต้องให้คำตอบอย่างเลี่ยงไม่พ้นยิ่งขึ้นทุกที ในสภาวการณ์เช่นนี้ ทรัมป์อาจจะทำอะไรได้บ้างนับจากนี้? ต่อไปนี้คือสิ่งที่เขาอาจจะพิจารณานำมาใช้ และทั่วโลกสมควรเตรียมตัวรับมือ

วิ่งวุ่นมองหาทางเลือก

อัตรา 15% ที่ทรัมป์รีบประกาศออกมาใหม่ภายหลังคำตัดสินของศาลสูงสุด เป็นการเพิ่มขึ้นจากอัตราภาษีศุลกากรพื้นฐาน 10% [9] ซึ่งเดิมทรัมป์เรียกเก็บจากทั่วโลกโดยอ้างกฎหมายอำนาจฉุกเฉิน แต่สำหรับในคราวนี้เขาอ้างอิงอำนาจจากกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง [10] (นั่นคือ มาตรา 122 ของรัฐบัญญัติการค้าปี 1974 section 122 of the Trade Act of 1974 - ผู้แปล)

มาตรานี้ของกฎหมายฉบับดังกล่าว ยังไม่เคยถูกนำมาใช้เลย [11] อย่างไรก็ดี เนื้อหาของมาตรานี้ดูเหมือนมีความชัดเจนว่า อนุญาตให้ประธานาธิบดีประกาศบังคับเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราไม่เกิน 15% และบังคับใช้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน

ทรัมป์ได้พูดเอาไว้ [12] ว่า ระหว่างเวลา 150 วันหรือราวๆ 5 เดือนนี้ คณะบริหารของเขาจะดำเนินการสอบสวนโดยใช้อีกส่วนหนึ่งของกฎหมายนี้ นั่นคือ มาตรา 301 ของรัฐบัญญัติการค้าปี 1974 (section 301 of the Trade Act of 1974) [12]

มาตราหลังนี้อนุญาตให้ประธานาธิบดีบังคับเก็บภาษีศุลกากรในการตอบโต้พวกประเทศอื่นที่ล่วงละเมิดสิทธิต่างๆ ของสหรัฐฯภายใต้ข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ หรือว่าได้สร้างภาระหรือได้จำกัดบีบรัดการพาณิชย์ของสหรัฐฯ ด้วยวิธีการที่ “ไม่มีความชอบธรรม”, “ไม่มีเหตุผล”, หรือ “มีลักษณะเลือกปฏิบัติ” ทว่า ก่อนที่ประธานาธิบดีจะใช้อำนาจดังกล่าวได้ จำเป็นจะต้องกระทำตามขั้นตอนต่างๆ เสียก่อน

กระบวนการเพื่อใช้กฎหมายนี้ มีการกำหนดเอาไว้อย่างละเอียดและไม่สามารถลบล้างได้ ดังนั้น จึงอาจจะต้องใช้เวลากันเป็นปีๆ หรือใช้ทรัพยากรต่างๆ จำนวนมหาศาล ถึงจะสามารถกำหนดอัตราภาษีศุลกากรออกมาในลักษณะใกล้เคียงกับภาษีศุลกากรที่ทรัมป์ประกาศในวันที่ 2 เมษายน 2025 ซึ่งเขาขนานนามว่า เป็น “วันปลดแอก” (Liberation Day)

อย่างน้อยที่สุด มาตรา 301 นี้ก็กำหนดให้ต้องหารือ [13] กับพวกประเทศที่สินค้าของพวกเขาจะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ มาตรา 301 ได้เคยถูกนำมาใช้เพื่อบังคับเก็บภาษีศุลกากรจากจีน ภายหลังการสอบสวน [14] ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (United States Trade Representative) ในปี 2018

ทางเลือกอื่นๆ

เส้นทางอีกสายหนึ่งสำหรับประธานาธิบดีจะนำมาใช้ โดยสามารถหลีกเลี่ยงไม่ต้องไปขออนุญาตรัฐสภาก่อน ก็คือ การใช้มาตราพิเศษ [15] ของกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ได้แก่ มาตรา 232 ของรัฐบัญญัติการขยายการค้าปี 1962 (Section 232 of the Trade Expansion Act of 1962) ซึ่งมุ่งบังคับใช้เอากับภาคส่วนเศรษฐกิจบางภาคส่วนอย่างเฉพาะเจาะจง

นี่คืออำนาจที่ทางการสหรัฐฯได้อ้างเอามาใช้เพื่อบังคับจัดเก็บภาษีศุลกากรจากสินค้าหมวดเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม [16] ในสมัยคณะบริหารทรัมป์สมัยแรกเมื่อปี 2018

อย่างไรก็ดี มันไม่สามารถนำมาใช้เพื่อการจัดเก็บภาษีศุลกากรอย่างกว้างขวางครอบคลุมสินค้านำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด มาตรานี้เขียนเอาไว้ชัดเจนว่าต้องใช้กับผลิตภัณฑ์เฉพาะหมวดเฉพาะประเภทอย่างเป็นการทั่วไปทั้งหมวดทั้งประเภทนั้นๆ อีกทั้งยังกำหนดให้ต้องมีการสอบสวน เพื่อความชัดเจนว่าเกิดพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติขึ้นมาจริง

ที่ผ่านมา การนำมาตรานี้มาใช้บังคับจัดเก็บภาษีศุลกากรเอากับเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมนำเข้า ก็ถูกท้าทายคัดค้านจากพวกคู่ค้าของสหรัฐฯหลายราย โดยยื่นเรื่องต่อองค์การการค้าโลก (World Trade Organization หรือ WTO) และคณะกรรมการของผู้เชี่ยวชาญ WTO คณะหนึ่งได้ตัดสินออกมาแล้วว่า ในคดีนี้สหรัฐฯใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงแห่งชาติเพื่อการยกเว้นพิเศษไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ปกติอย่างไม่ถูกต้อง [17]

แต่ถึงแม้ถูกวินิจฉัยว่ามีการละเมิดทำไม่ถูกต้องตามกฎของ WTO เช่นนี้แล้ว ทรัมป์ก็กลับบอกว่า เขาไม่ถูกผูกพันให้ต้องทำตามกฎหมายระหว่างประเทศแต่อย่างใด [18]

คำถามเกี่ยวกับการคืนเงินภาษีที่จัดเก็บมาแล้ว

คำตัดสิน [19] เมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) ของศาลสูงสุดสหรัฐฯ หมายความว่า ภาษีศุลกากรทั้งหมดที่ประกาศใช้โดยอาศัยอำนาจกฎหมายที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “รัฐบัญญัติอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ” (International Emergency Economic Powers Act หรือ IEEPA) [20] เป็นการเรียกเก็บอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ถ้าหากต้องคืนเงินภาษีทั้งหมดที่รัฐบาลสหรัฐฯเรียกเก็บมาแล้วในตลอดช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ประมาณการ [21] กันว่าเงินที่ต้องคืนอาจจะอยู่ที่ประมาณ 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯทีเดียว

เรื่องซึ่งทำให้ทรัมป์รู้สึกหงุดหงิดผิดหวังมาก ได้แก่การที่คำตัดสินของศาลสูงสุดคราวนี้ไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจนใดๆ เลย ในเรื่องกระบวนการสำหรับการคืนเงินภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บมาอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายนี้

การนิ่งเงียบในจุดนี้ ซึ่งทำเอาทรัมป์ออกมา [22] ประณามการตัดสินคราวนี้ว่า “เลวร้าย” และ “บกพร่องพิกลพิการ” อาจจะเนื่องจากเหตุผลที่ว่า เรื่องนี้ควรจะดำเนินการโดยศาลอื่นๆ

ย้อนหลังกลับไปในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (US Court of International Trade) ได้แถลงเน้นย้ำ [23] ว่า ถ้าหากในที่สุดแล้วศาลสูงสุดตัดสินว่ามันผิดกฎหมาย พวกเขาสมควรที่จะเป็นผู้ใช้อำนาจในเรื่องการชำระบัญชีและการชำระเงินคืนภาษีศุลกากรที่มีการจัดเก็บกันอย่างกว้างขวางนี้

แต่ขณะที่อะไรๆ ยังไม่มีความชัดเจนนี้เอง บริษัทใหญ่ๆ จำนวนมากก็ได้มีการคาดการณ์กันไว้แล้วว่าคำตัดสินอาจจะออกมาในรูปนี้ และได้ลงมือกระทำการเพื่อให้เป็นฝ่ายได้เปรียบ ตัวอย่างเช่น เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน กิจการค้าปลีกรายยักษ์อย่างบริษัท คอสต์โค (Costco) ได้ยื่นฟ้องร้องคณะบริหารทรัมป์ เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะได้รับเงินคืนภาษีศุลกากรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย [24] ในกรณีที่ศาลสูงสุดประกาศว่ามันเป็นมาตรการที่ผิดกฎหมาย

ในช่วงปลายเดือนธันวาคม เมื่อเผชิญกับกระแสการยื่นฟ้องร้องในคดีทำนองเดียวกันนี้จนท่วมท้น ศาลการค้าระหว่างประเทศถึงขนาดต้องระงับการรับฟ้องคดีทุกคดีที่บริษัทต่างๆ ฟ้องร้องเรียกเงินคืนจากภาษีศุลกากรตามกฎหมาย IEEPA เป็นการชั่วคราว [25] โดยขอให้รอจนกว่าจะมีการตัดสินของศาลสูงสุดเสียก่อน

การคืนภาษีอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ตรงไปตรงมา

ผู้นำเข้าบางรายโต้แย้งโดยอ้างเหตุผลว่า เนื่องจากการจ่ายภาษีศุลกากรนี้ เป็นการจ่ายตามรายการสินค้าแต่ละรายการอยู่แล้ว ดังนั้น การรับเงินคืนจึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลย [26]

แต่กระบวนการในการคืนภาษีนี้อาจจะไม่ใช่ง่ายๆ ตรงไปตรงมาอย่างที่มันสมควรจะเป็นก็ได้ ตัวทรัมป์เองระบุ [27] ว่า พวกเขาอาจจะต้อง “อยู่ในศาลในช่วงเวลาตลอด 5 ปีข้างหน้า” ทีเดียว

สำหรับออสเตรเลียนั้น อัตรา 10% ที่ถูกเรียกเก็บก่อนหน้านี้ ถือว่าต่ำกว่านักหนาเมื่อเปรียบเทียบกับชาติอื่นๆ จำนวนมาก และเวลานี้เมื่อถูกปรับสูงขึ้นเป็น 15% จึงเท่ากับว่าสนามแข่งขันได้ถูกปรับให้ราบเรียบเสมอกับกับประเทศอื่นๆ มากขึ้น –อย่างน้อยที่สุดก็ในช่วงระยะเวลา 150 วันต่อจากนี้ไป

พวกผู้ส่งออกของออสเตรเลียไม่ได้เป็นผู้จ่ายภาษีศุลกากรเหล่านี้ด้วยตนเองโดยตรง [28] แต่พวกเขาอาจถูกกดดันให้ต้องยอมดูดซับค่าใช้จ่ายนี้ไปบางส่วน และดังนั้นมันจึงยังทำให้สินค้านำเข้าของพวกเขามีความสามารถในการแข่งขันลดน้อยลงในตลาดสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าผู้ส่งออกออสเตรเลียทุกๆ รายต่างอยู่ในฐานะอย่างเดียวกันนี้ ประกาศที่ออกมาโดยทำเนียบขาวมีการระบุรายการสินค้านำเข้าบางประเภทที่จะได้รับการยกเว้น [29] ไม่ถูกเรียกภาษีสูงขึ้น เป็นต้นว่า เนื้อวัว, แร่ธาตุสำคัญยิ่งยวด, ผลิตภัณฑ์พลังงาน, และยาเวชภัณฑ์

ระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) ภายหลังคำตัดสินของศาลสูงสุด ทรัมป์กล่าว [30] ว่า “ความแน่นอนชัดเจนอันยิ่งใหญ่” ได้ถูกนำกลับคืนมาสู่สหรัฐฯและทั่วโลกแล้ว อย่างไรก็ตาม ความจริงดูจะเป็นตรงกันข้าม ความไม่แน่ไม่นอนยังคงห่างไกลนักจากจุดสิ้นสุด

