โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พลังงานยันกองทุนน้ำมันฯปรับสถานะเป็นบวกได้เดือน ม.ค. 69

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงประเด็นเรื่องสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ว่า น่าจะกลับมาเป็นบวกได้ภายในเดือนมกราคม 2569 ตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้ แม้ก่อนหน้านี้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะมีมติเห็นชอบปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลง 10 สตางค์ต่อลิตร

และน้ำมันน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 ลง 50 สตางค์ เพื่อทำให้ราคาน้ำมันเบนซิน และดีเซลขายปลีกในประเทศลดลง 50 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569

รวมถึงการปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลง 50 สตางค์ต่อลิตร และน้ำมันน้ำมันเบนซินทุกชนิด เพื่อตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและเบนซินคงเดิมหน้าสถานีบริการน้ำมัน เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกลดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเกิดความผันผวนปรับตัวสูงขึ้น

พลังงานยันกองทุนน้ำมันฯปรับสถานะเป็นบวกได้เดือน ม.ค. 69

“หากราคาน้ำมันตลาดโลกยังอยู่ในระดับปัจจุบัน และสถานการณ์ในอิหร่านไม่เกิดควมรุนแรง เชื่อว่ากองทุนน้ำมันฯยังคงสามารถกลับมาเป็นบวกได้ภายในเดือน ม.ค. 69 นี้ แต่ปัญหาที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก็คือราคาน้ำมันในตลาดโลกจะขึ้นอีกหรือไม่ เพราะราคาล่าสุดยังคงมีความผันผวน อีกทั้งยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ในอิหร่านจะกระทบต่อราคาน้ำมันมากหรือน้อยอย่างไร”

สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันล่าสุดเวลานี้ติดลบอยู่ที่ประมาณ 1,600 ล้านบาท จากเดิมที่วันที่ 11 มกราคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ ติดลบอยู่ที่ 3,090 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 36,085 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 39,175 ล้านบาท

ด้านแนวโน้มราคาน้ำมันเฉลี่ยในปี 2569 มีการคาดการณ์ไว้ แบ่งเป็นน้ำมันดิบดูไบ (Dubai) อยู่ในกรอบ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 65 ดอลลาร์ ส่วนน้ำมันเบนซิน (Gasoline 95) เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75 ดอลลาร์ และน้ำมันดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 81-82 ดอลลาร์

“หากสหรัฐฯมีการเข้ายึดอิหร่าน หรือโจมตีเมื่อไหร่ ต้องจับตาดูการตอบโต้กลับของอิหร่าน ซึ่งเชื่อว่าจะรุนแรง ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่บอกว่าไม่ต้องการให้เกิดเรื่อง เพราะน่าจะเป็นปัจจัยเดียวที่จะทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงไม่ต้องการให้จีน หรือรัสเซียเข้าไปแทรกแซงโดยการเข้าข้างอิหร่าน ยกเว้นการเข้าไปไกล่เกลี่ยให้สถานการณ์ดีขึ้น ปล่อยให้สหรัฐฯและอิหร่ายแก้ปัญหากันเอง เพราะทั้ง 2 ประเทศมีการซื้อน้ำมันจากอิหร่านในปริมาณมาก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...