โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

NEC ประเทศไทย รุกตลาดซิงโครไนซ์เวลา หนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

Khaosod

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) ประกาศขยายธุรกิจโซลูชัน Time Synchronization ตอบโจทย์อุตสาหกรรมการบิน พลังงาน และโทรคมนาคม ชูจุดแข็งความแม่นยำระดับนาโนวินาที ลดความเสี่ยงจากสัญญาณดาวเทียมขัดข้อง เสริมความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทยและอาเซียน

นายอิชิโร คุริฮาระ ประธาน บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (NEC) เปิดเผยว่าบริษัทได้เดินหน้ารุกตลาดโซลูชันสอบเทียบเวลา (Time Synchronization) อย่างจริงจัง เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคดิจิทัลที่ต้องอาศัยความแม่นยำของเวลาเป็นหัวใจสำคัญของระบบ โดยมุ่งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง อาทิ การบิน สาธารณูปโภคด้านพลังงาน และโทรคมนาคม

ทั้งนี้เทคโนโลยีซิงโครไนซ์เวลากำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ไม่เพียงเฉพาะภาคโทรคมนาคม แต่ยังครอบคลุมถึงบริการสาธารณะ สาธารณสุข ระบบขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เนื่องจากระบบเครือข่ายและอุปกรณ์จำนวนมากต้องทำงานประสานกันแบบเรียลไทม์ ความแม่นยำของเวลาจึงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อความปลอดภัย เสถียรภาพ และประสิทธิภาพของทั้งระบบ

ในยุค Digital Transformation ระบบโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายขนส่ง สมาร์ทกริด ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือเครือข่ายสื่อสารเคลื่อนที่ ต่างต้องอาศัยสัญญาณเวลาและตำแหน่งจากระบบดาวเทียมนำทาง หรือ GNSS อย่างไรก็ตาม สัญญาณ GNSS มีความเสี่ยงต่อการถูกรบกวนหรือขัดข้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบที่เชื่อมโยงกัน หากเกิดการหยุดชะงักแม้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ

NEC จึงพัฒนาโซลูชันซิงโครไนซ์เวลาที่มีความแม่นยำระดับนาโนวินาที หรือค่าคลาดเคลื่อนเพียงหนึ่งในพันล้านวินาที เพื่อรักษาเสถียรภาพของเวลาในเครือข่าย แม้ในกรณีที่สัญญาณจากดาวเทียมไม่เสถียร ช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของบริการ และป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นเป็นลูกโซ่

ในประเทศไทย NEC ได้ติดตั้งระบบ Master Clock Time Synchronization ให้กับเครือข่ายรถไฟฟ้า โดยกระจายสัญญาณเวลาที่แม่นยำไปยังระบบย่อยสำคัญ เช่น ระบบสื่อสาร สัญญาณรถไฟ ระบบข้อมูลผู้โดยสาร ระบบจัดเก็บค่าโดยสาร ระบบความปลอดภัย และ SCADA ซึ่งการซิงโครไนซ์เวลาที่ถูกต้องในแต่ละระบบมีความสำคัญต่อความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการเดินรถ

นอกจากนี้ NEC ยังให้บริการโซลูชันซิงโครไนซ์เวลาในระบบควบคุมจราจรทางอากาศของสนามบินพาณิชย์หลายแห่งทั่วประเทศ เพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการเที่ยวบิน และในภาคพลังงาน บริษัทได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปสนับสนุนระบบสมาร์ทกริด เพื่อเสริมเสถียรภาพการจ่ายไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงข่ายไฟฟ้าขั้นสูง

ขณะเดียวกัน NEC ประเทศไทยยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค สนับสนุนผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศเพื่อนบ้านของอาเซียน โดยผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเลือกใช้โซลูชันของ NEC เพื่อซิงโครไนซ์เวลาของสถานีฐานให้สอดคล้องกันอย่างแม่นยำ ช่วยยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของบริการสื่อสาร

นายคุริฮาระ ย้ำว่าความสำเร็จของ NEC ส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีอย่าง ADTRAN รวมถึงความเชี่ยวชาญในการออกแบบ ติดตั้ง และบูรณาการระบบเครือข่ายให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานในแต่ละประเทศ

NEC ระบุว่า จุดแข็งของโซลูชัน Time Synchronization อยู่ที่ความแม่นยำระดับนาโนวินาที ความยืดหยุ่นของระบบ และการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระยะยาว สอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความทนทาน ทำงานแบบเรียลไทม์ และมีความมั่นคงปลอดภัยสูง

การรุกตลาดครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของ NEC ในการขยายบทบาทจากผู้ให้บริการโซลูชันไอที สู่การเป็นพันธมิตรหลักด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความแม่นยำสูง รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยและภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว ในขณะที่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความทนทานและทำงานแบบเรียลไทม์มากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : NEC ประเทศไทย รุกตลาดซิงโครไนซ์เวลา หนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...