เฟลิซิตี ดีน เป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายการค้าและภาษีอากร อยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนสแลนด์, ออสเตรเลีย

ข้อเขียนนี้มาจากเว็บไซต์ เดอะ คอนเวอร์เซชั่น https://theconversation.com/ โดยสามารถติดตามอ่านข้อเขียนดั้งเดิมชิ้นนี้ได้ที่ https://theconversation.com/trump-hikes-global-tariffs-to-15-as-the-fallout-from-supreme-court-loss-continues-273105

เชิงอรรถ

[1] https://www.whitehouse.gov/presidential-actions/2026/02/imposing-a-temporary-import-surcharge-to-address-fundamental-international-payments-problems/

[2] https://theconversation.com/supreme-court-rules-against-trumps-emergency-tariffs-but-leaves-key-questions-unanswered-276561

[3] https://www.nytimes.com/2026/02/20/us/politics/what-is-ieepa-trump-tariffs.html

[4] https://www.supremecourt.gov/opinions/25pdf/24-1287_4gcj.pdf

[5] https://www.whitehouse.gov/videos/president-trump-delivers-remarks-feb-20-2026/

[6] https://news.bloomberglaw.com/us-law-week/trump-ashamed-of-conservative-justices-who-struck-down-tariffs

[7] https://www.congress.gov/crs-product/R48435

[8] https://www.reuters.com/world/us-tariff-revenue-risk-supreme-court-ruling-tops-175-billion-penn-wharton-2026-02-20/

[9] https://www.whitehouse.gov/fact-sheets/2026/02/fact-sheet-president-donald-j-trump-imposes-a-temporary-import-duty-to-address-fundamental-international-payment-problems/

[10] https://www.axios.com/2026/02/20/trump-tariff-plan-section-122-trade-act https://www.axios.com/2026/02/20/trump-tariff-plan-section-122-trade-act

[11] https://www.congress.gov/crs-product/R48435

[12] https://www.reuters.com/world/china/trump-orders-temporary-10-global-tariff-replace-duties-struck-down-by-us-supreme-2026-02-20/

[13] https://www.congress.gov/crs-product/IF11346

[14] https://ustr.gov/sites/default/files/Section%20301%20FINAL.PDF

[15] https://www.congress.gov/crs-product/IF13006

[16] https://www.whitehouse.gov/fact-sheets/2025/02/fact-sheet-president-donald-j-trump-restores-section-232-tariffs/

[17] https://www.wto.org/english/tratop_e/dispu_e/564r_e.pdf

[18] https://www.theguardian.com/us-news/2026/jan/08/trump-power-international-law

[19] https://www.supremecourt.gov/opinions/25pdf/24-1287_4gcj.pdf

[20] https://www.nytimes.com/2026/02/20/us/politics/what-is-ieepa-trump-tariffs.html

[21] https://www.reuters.com/world/us-tariff-revenue-risk-supreme-court-ruling-tops-175-billion-penn-wharton-2026-02-20/

[22] https://www.nbcnews.com/politics/supreme-court/live-blog/-trump-tariffs-ruling-supreme-court-live-updates-rcna252655#:%7E:text=Trump%20suggested%20that,next%20five%20years.%22

[23] https://www.cit.uscourts.gov/sites/cit/files/25-154.pdf

[24] https://www.bbc.com/news/articles/c3r78peyzzlo

[25] https://www.cit.uscourts.gov/sites/cit/files/Administrative%20Order%2025-02.pdf

[26] https://www.cnbc.com/2025/11/11/trump-tariffs-trade-supreme-court-repayment.html

[27] https://www.nbcnews.com/politics/supreme-court/live-blog/-trump-tariffs-ruling-supreme-court-live-updates-rcna252655#:%7E:text=Trump%20suggested%20that,next%20five%20years.%22

[28] https://theconversation.com/tariffs-101-what-they-are-who-pays-them-and-why-they-matter-now-271576

[29] https://www.whitehouse.gov/presidential-actions/2026/02/imposing-a-temporary-import-surcharge-to-address-fundamental-international-payments-problems/

[30] https://www.cbsnews.com/live-updates/trump-tariffs-supreme-court-press-conference/#:%7E:text=Trump%20says%20%22great%20certainty%20has,now%20the%20strongest%20by%20far.%22

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...