จุฬาราชมนตรี ประกาศ วันที่ 1 รอมฎอน 2569
จุฬาราชมนตรีประกาศ วันที่ 1 รอมฎอน ฮ.ศ. 1447 ตรงกับพฤหัสบดีที่ 19 ก.พ.2569
ผลการดูดวงจันทร์ปรากฏมีผู้เห็น เตรียมเริ่มถือศีลอดพร้อมกันทั่วประเทศในวันพรุ่งนี้
นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ออกประกาศสำนักจุฬาราชมนตรี เรื่อง กำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1447 โดยระบุว่า ตามที่ได้มีการประกาศให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ในวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้านั้น ผลการสังเกตการณ์ปรากฏว่ามีผู้เห็นดวงจันทร์
สำนักจุฬาราชมนตรีจึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า วันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1447 ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ซึ่งถือเป็นวันเริ่มต้นการถือศีลอด หรือการเข้าสู่เดือนแห่งการปฏิบัติศาสนกิจสำคัญของพี่น้องชาวไทยมุสลิมประจำปีนี้อย่างเป็นทางการ
การปฏิบัติตนในเดือนรอมฎอนสำหรับชาวมุสลิม ไม่ได้มีเพียงการงดอาหารและน้ำเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการขัดเกลาจิตใจและการปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด
1. การถือศีลอด (Sawm)
ชาวมุสลิมที่บรรลุนิติภาวะและมีร่างกายแข็งแรง จะต้องละเว้นสิ่งต่อไปนี้ตั้งแต่ พระอาทิตย์ขึ้น (รุ่งสาง) จนถึงพระอาทิตย์ตก
งดอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงน้ำเปล่าและบุหรี่
งดการมีเพศสัมพันธ์ ในช่วงเวลาที่ถือศีลอด
งดการทำให้อาเจียนโดยเจตนา เพราะจะทำให้การถือศีลอดเสียไป
2. ควบคุมพฤติกรรมและจิตใจ
ระงับอารมณ์ ฝึกความอดทน ไม่โกรธ ไม่ทะเลาะวิวาท หรือใช้ความรุนแรง
ระวังคำพูด ไม่พูดปด ไม่นินทาว่าร้าย หรือพูดจาไร้สาระ
สำรวมสายตา หลีกเลี่ยงการมองสิ่งที่ไม่เหมาะสมหรือสิ่งลามกอนาจาร
3. ปฏิบัติศาสนกิจเพิ่มเติม
เดือนรอมฎอนเป็นเวลาแห่งการสะสมบุญ จึงควรเพิ่มการปฏิบัติกิจทางศาสนา นอกจากละหมาด 5 เวลาตามปกติแล้ว ยังมีการละหมาด “ตะรอเวี๊ยะห์” ในยามค่ำคืน
อ่านอัลกุรอาน พยายามอ่านและพิจารณาความหมายของอัลกุรอานให้จบอย่างน้อย 1 รอบในเดือนนี้
การบริจาค (Zakat) เน้นการทำทาน แบ่งปันอาหาร และช่วยเหลือผู้ยากไร้
4. กิจวัตรประจำวัน
รับประทานอาหาร “สะหร”: คือมื้อเช้าก่อนเข้าเวลาละหมาดซุบฮิ (ก่อนรุ่งสาง) เพื่อให้ร่างกายมีพลังงาน
รีบละศีลอด (Iftar): เมื่อถึงเวลาละหมาดมัฆริบ (หลังพระอาทิตย์ตก) โดยนิยมเริ่มด้วยการทานอินทผลัมและน้ำสะอาด
ข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ไม่ต้องถือศีลอบุด
คคลบางกลุ่มได้รับอนุญาตให้ไม่ต้องถือศีลอด แต่ต้องถือชดเชยภายหลังหรือจ่ายทานชดเชย (ฟิดยะห์) ได้แก่
เด็กที่ยังไม่ถึงวัยเจริญพันธุ์
ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรง
หญิงที่มีประจำหลัง หรืออยู่ในช่วงหลังคลอดบุตร
หญิงที่ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร (หากกังวลว่าจะเป็นอันตราย)
ผู้ที่อยู่ระหว่างการเดินทางไกล
ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถแบกรับภาระการถือศีลอดได้